2-3 วันที่ผ่านมา รู้สึกว่าชุมชน NUKM blog จะเงียบเหงาไปหน่อย เพราะว่าไม่ค่อยมีคนเขียนบันทึก รวมทั้งคนที่จะมาแสดงความคิดเห็นด้วย เหลือเพียงมีคนเข้ามาอ่านบ้าง อาจเป็นเพราะกระแสที่ชุมชนคนเขียนบล็อก ไปร่วม "งานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 2" ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ กันอย่างคับคั่ง

     สำหรับ beeman แล้ว เมื่อวานมิได้เขียนบันทึก เพราะมั่วยุ่งกับการออกข้อสอบวิชา Cell Biology และจัดให้มีการสอบ (เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยออกข้อบังคับให้มีการสอบ Mid term และ Final ตามกำหนดของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ห้ามสอบนอกตาราง) เก็บคะแนน หลังจากนั้นก็ไปเชียร์กีฬาซีเกมส์ และยุ่งๆ กับงานที่บ้านเลยไม่ได้มาเขียนบันทึก ได้แต่แก้ไขบันทึกเล็กน้อยในส่วนของสถิติที่มีคนเข้ามาอ่านบันทึกสุดฮอต

     ขณะบันทึกไปแล้วลืม "บันทึกเป็นร่าง" เที่ยวหาข้อมูลอยู่ พลันข้อความที่พิมพ์ไว้มันก็หายไป ทำให้อารมณ์ไม่ดี (เกิดเป็นทุกข์แล้วเพราะว่าไม่ควบคุมจิต หลงตกเป็นทาสของตัณหาคือความไม่อยากมีไม่อยากเป็น) ดังนั้นขณะพิมพ์บันทึกเราต้อง save บ่อยๆ นะครับ

     มาเข้าเรื่องกันวันนี้เลยครับ ผมได้เห็นภาพยนตร์โฆษณาชิ้นหนึ่งพูดถึงความสำเร็จต่างๆ มันเริ่มตันจากแรงบันดาลใจ ผมลองยกตัวอย่างนะครับ สมมุติผมดูกีฬาซีเกมส์เมื่อก่อนและได้เห็นคุณอาณัติ รัตนพล แข่งขันกรีฑาวิ่งระยะสั้น 100 เมตร ได้ชัยชนะได้เหรียญทอง และเผอิญผมชอบกีฬาประเภทนี้อยู่แล้ว และเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำได้แบบนี้บ้าง ผมก็ต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อจะก้าวไปสู่ทีมชาติ และเมื่อวันหนึ่งมาถึง คือการได้เป็นตัวแทนนักกีฬาไปแข่งขันซีเกมส์ วิ่งระยะสั้น จนได้เหรียญทอง ผมก็จะประสบความสำเร็จ ดังที่ตั้งเป้าหมายไว้ครับ ดังนั้นผมจึงอยากสรุปเป็นสูตรว่า

 

แรงบันดาลใจ+ความมุ่งมั่น = ความสำเร็จ 

 
     

     แต่ถ้าพูดถึงหลักธรรม "คุณเครื่องแห่งความสำเร็จ" หรือ "คุณธรรมที่ทำให้ประสบความสำเร็จ" ต้องยกให้ "อิทธิบาท ๔" เลยครับ พอดีผมไปพบคำแปลที่โดนใจจึงขอเอามาฝากท่านผู้อ่านดังนี้

     อิทธิ แปลว่า "ความสำเร็จ" บาท แปลว่า "ทางหรือสิ่งที่ช่วยนำทาง"  เมื่อนำอิทธิ+บาท มารวมกันแล้ว  อิทธิบาท แปลได้ความว่า "ทางแห่งความสำเร็จ (ตามความประสงค์)" คราวนี้อิทธิบาทนี้มี 4 ข้อ แปลง่ายๆ ดังนี้ (ดัดแปลงโดย beeman)

 

 บาลี

 ความหมาย

 

คำแปล/อธิบาย 

 
 

ฉันทะ

 

สนใจ

 

ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น คือ ในการทำงานเราต้องมีความพอใจหรือสนใจในงานนั้น จึงจะทำให้งานนั้นสำเร็จตามความมุ่งหมายโดยง่าย ซึ่งก็คือ "สนใจ"

 
 

วิริยะ

 

เต็มใจ

 

ความพากเพียรในสิ่งนั้น คือ ในการทำงานเราย่อมพบอุปสรรคเป็นธรรมดา เราต้องมีความขยันหมั่นเพียร อดทน พยายาม ฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ซึ่งก็คือ "เต็มใจ"

 
 

จิตตะ

 

ตั้งใจ

 

ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น คือ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งก็คือ "ตั้งใจ"

 
 

วิมังสา

 

เข้าใจ

 

ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น คือ มีการใช้เหตุผลพิจารณาสอบสวนงานที่ทำนั้นให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้งานนั้นออกมาดีที่สุด ดัดแปลงและปรับปรุงงานให้เหมาะกับสถานที่และเวลา ซึ่งก็คือ "เข้าใจ"

 
             


    ถ้าผมจะนำอิทธิบาท 4 มาย่อลง ให้เหลือ 2 ข้อ ดังนี้ จะผิดไหมครับ

  1. เอา ฉันทะ เข้าอยู่ในหัวข้อ แรงบันดาลใจ
  2. เอา วิริยะ,จิตตะ,วิมังสา เข้าอยู่ในหัวข้อ ความมุ่งมั่น

   ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเข้ามานะครับ..........