ค่ายสายธารปัญญาชน : แบบอย่างความสำเร็จบนความร่วมมือ "แบบมีส่วนร่วม" ของชุมชน

ปรากฏการณ์ทำงานสร้างฝัน “แบบมีส่วนร่วม” เช่นนี้ ย่อมง่ายต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะชุมชนได้รู้สึกร่วมกับการเป็น “เจ้าของ” ตั้งแต่ต้นไปจนจบ

ค่ายสายธารปัญญาชน 50   เป็นค่ายอีกค่ายหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าค่ายอื่น ๆ  ที่นิสิตของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้สัญจรออกไปจัดกิจกรรมนอกสถานที่ในห้วงระยะเวลาการปิดภาคเรียนอันน้อยนิด  โดยครั้งนี้กลุ่มนิสิตพรรคพลังสังคม  จัดกิจกรรมนี้ขึ้นระหว่างวันที่  15 – 22  มีนาคม  2550    โรงเรียนบ้านหนองถั่วแปบ  ต.หัวถนน  อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์

ผมได้รับมอบหมายจากท่านรองอธิการบดีฯ  ให้เป็น ผู้แทนมหาวิทยาลัย  ทำหน้าที่เป็นประธานส่งมอบค่ายครั้งนี้   โดยออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยเมื่อเวลาประมาณ  05.00  นาฬิกาและกว่าจะถึงที่หมายก็ล่วงเข้าเวลาประมาณ  09.00  นาฬิกา  แต่ก็เป็นเวลาของการนัดหมายพอดิบพอดี ! ไม่ขาดและไม่เกิน !

