ไม่ใช่มาจัดอบรม4-5วัน แล้วจะปลุกเสกให้ชาวบ้านเป็นเกษตรพอเพียงได้ มันคงไม่ง่ายอย่างนั้นกระมัง ส่วนใหญ่อาจจะถอยมาคุยกันก่อนว่าจะสู้ในฐานะเกษตรต่อไปหรือเปล่า

 

จับเข่าคุยกับชาวบ้านที่มาอบรม หลายคนเล่าว่า จากที่เคยกินอิ่มนอนอุ่น เดี๋ยวนี้นอนอมทุกข์มือก่ายหน้าผาก ทนทำมาหากินเพราะไม่รู้จะเปลี่ยนไปทำอะไร การประกอบอาชีพมีข้อจำกัดมากขึ้น ใครเขาบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง ก็พอเพียงไปตามเขา ถามว่าตัวเองพอเพียงรึยัง ก็รู้ๆอยู่เต็มอกว่ามันพอพังมากกว่า ทุกคนบอกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน สมัยที่ใช้ควายไถนา ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี ทุกอย่างอยู่ภายใต้ศักยภาพของครัวเรือนที่พึ่งพากันเอง ทำมากทำน้อยได้เท่าไหร่ก็เหลือเป็นของตนเอง ไม่ใช่ทำนาแต่เที่ยวไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหนี้ทั่วโลก 

ทุกวันนี้ทำมาหาได้เพื่อไปจ่ายหนี้(ธกส.) จ่ายหนี้พ่อค้าในตลาด จ่ายค่างวดบริษัทขายอุปกรณ์จากประเทศญี่ปุ่น จ่ายค่าน้ำมันให้ตะวันออกกลาง จ่ายค่าปุ๋ยและสารเคมีจากยุโรป จ่ายยุบยับนี่รึจะนำไปสู่ความพอเพียง แค่เสมอตัวก็บุญโขแล้ว จึงเป็นการยากที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่คำนึงถึงพันธกรณีที่รัดคอชาวบ้านอยู่  

 

การทำมาหากินบนพื้นที่แห้งแล้งดินเลว ขาดแคลนน้ำ โรคแมลงยุบยับ เกษตรกรที่ฝืนทำการเพาะปลูกบนเงื่อนไขเหล่านี้ จึงยากที่จะลืมตาอ้าปากได้ ส่วนมากจะทำให้ดินพอกหางหมูก้อนโตขึ้นๆ ขาดความพร้อมและความเป็นไปได้ ไม่สามารถที่จะกระโจนเข้าข่ายเศรษฐกิจพอเพียงเพราะเดี้ยงล่วงหน้าเสียแล้ว  จำเป็นต้องอนุบาลเสียก่อน เปรียบเสมือนแพทย์ต้องดูแลคนไข้หนักด้วยการให้ยาบำรุงหรือเติมเลือดจนแข็งแรงก่อนทำการผ่าตัด ไม่ใช่มาจัดอบรม4-5วัน แล้วจะปลุกเสกให้ชาวบ้านเป็นเกษตรพอเพียงได้ มันคงไม่ง่ายอย่างนั้นกระมัง

  

ส่วนใหญ่อาจจะถอยมาคุยกันก่อนว่าจะสู้ในฐานะเกษตรต่อไปหรือเปล่า ชาวบ้านเบื่อหน่ายอาชีพนี้เต็มทีและถอดใจไปตามๆกัน การนัดหมายมาอบรมจึงไม่มีใครสนใจ เพราะผ่านการอบรมมานักต่อนักแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้นกับชีวิต แต่ด้วยความเกรงใจเจ้าภาพ จึงจัดคนหมุนเวียนเปลี่ยนหน้ามารับความรู้ให้เต็มตามจำนวนที่รับปากไว้ นี่คือวิกฤติศรัทธาที่กรมกองต่างๆแข่งกันอบรมในเรื่องเดียวกันจนเฝือ ควรจะรวมงบประมาณของหน่วยงานที่มีแผนอบรมชาวบ้านในเรื่องเดียวกัน มารวมกันทำงานแบบบูรณาการ

ดังจะเห็นใบสั่งให้ทำการอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ถามว่า ไปอบรมใคร ชาวบ้าน หมู่บ้านมีจำกัด อบรมไปกี่ครั้งๆก็อลวลหมุนเวียนอยู่กับกลุ่มคนหน้าเดิมแต่เปลี่ยนป้ายและที่ประชุมก็เท่านั้น ประชุมเพื่อให้ได้ประชุมรึ วันนี้มีหน่วยงานต่างๆวิ่งหาคนไปอบรมจ้าละหวั่น  

  • สาธารณสุขอำเภอ หาคนไปอบรม อสม.
  • กรมพัฒนาชุมชน หาคนไปอบรมปัญหาความยากจน
  • ตำรวจบ้าน หาไปอบรมเรื่องชุมชนสัมพันธ์ รักษาความมั่นคง
  • เกษตรอำเภอ หาคนไปอบรมเรื่องปุ๋ย ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้
  • กรมการปกครอง หาคนไปอบรมเรื่องยาเสพติด
  • อบต. หาคนไปอบรมอาชีพ
  • เทศบาลหาคนไปดูงาน เที่ยวทะเล
  • ศูนย์เรียนรู้ชุมชน หาคนไปอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

 มหาชีวาลัยอีสานอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเพาะเห็ด เพราะเห็นว่าลงทุนน้อย ใช้น้ำน้อย ปัจจัยการผลิตส่วนมากหาได้ในท้องถิ่น ถ้าชาวบ้านสนใจฝึกฝนนำไปปฏิบัติจริง ก็จะเห็นผลภายใน2เดือน มีเห็ดทำอาหารหม่ำกันในครัวเรือนอย่างแน่นอน ตามขั้นตอนตั้งแต่ การทำโรงเรือน การเพาะเห็ดในขอนไม้ การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก และการเพาะเห็ดในสภาพป่าธรรมชาติ มีเห็ดชนิดต่างๆ เห็ดบด เห็ดขอนขาว เห็นนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดยานางิ เห็ดตีนแรด เห็ดผึ้ง โดยฝึกชาวบ้านตามขั้นตอนต่างๆดังนี้ 

  • การเตรียมแม่เชื้อเห็ดบริสุทธิ์
  • การขยายหัวเชื้อ
  • การทำก้อนเชื้อ
  • การเปิดดอก
  • การเก็บผลผลิต
  • การนำเห็ดไปประกอบอาหารชนิดต่างๆ

 เท่าที่สังเกตมีคนสนใจอย่างจริงจังประมาณ10คน เมื่อมีการฝึกอบรมโดยพาลงมือทำตามขั้นตอน ชาวบ้านบอกว่า อย่างนี้ตนทำที่บ้านได้แน่นอน แต่จะทดลองทำเล็กๆดูก่อน เมื่อมั่นใจในฝีมือของตนเองจึงจะขยายปริมาณในภายหลัง