สร้างคนดีเหนือสิ่งใด

 

 

ในการสร้างแรงบันดาลใจ การสื่อความหมายด้วยคำพูดให้ผลเพียง ๑๐% อีก ๙๐% มาจากการสื่อความหมายที่ได้มาจากกริยาท่าทาง ความคิด ที่มีพลังสื่อถึงกันจากภายใน ตัวครูเองต้องเป็นคนที่คิดดีด้วย จึงจะมีพลัง

  

 

ที่สัตยาไสมีกฏสำหรับครูที่ดีอยู่ ๒ ข้อ คือ

 

๑.  จงเป็นตัวอย่างที่ดี   จึงจะสื่อความหมายในทางที่ดีให้กับเด็กได้ 

๒.  จงกลับไปดูที่ข้อ ๑ ใหม่ ว่าตัวเองเป็นตัวอย่างที่ดีหรือยัง คำพูด การกระทำ ความคิด จิตใจ ต้องสอดคล้องกันตลอดเวลา

  

 

ถ้าวัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ การสร้างคนดีเหนือสิ่งใด    ครูควรจะมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างท ี่เด็กทำเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้  อาจมีบางสิ่งที่เด็กไม่ควรทำ แต่เมื่อเขาทำแล้ว การลงโทษ เป็นเพียงแค่การระงับการกระทำของเขาเอาไว้ชั่วคราวเท่านั้น และถ้าเรากดดันเขามาก ในที่สุดเขาก็จะระเบิด และจะยิ่งเป็นการสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กมากขึ้น เราจึงควรทำต่อเขาด้วยความเมตตาเสมอ

  

 

การเข้าใจผู้เรียน ให้เริ่มที่การให้ความรัก ความเมตตา เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น ครูคือคนที่จะถามให้เขาตอบ ให้เขาคิด และเรียนรู้ด้วยตัวเอง แค่ครูถามว่าสิ่งที่เขาทำนี้เกิดจากความรักความเมตตาหรือเปล่า

  

 

เราจะลงโทษอย่างไรให้เขาเกิดการเรียนรู้  จะลงโทษอย่างไรที่จะไม่สร้างความเสียหายให้กับผู้เรียน เช่น เมื่อเด็กโกรธกัน ให้หันหน้าเข้าหากันในโต๊ะทานข้าว ถ้าใครอยากทานข้าวก็ให้เขาป้อนอีกคนหนึ่งก่อน เมื่อเด็กเขาทำไปเรื่อยๆอีกพักหนึ่งเขาก็จะเริ่มหัวเราะ หยอกล้อ ดีกัน เหมือนเดิม และจะเริ่มได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขาว่าการโกรธกันไม่มีใครได้ประโยชน์อะไร

  

 

การที่เด็กมาสายแล้วให้ไปวิ่งรอบสนาม เป็นการลงโทษที่ไม่เกี่ยวข้องกับการมาสาย และทำให้เด็กเกลียดการวิ่ง ไม่อยากออกกำลังกาย การลงโทษขอให้เกี่ยวข้องกับการช่วยเขาให้เกิดการเรียนรู้ ได้เกิดความเข้าใจจริงๆ ให้เด็กเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตัวของเขาเอง โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ครูต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากใจของเขา

  

 

อย่างเด็กที่มาสาย ตอนแรกผมยอมเหนื่อยไปตามเขามา ในที่สุดเขาก็เห็น และเข้าใจว่าผมเหนื่อยที่ต้องออกไปหา ไปชวนเขามาที่ห้องเรียน ผมไม่ต่อว่า ไม่ลงโทษ แต่ทำให้เห็นว่าเราสนใจอยากให้เขามาเรียน วิธีการก็อยู่ที่แผนของครูแต่ละคนว่าจะสอนให้เขาเรียนรู้อย่างไร   ที่ใช้บ่อยคือนิทาน การทำบทบาทสมมติ ในการสอนผมก็จะรอให้ทุกคนมาพร้อมกันก่อนจึงค่อยสอน เด็กจะค่อยๆปรับตัวเขาเอง ถ้าเขาเห็นว่าเราใช้วิธีที่มีเหตุมีผล

 

 

 

 

เด็กเรียนรู้จากการเลียนแบบ

 

 

 

 

การเป็นแบบอย่างที่ดีของเราช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ง่ายมาก เพราะเขาเรียนรู้จากการเลียนแบบ ครูต้องเป็นตัวอย่างของคนดี ที่เชื่อในสิ่งที่เราพูด   และเมื่อเราพูดออกมาจากใจ  การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่เชื่ออย่างนั้น พูดอะไรออกมาก็จะไม่มีพลัง ไม่เข้าถึงใจของผู้เรียน   สิ่งนี้นักเรียนรู้ได้จากใจของเขา  เราต้องเป็นแบบอย่างของสิ่งที่เราสอน และห้ามครูสอนในสิ่งที่ยังปฏิบัติไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี