แบตเตอรี่คือหัวใจของเครื่องยนต์ น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเพียงอาหารหรือน้ำเพื่อหล่อเลี้ยง
     จากการที่ผมต้องดูแลด้านไฟฟ้ารถไฟทุกวันและทุกคันในช่วงเวลาหรือขบวนที่ได้รับมอบหมาย เคยศึกษาก็พอมีความรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่อยู่บ้าง  จึงอยากจะแนะนำท่านผู้อ่านที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวว่า สมควรตรวจสอบหม้อแบตเตอรี่ของเราอย่างสม่ำเสมอ  มิฉนั้น หากท่านเดินทางไกลๆ  หรือขับรถออกนอกเมืองบ่อยๆ  สักวันหนึ่งท่านจะต้องได้ กินข้าวลิง แน่ๆ
แบตเตอรี่เครื่องยนต์ ( Car Battery ) มีขนาด ๖ และ ๑๒ โวลท์ ความจุตั้งแต่ ๓๕ - ๒๐๐ แอมแปร์-ชั่วโมง

 

 
จากประสบการณ์ แบตเตอรี่ปกติจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี หากเริ่มกินน้ำกลั่น  หรือมีกลิ่นเหม็นก๊าซไฮโดรเจน   นั่นแสดงว่าแบตเตอรี่ของท่านเริ่มจะเสื่อมสภาพแล้ว มีโอกาสรีบเปลี่ยนใหม่เสีย หรืออีกสาเหตุคือไดนาโม(ไดชาร์จ)  อาจชำรุดแปลงถ่านเริ่มสั้นหรือแผงวงจรคั๊ตเอาท์ชำรุดชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่น้อย  ชาร์จขาดทุน  (หมายถึง  ใช้ไฟมากกว่าที่ไดชาร์จจ่ายไฟออกมา) สังเกตุได้จากรูปหม้อแบตเตอรี่ที่หน้าปัดติดโชว์  แสดงว่าไม่ชาร์จ  รถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ใช้เครื่องยนต์หัวฉีด  เครื่องจะดับเพราะไม่มีกระแสไฟไปควบคุมระบบต่างๆ
และข้อสังเกตุอีกอย่างคือเคยบิดกุญแจสตาร์ทนิดเดียวเครื่องยนต์ติดแสดงว่าแบตยังดีอยู่  แต่ถ้าต้องบิดอยู่นานกว่าปกติที่เคยๆกระทำมา  นั่นคือสัญญาณเตือนว่า  ท่านต้องอาจ  กินข้าวลิง  ในไม่ช้านี้
บันทึกนี้เป็นบึนทึกที่เขียนเนื่องในโอกาสที่ผมเป็น สมาชิกของ gotoknow  ได้หนึ่งวันครับ ขอจบไว้แค่นี้ก่อน