    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปีนี้,  ค่ายสายธารปัญญาชน 50  ดูแตกต่างไปจากทุกปีไม่ใช่น้อย  เนื่องจากประวัติศาสตร์การทำค่ายของ พรรคพลังสังคม  ส่วนใหญ่มักวนเวียนอยู่กับการสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์  แต่ครั้งนี้กลับหันหัวเรือไปสู่การสร้าง ห้องสมุด  ขนาด  6 x 8  เมตร  พร้อมด้วยกิจกรรมบูรณาการที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าค่ายอื่น    เช่น  การรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสิทธิเด็ก  กฎหมายจราจร  รวมถึงกิจกรรม ครูอาสาสัญจร  ที่มุ่งสอนพิเศษให้กับนักเรียนในวิชาศึกษาทั่วไป หรือด้านความสามารถทั่วไป  ตลอดจนการ ปรับปรุงสนามเด็กเล่น  มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน  ทุนการศึกษา  และเสื้อผ้า  เป็นต้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยส่วนตัวผมสังเกตและเฝ้ามองโครงการนี้มาเป็นระยะ ๆ   เริ่มตั้งแต่การสอบถามไล่เรียงเกี่ยวกับงบประมาณและรูปแบบ  เพราะผมรู้ว่าปีนี้พรรคพลังสังคมไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากองค์กรภายนอกเหมือนทุกปีที่ผ่านมา  ลำพังงบประมาณที่มหาวิทยาลัยจัดสรร  ผนวกกับที่ระดม ฉายหนัง  เพื่อหาเงินมาทำค่ายรอบแล้วรอบเล่าก็ไม่เพียงพอต่อการออกค่ายครั้งนี้เป็นแน่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมพยายามถี่ครั้งในการป้อนข้อมูลเรื่องแหล่งทุนให้กับแกนนำของพรรค  แต่ก็ดูเหมือนความพยายามดังกล่าวไม่เกิดผลดังใจคิด  กระทั่งได้รับรู้ว่าพวกเขาทั้งหลายไม่ลดความพยายามที่จะมุ่งมั่นเดินหน้าไปสู่การ ออกค่าย  ครั้งนี้อย่างไม่สะทกสะท้าน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมชื่นชมในหัวจิตหัวใจอันกล้าแกร่งของพวกเขาเป็นยิ่งนัก…  ชื่นชมเพราะรู้ว่าพวกเขาได้แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของการทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่แยแสต่ออุปสรรคเรื่องงบประมาณ  และยิ่งรู้ว่ารูปแบบกิจกรรมที่จะมีขึ้นเป็นการสร้าง ห้องสมุด  ด้วยแล้ว  ผมยิ่งมีความสนใจมากขึ้นเท่าตัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>     <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยเบื้องลึกผมเชียร์ขาดใจกับค่ายที่สร้างห้องสมุดมากกว่าการสร้างลานกีฬาด้วยซ้ำไป  เพราะถึงแม้ว่าโรงเรียนจะขาดแคลนสนามกีฬา  แต่ก็ยังมีสนามหญ้าให้นักเรียนได้วิ่งเล่น   อยู่บ้าง  ซึ่งตรงกันข้ามผมกลับมองว่าการขาดแคลนห้องสมุดนั้นถือเป็นปัญหาใหญ่และเร่งด่วนกว่าเรื่องสนามกีฬาด้วยซ้ำไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมมองว่าห้องสมุด  เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จำเป็นอย่างมหาศาลของนักเรียน  เป็นเสมือน ขุมทรัพย์ทางปัญญา  ที่สามารถบ่มเพาะศักยภาพของนักเรียนได้อย่างดียิ่ง  เป็นโลกแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยจินตนาการเป็นเวทีทางความคิดที่นักเรียนสามารถค้นหาคำตอบของชีวิตและความรู้ได้ด้วยตนเอง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่อย่างไรก็ตาม  ผลแห่งความมุ่งมั่นพยายามของนิสิตที่ทุ่มกายใจดิ้นรนหางบประมาณจัดกิจกรรมด้วยวิธีการต่าง ๆ  ตลอดจนการประสานรอบทิศในภาครัฐและชุมชนในท้องที่ก็เป็นอานิสงส์ให้ได้รับการช่วยเหลือด้านงบประมาณจากฝ่ายต่าง ๆ  อย่างน่าประทับใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การให้ความร่วมมือทั้งแรงกายและแรงทรัพย์จากบุคคลต่าง ๆ  รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน  ในท้องที่ดังกล่าว  สะท้อนให้เห็นความร่วมใจของชุมชนที่มีต่อกิจกรรมนี้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ..  ยืนยันถึงความต้องการ  (need)  อันแท้จริงของชุมชนที่มีต่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพของการศึกษาในบริบท  พื้นที่   (space)  ของตนเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การร่วมด้วยช่วยกันเช่นนี้  ผมถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ไม่บ่อยครั้งนักในการออกค่ายอาสาพัฒนา  และครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จในการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนได้เข้ามามีบทบาทร่วมเรียนรู้และสร้างสรรค์สังคมร่วมกัน  แบบมีส่วนร่วม  อย่างแท้จริง  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปรากฏการณ์ทำงานสร้างฝัน แบบมีส่วนร่วม  เช่นนี้  ย่อมง่ายต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  เพราะชุมชนได้รู้สึกร่วมกับการเป็น เจ้าของ  ตั้งแต่ต้นไปจนจบ   ซึ่งพร้อมที่จะดูแลต่อยอดทางการพัฒนาสืบไปอย่างต่อเนื่อง  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นที่น่าเสียดายที่ฝนฟ้าตกติดต่อกัน 2  วันยังผลให้ชาวค่ายทำงานไม่แล้วเสร็จตามที่มุ่งหวัง   แต่สำหรับผมแล้ว  สภาพของประตูและหน้าต่างที่ยังไม่ติดตั้ง  ก็ใช่จะเป็นสิ่งชี้วัดถึงความล้มเหลวของการงานครั้งนี้แม้แต่น้อย  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชาวบ้านเข้าใจและเห็นใจต่อการงานที่หลงเหลือเพียงเล็กน้อย  รวมถึงการขันอาสาอย่างแรงกล้าว่าจะดำเนินการต่อยอดให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>สิ่งที่ผมประทับใจไม่น้อยไปกว่าเรี่ยวแรงของชาวบ้านที่ทุ่มเทเป็นส่วนหนึ่งของงานร่วมกับนิสิตมาตั้งแต่วันแรกก็คือ  การตอบรับที่จะสนับสนุนต่อเติมในส่วนที่เหลือ  อาทิ  ฝ้าเพดาน   ตู้หนังสือ   กระเบื้องปูพื้น  พัดลมเพดาน ฯลฯ  ….  </p><p>   </p><p>ภาพของบุคคลหลากหน่วยงานที่มาร่วมพิธีปิดค่ายและรับมอบค่ายในวันนั้น  มีมาจากหลายส่วนหลายภาคฝ่าย  ทั้งผู้บริหารจากโรงเรียนในละแวกใกล้เคียง  ผู้บริหารจากสำนักงานเขตพื้นที่ฯ  ,องค์การบริหารส่วนตำบล,  เจ้าหน้าที่ตำรวจ  รวมถึงชาวบ้านจำนวนไม่น้อย  ล้วนยืนยันให้เห็นความสำเร็จของการทำงาน แบบมีส่วนร่วม  อย่างแท้จริงระหว่าง ไทค่าย  กับ  ไทบ้าน     </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในยุคโลกาภิวัตน์  (Globalization)  โลกแห่งการเรียนรู้และสื่อสารของคนในสังคมเมืองอาจจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของอินเตอร์เน็ต  และกลายสภาพเป็นชุมชนออนไลน์  (cyber  community)  ไปจนหมดแล้ว   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">  </p>      <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระนั้นเราต้องไม่ลืมว่า  ในบางมุมของสังคม  โดยเฉพาะสังคมของนักเรียนที่อยู่ห่างไกลจากนวัตกรรมแห่งการสื่อสารที่ทันสมัยและรวดเร็วของอินเตอร์เน็ต   เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ห้องสมุด  เป็นยิ่งกว่า พื้นที่จริง  (real  space)  ของการเรียนรู้ชีวิตในโลกการศึกษา  และห้องสมุดยังเป็นเสมือน พื้นที่ทางสังคม  (social  space)  ที่พวกเขาสามารถเข้าไปใช้ชีวิตเพื่อการเติบใหญ่ทางปัญญาได้เหมือนกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#มหาวิทยาลัยมหาสารคาม#ค่าย#จิตอาสา#msu-km#จิตสำนึกสาธารณะ#กิจกรรมนิสิต#พลังสังคม#อาสาพัฒนา#กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

