GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิจัยในชั้นเรียนวิชาคณิตศาสตร์

การจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน

วิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องครูส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำ  เพราะคิดว่าทำยาก  แต่จริงๆแล้ววิจัยในชั้นเรียนไม่ยากหรอก  เพียงแค่เรานำเอาวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆในชั้นเรียนมาเขียนเป็นรูปเล่มรายงาน  แค่นี้ก็ได้วิจัยหน้าเดียวออกมาแล้ว  ในภาคเรียนที่ 2 นี้ผมได้ทำวิจัยไว้จึงอยากนำมาเสนอเป็นแนวทางสำหรับคุณครูทุกท่านได้ลองนำรูปแบบไปใช้ทำกันได้นะครับ 

หากถูกผิดอย่างก็โปรดได้ชี้แนะ  แนะนำ  ติชม  ได้ครับ

ชื่อเรื่อง   การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4/5  โรงเรียนอู่ทอง  อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี

ชื่อผู้วิจัย        นายนพดล  คำเรียง

ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2549  

ความเป็นมาของการวิจัย

จากการที่ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้สอนวิชาคณิตศาสตร์   ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องคำนวณ นักเรียนจะรู้สึกเบื่อหน่ายได้ง่าย  ข้าพเจ้าได้สังเกตการเรียนการสอน  พบว่า  จากการที่ครูผู้สอนได้ถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนในชั้น   หลังจากการสอนครูได้ประเมินผล  โดยการมอบหมายให้ทำแบบฝึกหัด ใบกิจกรรม  และแบบทดสอบ  พบว่านักเรียนบางคนไม่สามารถทำแบบฝึกหัด  ทำใบกิจกรรม  และทำข้อสอบได้ผ่านเกณฑ์ ที่กำหนด  ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้น  เกิดจากการที่นักเรียนบางคนเรียนรู้ได้ช้า  และมีความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน  ข้าพเจ้าจึงได้หาวิธีการที่จะจูงใจให้นักเรียนมีความสนใจ  และกระตุ้นให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นมากขึ้น   กิจกรรมการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนนั้น  เป็นวิธีการที่ช่วยสนับสนุนวิธีการดังกล่าวได้ทางหนึ่ง  โดยให้เพื่อนได้มีบทบาทสำคัญในการเรียน  เพื่อนและกลุ่มมีอิทธิพลในการสร้างความสนใจ  จูงใจ  และการยอมรับของเพื่อนด้วยกัน   ซึ่งการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน  การทำกิจกรรมกลุ่ม  การเรียนเป็นกลุ่มย่อย  หรือการเรียนร่วมกัน  มีประโยชน์ ดังนี้
            1.
นักเรียนได้รับประโยชน์จากเพื่อนและมีโอกาสได้รับประสบการณ์ในการแก้ปัญหาหลายวิธี
            2.
นักเรียนที่เรียนเก่งมีโอกาสขยายความรู้ให้เพื่อนฟังได้ และช่วยเหลือเพื่อนที่เรียนอ่อนได้
            3.
ทำให้นักเรียนรู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ปรับตัวเข้ากับสังคมและรู้สึกชอบโรงเรียนมากยิ่ง ขึ้น
            4.
นักเรียนเข้าใจวัฒนธรรมของผู้อื่นมากยิ่งขึ้น มีความสัมพันธ์กันเป็นอันดี แม้จะมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน ได้ช่วยกันแก้ปัญหาซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะทางชีวิตที่สำคัญ
            5.
ทำให้บรรยากาศในการเรียนมีความสนุกสนานน่าเรียน
            6.
ทำให้นักเรียนกล้าพูดกล้าซักถาม และกล้าแสดงความคิดเห็นต่อหน้าเพื่อนในชั้น
            7.
ช่วยครูในการสอนและควบคุมชั้นเรียน

การจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน  จะใช้วิธีเฟ้นหาเพื่อนที่เก่งช่วยเพื่อนที่เรียนอ่อนทำให้มีผลการเรียนดีขึ้น  โดยกำหนดให้มีนักเรียนที่เก่งเป็นแกนนำของกลุ่ม  คอยช่วยเหลือ  แนะนำ  อธิบายหัวข้อต่างๆ  ที่เพื่อนในกลุ่มไม่เข้าใจ  คอยติดตามช่วยเหลือจนเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ  ความสนิทสนม  และใกล้ชิดของกลุ่มทำให้ผู้มีปัญหามีความรู้สึกเกิดการยอมรับ  อยากพัฒนาเอง  จนส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทาง    การเรียนดียิ่งขึ้น

 วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย
          เพื่อพัฒนาวิธีการเรียนของนักเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4/5  โรงเรียนอู่ทอง  โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด  

วิธีดำเนินการวิจัย
- กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4/5โรงเรียนอู่ทอง  

