เรื่องเล่าจากดงหลวง 57 นักประดิษฐ์ชาวบ้าน (The Local Inventor)

ไม่มีใครคิดในสิ่งนี้มาก่อน ไม่ว่านักพัฒนา หรือนักวิชาการ หรือผู้นำต่างๆ แต่ชาวบ้านธรรมดาคนนี้ หรือสหายคนนี้ คิดออกมาได้ ถ้าจะกล่าวว่าสหายธีระเป็นนักคิดค้นพื้นบ้าน สิ่งที่ทำนี้ก็เป็นตัวอย่างยืนยันที่สำคัญ ที่ท่านครูบาตั้งประเด็นว่า "ถ้าขาดแคลนความรู้ ก็ยากที่จะอยู่อย่างพอเพียง"

   

ดงหลวงคือแหล่งผักหวานป่า (ที่กำลังเกิดวิกฤติ)

เมื่อเราพูดถึงการตอนผักหวานป่าที่ดงหลวง ก็ต้องพูดถึง เซียน ที่ชื่อ หมอธีระ เพราะ ตั้งอกตั้งใจเอาผักหวานป่ามาทดลองในสวน 

มาวันนี้ หมอธีระ เป็นนักประดิษฐ์ คิดค้นเตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูงแบบประหยัดขึ้นมาอีกแล้ว

  

       

หมอธีระ ชื่อจริงนายบัวไล เชื้อคำฮด เป็นสหายที่อดีตเป็นหมอป่าคู่กับนายแพทย์แหวง โตจิราการ ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตลอดในศูนย์กลางอำนาจรัฐ  แต่สหายธีระ คือชาวบ้านธรรมดา ที่มีร้านขายของเล็กๆน้อยๆให้ภรรยารับผิดชอบ  ส่วนตัวเองก็ขลุกอย่กับสวนผสมผสานใกล้ๆบ้าน ด้วยมีแรงงาน เพียงคนเดียวจึงทำแต่พอกำลัง วันละเล็กละน้อย  สวนเล็กๆปลูกหลายอย่างที่สำคัญคือ ผักหวานป่าที่ สวนแห่งนี้คือห้องทดลองมานานหลายสิบปี จนพบข้อเท็จจริงในเรื่องการตอนและการดูแลต้นผักหวานป่า

  

   

มาวันนี้สหายธีระแอบซุ่มเงียบทำเตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูงด้วยวัสดุที่มีในท้องถิ่นโดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว ด้วยเคยไปศึกษาดูงานที่มูลนิธิพัฒนาอีสานจังหวัดสุรินทร์ เมื่อหลายเดือนก่อน หมอธีระก็เก็บความคิดเงียบไว้เพียงคนเดียวว่าจะทำอย่างไรจึงลดต้นทุนการทำเตาลงได้

 

 เพราะจากแบบที่ศึกษามานั้นต้องซื้อถังขนาด 200 ลิตร 1 ใบราคาประมาณ 200-300 บาท หรือมากกว่านั้น ต้องซื้อท่อใยหินข้องอ และท่อตรงอีกไม่น้อยกว่า 100-200 บาท อิฐบล็อกอีก 5 ก้อน แม้ว่าจะเป็นเงินไม่กี่บาทสำหรับคนในเมืองที่รวมค่าต้นทุนนี้แล้วยังน้อยกว่าค่าเหล้าฝรั่ง 1 ขวดเลย มาวันนี้สหายธีระติดสินใจทำเตาเผาถ่านด้วยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ด้วยเศษไม้ไผ่ กิ่งไม้ที่มีอยู่ในสวน เศษลวดที่ เก็บสะสมเอาไว้ และสังกะสีเก่าๆที่พอหาเอาได้ในบ้านของตนเอง ดินเหนียวที่มีมากมายจะเอาสักเท่าไหร่  สหายธีระเอาประสบการณ์ที่ไปศึกษาดูงานที่สุรินทร์เป็นตัวตั้ง และคิดดัดแปลงเอาตามสภาพท้องถิ่นและกรอบคิดของตนเองว่า อยากจะ "ทดลอง" เป็นเตาแรกว่า

  • จะสร้างเตาในลักษณะเหมือนเอาถัง 200 ลิตรมาตั้งจะได้ไหม (แบบต้นฉบับนั้นใช้ถัง 200 ลิตรนอน)
  • ขนาดความใหญ่ของเตา น่าจะลองสักเท่าครึ่งของขนาดถัง 200 ลิตรจะพอดีไหม
  • จะใช้ไม้ไผ่และกิ่งไม้ต่างๆในสวนมาเป็นองค์ประกอบเตาเบื้องต้น สหายธีระกล่าวว่า ไม้ที่เป็นโครงร่างต้นแบบหากไหม้ไฟไป ก็เหลือดินเหนี่ยวที่เป็นเตาจริงๆคงอยู่
  • ใช้ลวดเป็นตัวยึดโยงกิ่งไม้นั้นให้เป็นรูปร่างเตา และโครงสร้างภายใน
  • ใช้ดินเหนียวเป็นตัวหลักในการสร้างเตา อัดแน่นตรงกลางแบบ
  • ทางควันออกก็ใช้ไม้ไผ่ ที่จะห่อหุ้มด้วยดินเหนียว
  • ทางติดไฟ หรือหน้าเตาก็ใช้เศษไม้แผ่นที่หุ้มด้วยดินเหนียว
  • ฝาด้านบนปิดด้วยโครงไม้ที่ยึดโยงด้วยลวดเก่าๆที่มีอยู่แล้วและอัดแน่นด้วยดินเหนียว
  • ทำหลังคาสังกะสี ด้วยสังกะสีเก่าๆที่มีอยู่
  • จะทำท่อต่อตรงท่อควันออกเพื่อรองน้ำส้มควันไม้ น้ำส้มควันไม้นี้จะมีคุณภาพแค่ไหน

 

โครงสร้างภายในเตาเผาถ่านนี้ใช้ลวดเก่าๆมาผูกโยงยึดเข้าด้วยกัน  ขอบด้านนอกและในเป็นเศษ ไม้ที่มีอยู่ เอามาวางเรียงกันแล้วใช้ลวดผูกเข้าด้วยกันพออยู่

ไม่มีใครคิดในสิ่งนี้มาก่อน ไม่ว่านักพัฒนา หรือนักวิชาการ หรือผู้นำต่างๆ แต่ชาวบ้านธรรมดาคนนี้ หรือสหายคนนี้ คิดออกมาได้ ถ้าจะกล่าวว่าสหายธีระเป็นนักคิดค้นพื้นบ้าน สิ่งที่ทำนี้ก็เป็นตัวอย่างยืนยันที่สำคัญ ที่ท่านครูบาตั้งประเด็นว่า "ถ้าขาดแคลนความรู้ ก็ยากที่จะอยู่อย่างพอเพียง" 

อยู่ชนบท โดยเฉพาะดงหลวง ไม้ ไร่เยอะแยะ ก็ประหยัดได้โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อหาถัง 200 ลิตรให้สิ้นเปลือง ในทางปฏิบัติไม่ใช่เฉพาะราคาค่าถัง ค่าท่อเท่านั้นนะครับ หากจะซื้อต้องออกมาในเมือง เสียค่ารถอีกไม่น้อย

หากการทดลองนี้ใช้ได้ดี คำถามตามมาว่า

  • จะเกิดการยอมรับในชุมชนไหม? (Rural community adoption)
  • หากยอมรับ จะเกิดการขยายไปโดยธรรมชาติเองได้ไหม
  • การพัฒนายกระดับเตาต้นแบบนี้จะมีไหม จะเกิดไหม
  • ในเรื่องอื่นๆ กิจกรรมอื่นๆ จะเกิด นักประดิษฐ์พื้นบ้านอีกบ้างไหม
  • บทบาทงานพัฒนาชุมชนทั้ง "เอกชน" และ "ราชการ" อยู่ตรงไหน ?
  • น้ำส้มควันไม้จากเตานี้จะมีคุณภาพเพียงใด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากดงหลวง



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณบางทราย

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของกระบวนการคิดที่ทุกคนพูดถึงกันอึงมี่..แต่หาตัวอย่างแบบรูปธรรมมาสนับสนุนได้ยากเต็มที นอกจากตัวอย่างพื้นๆทั่วๆไป..