หมายเลขบันทึก: 86629, เขียน: 26 Mar 2007 @ 21:25 (), แก้ไข: 25 May 2012 @ 22:39 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก


ความเห็น (11)

  • ขอชื่นชมกับนักศึกษาและผู้ให้การสนับสนุน ทำให้ค่ายอาสาของพรรคพลังสังคมนี้ประสบความสำเร็จ
  • ขอเป็นกำลังใจให้ทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างนี้ตลอดไป
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

ต้องการหนังสือเพื่อเติมเต็มห้องสมุดบ้างมั้ยคะ..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ครูเสือ

P

  • ค่ายนี้  .. ผมพยายามสะท้อนให้นิสิตเห็นมิติการนำชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ทำ  ทั้งในระบบการลงแรงและลงทุนด้วยเม็ดเงิน  ซึ่งเป็นสิ่งร้อยรัดให้ชาวบ้านได้รู้สึกกับการเป็น "เจ้าของ"  ในสิ่งที่กำลังจะสร้างขึ้น
  • รวมถึงการสะท้อนให้เห็นความพยายามอย่างจริงจังที่จะต่อสู้กับอุปสรรคเรื่องงบประมาณ  และการสื่อให้เห็นกระบวนการประสานงานภาคชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
  • ขอบคุณครับ...

 

เขียนเมื่อ 
เป็นค่ายที่มีประโยชน์มากเลยครับ เห็นห้องสมุดแล้วดีใจแทนเด็กๆๆ ไม่แปลกใจว่าวันไปบ้านครูบาเห็นคุณแผ่นดินไม่ว่าง เล่นเดินสายดูค่ายนี้เอง
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

..โดยปกติ  นิสิตจะกลับไปเยี่ยมค่ายอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม -  สิงหาคม  ซึ่งตอนนั้นก็จะมีพวกหนังสือไปมอบให้โรงเรียนเสมอ...

.....