- เครื่องมือในการวิจัย
1.
รูปแบบการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
2.
แบบบันทึกคะแนน
3.
สมุดแบบฝึกหัดและใบกิจกรรมของนักเรียน
- การเก็บรวบรวมข้อมูล
1.
แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ในแต่ละกลุ่มจะเฟ้นหานักเรียนที่เก่ง  และมีความรับผิดชอบ  มีลักษณะเป็นผู้นำมอบหมายให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม
2.
ครูผู้สอนชี้แจงการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน โดยหลังจากครูสอนในแต่ละครั้งก็จะมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด  โดยนักเรียนนั่งทำแบบฝึกหัดระดมสมองช่วยกันคิด  หากหัวข้อใดสมาชิกในกลุ่มไม่เข้าใจ ผู้ที่เข้าใจก็จะช่วยกันอธิบายจนเพื่อนเข้าใจ  หากสมาชิกในกลุ่มยังไม่เข้าใจก็จะปรึกษาครูผู้สอน
3.
ครูสังเกตการทำกิจกรรมของกลุ่ม  การช่วยกันแก้ปัญหา  ความสนใจ  และความตั้งใจของสมาชิกในกลุ่ม
4.
สังเกตผลการทำแบบฝึกหัดว่าดีขึ้นหรือไม่
5.
สังเกตการประเมินตามสภาพจริงในแต่ละครั้ง
6.
วัดผลการเรียนเมื่อสิ้นบทเรียน

ผลการวิจัย
           
ผลจากการจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาใช้ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์  ปรากฎว่า  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทุกคน  และกิจกรรมกลุ่มทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี ช่วยให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นสนใจ  ตั้งใจ  และมีความรับผิดชอบมากขึ้น  อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา  ช่วยสร้างความสามัคคี  รู้จักแก้ปัญหาร่วมกัน

ข้อเสนอแนะ
1.
ครูผู้สอนจะต้องคอยติดตามดูแล การปฏิบัติงานกลุ่มอย่างต่อเนื่อง 2. ควรเฟ้นหาหัวหน้ากลุ่มที่เก่ง  และมีคุณภาพจริงๆ
3.
ครูผู้สอนจะต้องคอยให้แรงเสริมแก่นักเรียนอย่างต่อเนื่อง
4.
ครูผู้สอนควรแจ้งผลการประเมินทุกครั้งเพื่อกลุ่มจะได้ปรับปรุงและพัฒนาตัวเองในจุดที่ยังด้อยอยู่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 86914
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 33
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (33)

*เยี่ยมมากขอบคุณครับ *เป็นแบบอย่างที่ดีมาก
  • "เพื่อนช่วยเพื่อน" น่าสนใจมากค่ะ ผลพลอยได้คือ เด็กอ่อนจะมีเพื่อนคอยช่วยเหลือ เด็กจะเข้าใจภาษาของเด็กด้วยกันได้ดี ส่วนเด็กเก่งจะได้ฝึกให้เขามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อน รวมถึงเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันด้วยค่ะ
  • เคยมีคุณครูเล่าให้ฟังว่าท่านใช้วิธีเด็กเก่งช่วยเด็กอ่อนเหมือนกัน แต่ท่านจะคละให้แต่ละกลุ่มย่อยมีนั้นมีทั้งเด็กเก่ง-ปานกลาง และอ่อนในจำนวนเท่า ๆ กัน เมื่อเรียนรู้หรือทำกิจกรรมใด ๆ จะยึดวิธีการแข่งขันโดยนำคะแนนที่ได้ในแต่ละครั้งมาเฉลี่ยเป็นคะแนนของกลุ่ม
  • วิธีนี้เป็นการกระตุ้นให้แต่ละกลุ่มมีความกระตือรือร้น ช่วยเหลือกัน เพื่อไม่ให้เด็กอ่อนได้คะแนนน้อย เพราะจะทำให้ฉุดคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มได้
  • พี่ขออนุญาตแลกเปลี่ยนแค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดี ๆ ที่นำมาแลกเปลี่ยนกันค่ะ

งานวิจัย ที่จริงทุกคนทำอยู่แล้ว แต่ขาดการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบเท่านั้นเอง หลายคนมักพูดให้เห็นว่างานวิจัยเป็นเรื่องยาก และไม่อยากทำ แต่แท้ที่จริงการดำรงชีวิตของมนุษย์ก็คือการวิจัยเชิงทดลอง จริงไหมครับ

เป็นวิธีการที่น่าสนใจ จริง ๆ ดิฉันก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน แต่ก็ยังไม่เคยเขียนเป็นรายงานการวิจัยจริงจัง ได้แต่ปฏิบัติ ซึ่งดิฉันสอนชั้น ป.3 ดิฉันใช้สอนแบบวิธีเพื่อนช่วยเพื่อนแล้วพบว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีเช่นกันค่ะ