ทักษะการคิดมี 2 ประเภท ประเภทแรก..ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน และทักษะการคิดระดับสูง..ตัวอย่างนี้ถึงพร้อมทั้ง 2 ทักษะเลยค่ะ..

อยากให้มีคนอย่างนี้เยอะๆจัง..

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับคุณ เบิร์ด
  • ใช่แล้วครับความคิดเห็นของคุณ เบิร์ด ผมยังคิดว่า
  • หากมีชาวบ้านที่มีลักษณะเช่นนี้ในชุมชนแบบเราไม่รู้ เขาก็อยู่อย่างปกติ แต่ไม่ได้แสดงศักยภาพเหล่านี้ออกมาให้เราเห็น  หรือตาบอด ไม่เห็นเอง ดังนั้นบทบาทนักพัฒนาคืออะไร  บทบาทของข้าราชการที่รับผิดชอบการพัฒนาชุมชนคืออะไร  ทำอย่างไร ........ฯลฯ
  • หากโครงการไม่ได้พาสหายธีระไปศึกษาดูงานที่สุรินทร์  ความคิดแบบนี้จะออกมาใหม?  คล้ายๆกับว่า ความคิดความอ่านมันซ่อนอยู่ พอไปเห็นของจริง ไปเห็นกระบวนการเข้าแล้ว สมองทำงานไหลหลั่งออกมาเลย
  • ดังนั้น ประเด็นของการทำงานพัฒนาคือ ทำอย่างไรจึงจะให้ชาวบ้านที่ศักยภาพซ่อนอยู่ได้มีโอกาส เรียนรู้โลกข้างนอกชุมชน และชาวบ้านที่ยังไม่มีศักยภาพ ได้เริ่มเพิ่มพูนระดับ ความรู้ การคิด การสร้างสรรค์ขึ้นมา เป็นการเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีก 
  • ผมก็อยากสร้างคนแบบนี้ให้มีมากๆ ครับ
  • ขอบคุณครับ
  • ขอร่วมชื่นชมสหายธีระ ด้วยคนนะคะ  เยี่ยมมากเลยค่ะ  
  • ใช่ค่ะ  การพัฒนาชุมชน  ต้องค้นหาศักยภาพของชุมชนก่อน  แล้วพัฒนาชุมชนตรงนั้นๆตรงที่เขามี  ไม่ใช่ไป ผลักดันให้ทำให้พัฒนาตามเป้าหมายของหน่วยงานภาครัฐ  แล้วทุ่มงบมากมายลงไปตามกระแส  แล้วมาถามหาความยั่งยืน..
  • อยากให้สังคมมีคนแบบพี่บู๊ท มากๆค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • น้องหนิงเอาเชือกมามัดพี่ไว้ด้วยนะ มันลอยออกจากโลกนี้แล้ว ลอยด้วยคำชม
  • พี่ก็คือ ตาแก่ งกงก เงินเงิน ทำงานไปคนหนึ่งเท่านั้น เห็นอะไร ดี ดี ก็เอามาเผยแพร่ เห็นอะไรที่เป็นปัญหา ก็เอาตีฆ้องร้องป่าว
  • หาเพื่อนคุยบ้าง
  • ถ้าไม่ช่วยกันสังคมจะอยู่อย่างไร คนตั้งหน้าตั้งตาจะเอารวยอย่างเดียวมีเยอะ หากไม่มีใครคอยคัดหางเสือเรือบ้าง ก็จะเข้ารกเข้าพงกันไปหมด
  • ขอบคุณครับน้องหนิง
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณบางทราย

