๓๑ มีนาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

๓๑  มีนาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
กับ โลหะปราสาท พุทธสถาปัตย์รัตนโกสินทร์

                 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๓ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าชายทับ” ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๓๓๐       ณ พระราชวังเดิม เป็นพระราชบุตรของสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับเจ้าจอมมารดาเรียม ภายหลังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมราชินี พันปีหลวง ในรัชกาลที่ ๓ เมื่อทรงพระชนมายุได้ ๒๖ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงสถาปนาขึ้นดำรงพระนามว่า “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” ในปี  พ.ศ. ๒๓๕๖ และในปีพุทธศักราช ๒๓๖๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต     พระเจ้าลูกเธอ   กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์สืบราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๓ แห่งราชวงศ์จักรี พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
                ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เน้นหลักในการก่อสร้างบ้านเมือง เพราะอยู่ในระยะการสร้าง     ราชธานีใหม่ ดังนั้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีนโยบายให้สร้างและบูรณะสถาปัตยกรรมและวัดวาอารามต่าง ๆ และสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งที่เป็นรู้จักกันถึงปัจจุบันคือ “โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร” ซึ่งทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙ เพื่อพระราชทานให้พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนวดี (สมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนวดี ในรัชกาลที่ ๔) นับว่าเป็นโบราณสถานล้ำค่าของไทย คำว่า “โลหะปราสาท” Lahaprasada เป็นชื่อดั้งเดิมของอินเดีย เรียกมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงประทานความหมายว่า “ตึกที่มียอดเป็นโลหะ” โลหะปราสาทในโลกนี้มีอยู่ ๓ แห่ง ๒ แห่งอยู่ที่ประเทศอินเดีย และศรีลังกา ซึ่งทั้ง ๒ แห่ง ในปัจจุบันได้ปรักหักพังสูญหายไปหมด แห่งที่ ๓ คือ    โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหารในประเทศไทย
                  โลหะปราสาทหลังแรก ชื่อว่า มิคารมาตุปราสาท อยู่ในประเทศอินเดีย ซึ่งนางวิสาขา ได้สร้างถวายพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ เป็นปราสาท ๒ ชั้น มีห้อง ๑,๐๐๐ ห้อง เรือนยอดและตัวปราสาททำด้วยทองคำ ปัจจุบันโลหะปราสาทหลังนี้ ได้ปรักหักพังสูญหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
                  โลหะปราสาทหลังที่สอง พระเจ้าทุฏฐคามีอภัย สร้างถวายเป็นพุทธบูชาใน พ.ศ.๓๘๗ ในลังกาทวีป หรือประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน เป็นปราสาท ๙ ชั้น จำนวนห้อง ๑,๐๐๐ ห้อง หลังคามุงด้วยอิฐทองแดงเคยถูกทำลายด้วยอสุนีบาตหลายครั้ง จนปัจจุบันนี้เหลือเพียงแต่ซากปราสาท มีเสาศิลา ๑,๖๐๐ต้น ให้เป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลังแห่งความใหญ่โตอลังการณ์เมื่อครั้งอดีตกาล
                   โลหะปราสาทหลังที่สาม อยู่ที่วัดราชนัดดา ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ในประเทศไทย เป็นปราสาท ๗ ชั้น ประกอบด้วยยอดปราสาททำด้วยโลหะ ๓๗ ยอด ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่บนยอดเอกชั้นที่ ๗ เป็นยอดใหญ่กลางของปราสาท
                     “โลหะปราสาท” วัดราชนัดดารามวรวิหาร เป็นพุทธสถานสำคัญองค์ที่ ๓ ของที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย (ในโลก) ซึ่งโลหะปราสาทองค์นี้ สร้างขึ้นด้วยพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อให้เป็นพุทธสถานที่งามสง่าคู่กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งโลหะปราสาทองค์ที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นแทนการสร้างเจดีย์ ดังพระอารามอื่น ๆ โดยให้เป็นสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปกรรมของไทย
การสร้างโลหะปราสาทหลังนี้ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ขณะยังเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ดำรงตำแหน่งอธิบดีก่อสร้างช่างสิบหมู่และช่างศิลา เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นแม่กองดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งโลหะปราสาทตามแบบสถาปัตยกรรมไทยนั้นมีฐานกว้างด้านละ ๒๓ วา เป็นอาคาร ๗ ชั้น ลดหลั่นกัน อาคารชั้นล่าง ชั้นที่ ๓ และชั้นที่ ๕ ทำเป็นคูหาและระเบียงรอบ ส่วนในชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๔ และชั้นที่ ๖ ทำเป็นคูหาจัตุรมุขมียอดเป็นบุษบกชั้นละ ๑๒ ยอด และชั้นที่ ๗ จะเป็นยอดปราสาทจัตุรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ รวมเป็น ๓๗ ยอด ซึ่งหมายถึงหลักธรรมตามพระพุทธศาสนา ๓๗ ประการ อันเป็นปัจจัยให้ดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นเข้าสู่ดินแดนพระนิพพานที่เรียกว่า “โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ”
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ ภายหลังจากที่รื้อถอนโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย เพื่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ทางกระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าหากมีการบูรณปฏิสังขรณ์โลหะปราสาทให้งดงามโลหะปราสาทจะโดดเด่นเป็นศรีสง่าแห่งพระนครอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมไทยของวัดราชนัดดารามวรวิหาร สมควรที่จะสร้างบุษกประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จึงมอบหมายให้กรมศิลปากรทำการบูรณปฏิสังขรณ์โลหะปราสาท และสร้างบุษบกโลหะปิดทอง ส่วนองค์อื่น ๆ นั้น จะทำด้วยไม้ปิดทอง หลังจากการดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง ได้มีการจัดงานสมโภชโลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหารขึ้น ในระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม – ๖ เมษายน ๒๕๔๓ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงยกพุ่มข้าวบิณฑ์ขึ้นประดิษฐาน ณ ยอดมณฑปโลหะปราสาท ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๓
ในโอกาสที่เวียนมาถึงวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ ๒๒๐ ปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงริเริ่มสร้างโลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมไทย หนึ่งเดียวในโลกไม่มีที่ไหนอีกแล้ว จึงควรได้มานมัสการเพื่อเป็นมงคลของชีวิตสืบไป
เอกสารอ้างอิง จากนิตยสารหญิงไทย ฉบับที่ ๕๙๒ ปีที่ ๒๕ ปักษ์แรก เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๓

ที่มา :  กฤษณา พันธุ์มวานิช   กลุ่มประชาสัมพันธ์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ   (มีนาคม  2550)