ขอบคุณสำหรับ...ตัวอย่างวิจัย...ที่ดีๆมีโอกาสขอแลกเปลี่ยนความรู้บ้างนะขอรับ

มีงานวิจัยหัวข้อใหม่ ๆ อย่าลืม นึกถึงพวกเรานะค่ะ

ขอบคุณสำหรับแนวทางการเขียนงานวิจัยค่ะ

ขอขอบคุณ...สำหรับงานวิจัยที่ดีนะครับ ที่โรงเรียนก็เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ก็มีทั้งเด็กนักเรียนที่ขยันเรียน และผลการเรียนที่ดี กับเด็กที่ตั้งใจเรียนน้อย ผลการเรียน น่าเป็นห่วง เพื่อนที่เก่ง ก็พอช่วยได้......ขอขอบคุณอีกครั้ง ครับ

กำลังจะทำเรื่องนี้อยู่ค่ะ ขอบคุณสำหรับแนวทางที่ดีๆค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะสำหรับงานวิจัยดี ๆ ที่นำมาเผยแพร่ค่ะ

ครูสกลนคร

ขอบคุณสำหรับงานวิจัย จริงๆนักเรียนก้อช่วยเหลือกันดี แต่ไม่เคยนำมาทำวิจัย

เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนที่เรียนได้ช้า

อยากได้ตัวอย่างแบบฝึกด้วยค่ะ

อยากได้แบบฝึกที่เหมาะกับนักเรียนประถมศึกษาปีที่1ค่ะ

เป็นวิจัยนี้น่าสนใจค่ะ ดิฉันไม่ได้จบเอกคณิตศาสตร์แต่ชอบสอนวิชานี้หากมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำกรุณาบอกดิฉันด้วยนะคะ

งานวิจัยเป็นแนวทางให้จัดกิจกรรมการเรียนสอนได้เป็นอย่างดี ขอบคุณมากค่ะ

ขอบคุณค่ะสำหรับตัวอย่างงานวิจัย

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณสำหรับแนวทางวิจัยเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ค่ะ

ขอบคุณค่ะ น่าสนใจดีมาก

ขอบคุณนะค่ะ เป็นแนวทางในการทำวิจัยหน้าเดียวดีมากค่ะ

ตอนนี้หนูกำลังทำวิจัยหน้าเดียวค่ะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับงานวิจัยดีๆ

อ่าน ข้อมูลนี้แล้ว ลองไปปฏิบัติ เกือบ 2 สัปดาห์แล้วคะ

น่าสนใจมากค่ะ  นักเรียนที่เก่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

มีการให้การบ้านเพื่อน ในวันที่ ครูไม่ให้การบ้านด้วยนะคะ

 

เป็นวิจัยที่ดี และเป็นตัวอย่างให้คุณครูทุกคนที่ทำอยู่แล้วได้เขียนเป็นรายงานได้ ขอบคุณมากๆนะค่ะ

เป็นงานวิจัยที่ดีมากค่ะ

ขอบคุณมากสำหรับแนวทาง

งานวิจัยชิ้นนนี้เป็นผบงาที่ดีมากเราสามรถนำมาเขียนเป็นตัวอย่างได้ในการจัดกิจกรรม

เป็นงานวิจัยที่ดีมากนำไปใช้กับเด็กแล้วได้ผลดี

เป็นงานวิจัยที่ดีมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะสำหรับแนวทางงานวิจัยแบบง่ายๆ แต่ได้ผลค่ะ...

ขอบคุณมากครับ

เป็นงานวิจัยที่เข้าใจงานและสามารถปรับไปใช้ในการวิจัยกลุ่มสาระอื่นๆ ได้ด้วย

ดิฉันอยากได้ตัวอย่าง วิจัยหน้าเดียว วิชาคณิตศาสตร์ประะถมศึกษาปีที่ 2 พอจะมีให้ดูบ้างไหมคะ

ตอนนี้ปวดหัวมาก อยากได้ตัวอย่างเป็นแนวทางมากเลยคะ

ขอบคุณมากน่ะคะ

เป็นความรู้ดีมากเลยครับ ขอบคุณที่ให้ประกายความคิด

โห.....สุดยอด ความคิดเลยครับ

นึกถึงตอนเรียนเลย....บางทีเพื่อนเรียนในชั้นไม่เข้าใจ หรือผมฟังครูไม่ถนัด...แต่พอ อธิบายให้ฟังแบบ สไตล์เพื่อนกันก็ง่ายอีกแบบ...

หล่อเลย.......วิจัย ชิ้นนี้ ขอบคุณมากครับ

จะลองนำเทคนิคไปใช้ในการสอนวิชาชีวสถิติค่ะ ห้องเรียนขนาดใหญ่มากนักศึกษาจำนวนเกือบแปดสิบคน