ตอนนี้ก็รับบริจาคหนังสือไว้ตลอดปีเลยนะครับ...เรามีกิจกรรมเช่นนี้บ่อยมาก  ยังมีชมรมที่ทำกิจกรรมเรื่องหนังสือและห้องสมุด  คือ  ชมรมรุ่นสัมพันธ์  ครูอาสา  ครูบ้านนอก  ไทสร้างสรรค์ เป็นต้น

....

ขอบคุณมากครับ...

เขียนเมื่อ 
ขอบคุณครับ อ.ขจิต
P

ผมเดินสายแทบทุกวันในช่วงนั้น  ไปแทบทุกค่ายที่นิสิตออกจัดกิจกรรม 

นี่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่บันทึก...ถ้าบันทึกไม่ครบก็น่าเสียดายไม่น้อย

จะเอาแต่รูปลงให้ดูก็กระไรอยู่...

ขอบคุณมากครับ...(พรุ่งนี้  ต้องเดินทางอีกแล้ว...)

เขียนเมื่อ 
  • ค่ายนี้น่าจะอยู่ใกล้บ้านผมเพียงแค่อึดใจ
  • เสียดายไม่ได้อยู่แถวนั้น...คงได้ไปร่วมชื่นชมยินดี หรือช่วยอะไรได้บ้าง
  • เห็นพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่แล้ว  ชื่นใจจริง ๆ ครับ......
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.ย่ามแดง

P

  • เสียดายจริง ๆ แหละครับที่นิสิตไม่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตร่วมกับอาจารย์  ..และอันที่จริงระยะหลังเราก็ไม่ใคร่ได้ไปค่ายที่บุรีรัมย์มากนัก  เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่ ๆ  มีสถาบันอุดมศึกษาอื่นดูแลอยู่แล้ว
  • แต่ไปคราวนี้ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ  เพราะชุมชนทั้งรัฐและเอกชน  หรือแม้แต่บุคคลก็ยื่นมือมาช่วยเหลืออย่างน่ายกย่อง
  • นิสิตมีความสุขกับค่ายนี้มากครับ...
  • วันที่ผมไปเป็นประธานส่งมอบ  ผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ก็มาร่วมจำนวนมาก
  • ภูมิใจแทนนิสิตที่ได้มีโอกาสทำงานในพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง
Pramual
IP: xxx.121.171.69
เขียนเมื่อ 
ไม่มีความสุขใดยิ่งใหญ่ไปกว่าความสุขแห่งการให้ คำว่า "ให้" เป็นคำสั้นๆ แต่งดงามในความหมาย สูงล้ำด้วยคุณค่า เปี่ยมสุขทั้งผู้รับและผู้ให้ การให้ ทำได้มากมายหลายอย่าง ให้ความรัก ความปรารถนาดี ให้ที่พัก ให้อาหาร ให้คำปรึกษา ให้เวลา ช่วยด้วยแรงกาย หรือ ให้กำลังใจ
ทางผู้บริหารโรงเรียนบ้านหนองถั่วแปบพร้อมคณะครูและกรรมการ หมู่บ้านได้จัดผ้าป่าหารายได้เข้าโรงเรียนเป็นบางปี โดยรับบริจาค อุปกรณ์ ต่างๆ รายได้จากการจัดผ้าป่า เพื่อนำมาเป็นทุนการศึกษา ของเด็กนักเรียน หรือซ่อมแซม สถานศึกษา ซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน และโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ทางโรงเรียนได้รับการช่วยเหลือจาก ศิษย์เก่า ชาวบ้านใก้ลเรือนเคียงผู้มีจิตศัทธา และพ่อแม่พี่น้องต่างพื้นที่ คนละเล็กคนละน้อย เพื่อเป็นการพัฒนาสถานการศึกษา และส่งเสริมการศึกษาของเด็กนักเรียน ขั้นพื้นฐาน หากท่านต้องการมีส่วนร่วมบริจาค อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียนการสอน โต๊ะ เก้าอี้ ข้าวของเครื่องใช้ โครงการอาหารกลางวัน ร่วมสร้าง พัฒนาโรงเรียนที่ต้องการๆก่อสร้างเพิ่มเติม ทางพวกเราชาวบ้านร่วมกับคณะครูอาจารย์ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพื่ออนาคตของเด็ก ให้ได้มีการศึกษา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีไปในภายภาคหน้า ทางโรงเรียนบ้านหนองถั่วแปบยังขาดดุลอุปกรณ์การเรียนการสอนหลายอย่าง อีกทั้งครูอาจารย์ไม่เพียงพอ เด็กๆนักเรียนยังรอคอยความหวัง ความช่วยเหลือ เอื้ออาทรจากทุกๆคน เสื้อผ้าอาภรณ์ สมุด หนังสือ ที่ท่านคิดว่าไม่มีค่า อาจจะมีความหมายมากกับเด็กเหล่านี้ ทรัพสินของท่านเพียงเล็กน้อย อาจจะสานฝันและ ความก้าวหน้าให้แก่เด็กได้ อนาคตของเด็กที่หมดหวังท่านอาจเป็นผู้ นำแสงสว่างมาสู่พวกเขา เหล่านี้ เงินทุกบาททุกสตางค์ของท่านจะเป็นการช่วยเหลืออเด็กผู้ยากไร้ทั้งสิ้น กระผมต้องขอขอบคุณผู้ที่มีจิตรศรัทธา ณ ที่นี้ด้วย

