เมื่อวานนี้คุยกับคนไข้ท่านหนึ่งค่ะ เป็นผู้ชาย อายุ 29 ปี  เพิ่งทราบว่าตนเองมีภาวะ IGT จึงต้องการลดนำหนักด่วน และควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพื่อป้องกันเบาหวานตามคำแนะนำของแพทย์ หลังจากไปคุมอาหารด้วยตนเองประมาณ 3 อาทิตย์ก็กลับมาพบแพทย์ตามนัด และถูกส่งพบนักกำหนดอาหารเนื่องจากพยาบาลในทีมพบว่ายังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องอาหารที่ดูแลอยู่

หลังจากสอบถามประวัติการกินพบว่าพยายามกินข้าวมื้อละ 2-3 คำ หรือให้น้อยที่สุด และกินนมหรือโยเกิร์ตวุ้นมะพร้าวแทน ตามด้วยแอปเปิ้ลอีกและสาลี่อีกรวม 2 ผล เกือบทุกมื้อ นอกจากนี้พยายามลดไอศกรีมและน้าอัดลม  คนไข้บ่นว่าความทรมานเหลือเกินกับการกินแบบนี้เนื่องจากขัดกับลักษณะการกินเดิม และไม่รู้สึกอิ่มเหมือนกินข้าว

คนไข้ท่านนี้น่าเห็นใจอย่างมากเนื่องจากมีความตั้งใจดีมากๆๆเกี่ยวกับการปรับเรื่องอาหาร แต่เหตุเพราะความเข้าใจผิด ทำให้หลงทางเรื่องอาหารคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นเมื่อได้มีโอกาสคุยกันจึงแนะนำหมวดอาหารแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะในเรื่องของคาร์โบไฮเดรตว่ามีอยู่ในอาหารหลายประเภท คือ

ข้าว เช่นข้าวสวย ข้าวเหนียว

อาหารประเภทแป้งเช่นวุ้นเว้น ก๋วยเตี๋ยว มักโรนี ขนมปัง ขนมจีน ข้าวโพด

ผักหัวเช่น ฟักทอง เผือก มันเทศ มันฝรั่ง 

ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เช่นถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ลูกเดือย

ผลไม้ต่างๆ เช่น ฝรั่ง แตงโม มะม่วง ส้ม

นม เช่น นมสด โยเกิร์ตต่างๆ (จะมีมากๆ ถ้าเป็นนมปรุงแต่งรสหรือโยเกิร์ตที่ใส่ผลไม้เชื่อม)

อาหารและเครื่องดื่มที่มีนำตาล เช่น น้ำอัดลม ไอศกรีม ขนมหวานทั้งไทยและฝรั่ง

 ดังนั้นเวลาที่เราให้คำแนะนำคนไข้ต้องให้รายละเอียดที่ชัดเจนและบอกถึงปริมาณที่กินได้ ซึ่งแต่ละรายก็ไม่เท่ากัน  นอกจากนี้การแนะนำเรื่องฉลากโภชนาการก็จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนไข้ตัดสินใจเลือกอาหารได้เหมาะสมขึ้นค่ะ เพราะชีวิตในปัจจุบันเต็มไปด้วยอาหารสำเร็จรูปซึ่งมีสิ่งต่างๆซ่อนเร้นอยู่ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และเกลือที่บางครั้งเราอาจคาดไม่ถึง

จุรีย์พร จันทรภักดี

นักกำหนดอาหาร