หัวหน้ากับลูกน้องมักจะมีมุมมองหรือเกณฑ์ในการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ แตกต่างกันเสมอ...
<div>

หัวหน้ากับลูกน้องมักจะมีมุมมองหรือเกณฑ์ในการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ แตกต่างกันเสมอ โดยเฉพาะเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง การขึ้นเงินเดือนและเรื่องโบนัส...
หัวหน้ามักจะพิจารณาเรื่องของระเบียบวินัย เช่น การขาด ลา มาสาย เป็นเรื่องหลัก ด้วยเหตุผลเพียงว่ามันมี Report สามารถอธิบายกับหัวหน้าใหญ่หรือฝ่ายบุคคลได้...
ในขณะที่ลูกน้องมองว่า ความรู้ ความสามารถในการทำงานสำคัญกว่า เมื่องานมีปัญหาคนที่แก้ไขปัญหาได้คือคนที่มีความรู้ ความสามารถไม่ใช่คนที่มีระเบียบวินัย...
เพียงแต่ว่าความรู้ ความสามารถเป็นสิ่งที่วัดยากเพราะหัวหน้าไม่ได้อยู่หน้างาน ไม่รู้วิธีการทำงานของลูกน้องแต่ละคน...
ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับขวัญและกำลังใจในการทำงานของลูกน้อง...
ผมว่ามันคงจะดีไม่น้อยถ้าหัวหน้าเปิดใจให้กว้างและรับฟังเหตุผลของลูกน้องให้มากกว่านี้...
</div>
ขอบคุณครับ น้องมะปราง
...
การทำงานที่มีการเปิดกว้างยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ย่อมทำให้เกิดบรรยากาศในการทำงานที่ดี และที่สำคัญเกิดการร่วมมือร่วมใจกันในการพัฒนาองค์การครับ...
โชคดีครับน้องมะปรางที่มีหัวหน้าเปิดใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของเรา...
ครับ... คุณราณี
...
คงต้องลดความเห็นแก่ตัวลงและรับฟังความคิดเห็นของกันและกันมากขึ้น...
ขอบคุณนะครับ...ว่าแต่ตอนนี้ชีพจรลงเท้าตลอดเลยนะครับ...
เห็นด้วยครับ
.
หลายคนเข้างาน เพราะองค์กร
หลายคนออกงาน เพราะหัวหน้า
ขอบคุณครับ...คุณ ตาหยู
...
เห็นด้วยครับสาเหตุที่คนตัดสินใจลาออกจากเพราะหัวหน้า...
ครับ...คุณเม้ง
...
ถ้าเปรียบองค์การเหมือนเครื่องจักร เฟืองทุกตัวมีส่วนในการขับเคลื่อนครับ....
ขอบคุณมากครับ...
เห็นด้วยกับคุณดิเรกค่ะ
คนเรามักมีมุมมองที่แตกต่างกันเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะมองในแง่ไหนมากกว่า
การที่เราเป็นคนกระทำก็มีมุมมองที่แตกต่างจากคนที่ถูกกระทำเสมอ
เหมือนกับสังคมของเราที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและปัจจัยเสมอ
ผมเคยได้อ่านระบบการประเมินแบบ 360 องศา หมายความว่า มีหัวหน้าเรา เพื่อนร่วมงานเรา ผู้ใต้บังคับบัญชาเรา และเรา
ทุกคนจะประเมินกันและกัน แบบพบกันหมด โดยการประเมินนี้จะไม่เปิดเผยตัวผู้ประเมิน ซึ่งบางกรณีทำให้ได้ข้อมูลมาปรับปรุง บางกรณีก็วงแตก แล้วแต่วัฒนธรรมหน่วยงานครับ
กัมปนาท
สวัสดีค่ะคุณ Direct
เป็นหัวหน้าก็มีทุกข์ของหัวหน้า..เป็นลูกน้องก็มีทุกข์ของลูกน้อง..
ถ้าต่างคนต่างมองแต่มุมทุกข์ของตนเอง..ความเข้าใจจะไม่เกิด..เกณฑ์การประเมินแบบ 360 องศา เป็นแบบที่เบิร์ดใช้อยู่ค่ะ..และ Feed back ผลการประเมินให้แต่ละคนรับทราบด้วย ( สิ่งนี้ต้องใช้ศิลปะร่วมไม่ใช่ศาสตร์เพียวๆ ^ ^ )
เล่าสู่กันฟังนะคะ..เบิร์ดเคยทำธุรกิจก่อนรับราชการเวลาประเมินผลงานเป็นเวลาที่หนักหนาเสมอ..ถ้าใช้เกณฑ์ Performance อย่างเดียว ..ก็ต้องยอมรับว่าคนที่มีความสามารถโดดเด่นจะทำงานได้เร็วและดี และโดดเด่น นำหน้าอยู่ตลอดเวลา..จนคนที่ทำงานได้ไม่เด่นเท่า แต่มีความรับผิดชอบ ยากที่จะตามทัน..จะละเลยเกณฑ์ระเบียบ วินัยก็ไม่ได้เพราะถ้าคนที่โดดเด่น แต่พร่องด้านวินัย ถ้าได้รับพิจารณาคนที่หนักหนานอกจากคนที่พิจารณาแล้วก็คือคนที่ได้นั่นเอง..
ไหวพริบ ปฏิภาณ วิจารณญาณเป็นสิ่งที่ช่วยในการทำงานให้ได้ผลดี..และเป็นสิ่งที่ " ต้องมี " ในการทำงาน..ซึ่งส่วนนี้จะถูกคัดสรรจากการรับสมัครงานต่างๆอยู่แล้ว..แต่การทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีนี่สิ..เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง..^ ^
เอาใจช่วยคนทำงานทุกท่านค่ะ..
ครับ...คุณนุ้ย
...
เราเป็นผู้ถูกกระทำ เราอาจจะมองอย่างนี้ ผู้ถูกกระทำย่อมมองอีกอย่างหนึ่ง พยายามเข้าใจมุมมองของเขาแล้วครับ แต่ไม่เข้าใจ สิ่งที่ทำได้คือต้องยอมรับครับ...
เห็นด้วยครับที่สังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี และทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและปัจจัยของมัน...
ขอบคุณมากครับ...
ครับ...คุณแจ็ค
...
การประเมินแบบ 360 องศา ใช้ไม่ได้ในหลายองค์การในไทย เพราะวัฒนธรรมของคนไทยไม่เหมือนกับของต่างชาติครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ครับ...คุณเบิร์ด
...
ผมก็พยายามเข้าใจนะครับ และเห็นด้วยครับเรื่องของการใช้ศิลปะร่วมกับศาสตร์ในการประเมิน...
และก็เห็นด้วยครับกับการให้น้ำหนักเรื่องระเบียบวินัย แต่ยังงัยก็ควรให้น้ำหนักที่เหมาะสมทั้งสองส่วนครับ...
เอาเป็นว่าเป็นแค่บางอารมณ์ บางความรู้สึกครับ พยายามเข้าใจและยอมรับอยู่ครับ...
ขอบคุณครับสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าคิดทีเดียวครับ...