ผมในนนามของคนหมู่บ้านหนองถั่วแปบและเคยเป็นศิษเก่ามากอ่น ต้องขอบอบคุณผู้ที่มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก สำหรับนักศึกษาที่มาออกค่ายก็ดี รวมถึงชาวบ้านและครูบาร์อาจารย์ ที่ช่วยกันสร้าง ห้องสมุดให้เด็กนักเรียนในครั้งนี้ เพื่ออนาคตของเด็กในวันข้างหน้า กระผมทราบซึ้งในบุญคุณของพวกท่านเป็นอย่างมาก หากแต่ผมเองก็พยามยามเต็มที่เช่นเดียวกัน ได้นำเสนอในความเป็นอยู่ของเด็กและชาวบ้าน(รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่)ของเด็กในชนบท ให้คนในเมืองกรุงได้รู้เห็นถึงความแตกต่างในชีวิตของแต่ละทอ้งถิ่น หากผู้ไดที่ได้มีความคิดเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน อะไรดีๆหลายอย่างก็จะตามมา หากว่าแล้วตัวเราเอกก็ต้องช่วยเหลือตัวเองกอ่นด้วย   ขอบคุณอีกครั้ง www.nongtourpab.com
รุจีรัตน์ วิโรจน์กิจไพบูลย์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยการช้วยด้วยแรงกายใครมีงานอาสาให้ช่วยบอกได้เลยนะค่ะ ติดต่อทางอีเมลค่ะ

คนตามหาฝัน
IP: xxx.28.35.2
เขียนเมื่อ 

ความทรงจำ ของวันวานที่ยั่งหวานอยู่

ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งของความทรงจำจะถูกบันทึกและถ่ายทอดให้กับผู้คนมากมายได้รับรู้

คงต้องบอกว่าความสุขที่สุดของการได้เป็นนิสิตนักศึกษา คือการได้เรียนรู้ว่าชีวิตของการเป็นผู้ให้มันยิ่งใหญ่มาก

และภาพเหล่านั้นมันก็ยังอยู่ในความทรงจำที่ยังประทับใจ พูดถึงครั้งใด มันก็ยังทำให้เรารู้สึก และสัมผัสได้ถึงภาพบรรยากาศเหล่านั้น ภาพที่ทุกคนต่างช่วยกันทำงาน ภาพที่ชาวบ้านและเด็กๆยิ้มด้วยความสุข และภาพบรรยากาศตอนเช้าของหน้าฝนที่ปกคลุมไปด้วยหมอก มีภูเขาล้อมรอบ นี่แหละธรรมชาติของชีวิตที่โอกาสของนิสิตต้องลองไปเรียนรุ้

เพื่อให้รู้ว่านี่แหละชีวิต ที่ทำให้เราเข้าใจ นิยามของชีวิตมากกว่าเดิม