          เห็นแล้วทึ่งมากเลยค่ะ ไม่นึกว่าจะเป็นเตาเผาถ้าเห็นรูปแรก นี่คือบทบาทงานพัฒนาชุมชนของภาค "เอกชน" ยกนิ้วโป้งให้เลยค่ะ นี่คือนักพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจริง ๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับคุณบางทราย (บางไทร ?) ผมคิดจะทำเตาเผาไม้เพื่อทำน้ำส้มควันไม้ เพื่อให้นักศึกษาได้ลองปฏิบัติอยู่พอดี ชอบคำพูดที่ว่า "ถ้าคาดแคลนความรู้ ก็ยากที่จะอยู่อย่างพอเพียง" และขอเพิ่มเติมว่า "ถ้าขาดความพอเพียงก็ยากที่จะอยู่อย่างรู้คุณค่าของชีวิต"
บางทราย
IP: xxx.91.19.200
เขียนเมื่อ 
สสัวดีครับคุณราณี เราเป็นเพียงผู้เปิดโอกาสให้เขาเห็นโลกภายนอก แล้วเขาคิดต่อครับ ในจำนวน 20 คน จะมีคนแบบนี้สักคนครึ่งคนมั๊งครับ ขอบคุณครับ
บางทราย
IP: xxx.91.19.200
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับคุณสะลวง ผมบางทรายครับ ส่วนบางไทรนั้นอยู่อยุธยา บางทรายอยู่มุกดาหารครับ เอ๊...สะลวงอยู่แม่ริมเชียงใหม่หรือเปล่าครับ มีสะลวงเหนือ สะลวงใต้ ด้วยใช่ไหมครับ คำพูด "ถ้าคาดแคลนความรู้ ก็ยากที่จะอยู่อย่างพอเพียง" เป็นของท่านครูบาสุทธินันท์ครับ ผมเห็นว่าสอดคล้องกับบทบันทึกที่ผมเขียนอยู่ก็เลยขอเอามาใส่ครับ ส่วน "ถ้าขาดความพอเพียงก็ยากที่จะอยู่อย่างรู้คุณค่าของชีวิต" เป็นความจริงครับ ผมเห็นด้วยครับ
เขียนเมื่อ 
  • มาดูภูมิปัญญาชาวบ้านครับผม
  • สบายดีใช่ไหมครับ
เขียนเมื่อ 
สบายดีครับอาจารย์ขจิต ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ เชิญขึ้นบ้านกินน้ำกินท่าก่อน จะรีบไปไหน น้ำเย็นๆ อากาศร้อนๆมาพักซะก่อนค่อยไป เอ้ามา มา มา
สุพรชัย มั่งมีสิทธิ์
IP: xxx.44.135.34
เขียนเมื่อ 

ยอดมากครับสำหรับการคิดต่อยอด การนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับศักยภาพของตนเองและท้องถิ่นนับว่าคุณธีระทำได้ดีมาก ๆ น่านับถือ แล้วผลการทดสอบหรือการใช้งานจริงเป็นอย่างไรบ้างครับ ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเตาที่ใช้ถังเหล็ก 200 ลิตรหรือไม่ครับ  รบกวนให้คุณบางทรายนำเสนอเรื่องราวต่อพร้มทั้งรายละเอียดด้านอื่น ๆ เช่น ผลผลิตถ่านที่ได้ น้ำส้มควันไม้ อายุการใช้งานของเตา ถ้าเป็นไปได้น่าจะนำเสนอวิธีการก่อสร้างด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากครับ

bangsai
IP: xxx.172.72.184
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ  สุพรชัย มั่งมีสิทธิ์

  • ตกลงขอเวลาหน่อย ผมจะตามเรื่องมาให้ครับ
  • ตั้งใจไว้เหมือนกัน แต่ยุ่งอยู่กับการทำรายงานสิ้นสุดโครงการ บานตะไทเลยครับ เลยไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมชาวบ้านเท่าไหร่นัก
  • ตกลงครับจะจัดการ ตามเรื่องเอานะครับ
  • ขอบคุณครับที่สนใจและเข้ามาเยี่ยม

หมายเลขบันทึก

86222

เขียน

25 Mar 2007 @ 00:16
()

แก้ไข

23 Jun 2012 @ 12:54
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก