ปิดตา แต่เปิดใจ อะไรๆก็มหัศจรรย์ได้

 

ปิดตา แต่เปิดใจ อะไรๆก็มหัศจรรย์ได้ ถึงเราจะจบค่ายดอกแก้วลงไปแล้วอย่างชื่นมื่น แต่ความประทับใจก็ยังก้องอยู่ในโพลงกะโหลกศีรษะ น้ำเสียง ท่าทาง ประเด็นที่เธอสะท้อนคิดยังติดตราตรึงใจ คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็อาจจะคิดว่ามันอะไรนักหนา ที่จริงแล้วมันยิ่งกว่าอะไรๆที่ยากจะผ่านเลยไป ลองนึกดูเถิดนิสิตที่มีร่างกายผิดปกติ40คน กับนิสิตพิเศษที่มองไม่เห็นและพิการอวัยวะส่วนต่างๆจำนวน10ชีวิต มาใช้ชีวิตร่วมกัน4วัน3คืน  แทบทุกกิจกรรมเหนือความคาดหมาย นักศึกษาที่พิการมาออกมาพูด เธอจะอธิบายอย่างตั้งใจให้เราเห็นคล้อยตามโดยไม่รู้ตัว เธอไปสัมผัสตัวหมูเหมยซาน แล้วเล่าว่าเธอเห็นหมูตัวอ้วนใส่รองเท้าดูแปลกตา ลูกหมูวิ่งไปมาน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ โธ่ ! เธอทำให้เราแยกไม่ออกว่าโลกความจริงที่ผ่านจินตนาการบรรเจิดจนยากจะบรรยายได้สมบูรณ์

   

ตอนแรกที่บอกเล่ามาในโครงการว่าเป็นกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ในมิติของเศรษฐกิจพอเพียง แต่เมื่อผู้จัดเปิดใจว่า อยากจะลองจัดค่ายเพื่อคนพิการตามสไตส์ของมหาชีวาลัยอีสาน ผมก็นึกไม่ออกว่าสไตส์เพื่อคนพิการควรจะเป็นอย่างไร เนื่องจากไม่เคยมีบทเรียนในเรื่องนี้มาก่อน ข้อมูล ความรู้ ต้นทุนของเราแทบจะเรียกว่าเหมือนกระดาษเปล่า เคยแต่อ่านข่าวคนพิการ และเห็นเกร่อเจนตาก็คือคนตาบอดขายหวยรัฐบาล ก็ได้แต่แปลกใจว่าทำไมเขาเก่งเหลือเกิน ทำมาหากินในทางสุจริตได้ยิ่งกว่าคนตาดีบางคนเสียอีก นี่ใช่ไหมเล่า มิติหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียงแบบจำกัดจำเขี่ย แต่มันก็ปรากฏอยู่บนสังคมของประเทศนี้ไม่ใช่หรือ 

เมื่อกึ๋นมีจำกัดและเวลาก็ค่อนข้างน้อย ผมต้องนั่งติดตามดูกระบวนการเรียนรู้ของเขาเหล่านี้อย่างไม่คลาดสายตา นั่งใคร่ครวญช็อตต่อช็อตว่าจะให้เขาทำกิจกรรมอะไรถึงจะเห็นบทบาทของพระเอกนางเอกของเรา ทุกคนรายงานตัวว่าเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา ในปีการศึกษาลดหลั่นกันไป และเลือกสาขาวิชาที่หลากหลาย เช่น

  • ..สุรีย์รัตน์ สุทธินอก (เล็ก) เรียนสาขาวิชาประวัติศาสตร์ ปี 2
  • ..ทิพยาภรณ์ เข็มพิลา (ทิพย์) เรียนสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส ปี 1
  • ..เสาวนีย์ สีสอง (มด) เรียนสาขาวิชาประวัติศาสตร์ ปี 1
  • นายจักรชัย (จักร) เรียนสาขาวิชาพัฒนาชุมชน ปี 1
  • นายชนะชัย จันทร์ดำ (นะ) เรียนสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ปี 3
  • นายราชันย์ ทองน้อย (โต้ง)เรียนสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปี 2
  • นายพงศกร วงชารี (โอ๊ต) เรียนสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ปี 2

ยังมีรายชื่อนักศึกษาพิการอีกนับร้อย มีวิชาที่เลือกเรียน เช่น สื่อนฤมิต สถาปัตยกรรม คอมธุรกิจ สารสนเทศศาสตร์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา การท่องเที่ยวการโรงแรม นฤมิตรศิลป์ สื่อสารมวลชน ภาษาไทย การบัญชี มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นแม่ข่ายหลักของโครงการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการ รับนักศึกษาที่พิการในลักษณะต่างๆทั่วภาคอีสานให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และยังมีการจัดการศึกษาให้แก่คนพิการในสถาบันราชภัฏบางแห่ง 

การจัดการศึกษาให้คนพิการนั้น ไม่ต้องอธิบายก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่ามันยากยิ่งกว่าจัดให้คนปกติหลายเท่านัก ต้องละเอียดอ่อน อดทน มีเมตตาธรรม มีน้ำจิตน้ำใจเท่าไหร่ทุ่มเทลงมาบริหารจัดการอย่างเต็มสติกำลัง จึงจำเป็นต้องมีนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่งมาเรียนศาสตร์เฉพาะทาง เรื่องการดูแลช่วยเหลือคนพิการ เท่าที่แอบดูในช่วงเข้าค่าย เห็นแล้วชื่นใจที่ยังมีเด็กรุ่นใหม่มาเรียนวิธีอนุบาลคนด้อยโอกาส ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมที่หนักเอาการ เขาเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนครู แต่บทบาทมากกว่าครูปกติหลายเท่านัก  

      

บังเอิญว่าคุณพัชราภา อินทร์ชลิต แห่งงานบริการสนับสนุนนิสิตพิการ มมส.และทีมงานได้จัดโปรแกรมค่ายครั้งนี้ได้ดีมาก เธอขนสื่อต่างๆมาแสดงให้เราชม คนพิการเรียนอย่างไร ใช้สื่อประเภทไหน ยากลำบากในขั้นตอนต่างๆอย่างไร

นับเป็นความโชคดีอย่างมากที่ผมได้รู้เห็นจะๆกับตนเอง เมื่อหนุ่มน้อยที่เรียนสาขาคอมพิวเตอร์ มาแสดงการพิมพ์ฉายขึ้นจอ LCD. ให้ชม มีทั้งภาพ เสียง ตัวอักษรเต้นขึ้นมาเรียงเป็นแถวเป็นแนว ให้ผมได้อายที่ตาดีเสียเปล่าแต่พิมพ์หนังสือสู้คนพิการไม่ได้ ถัดมามีการแสดงวิธีการบันทึกเสียง ที่พวกเธอเรียกว่าการสร้างหนังสือเสียง มีนิสิตพี่เลี้ยงเป็นคนอ่านข้อความบันทึกชัดถ้อยชัดคำได้จังหวะพอดี เข้าใจง่ายฟังเพลินไปเลยละครับ 

ยังมีรายการพิเศษที่อาจารย์สันติศักดิ์ มะเริงสิทธิ์ ประธานศูนย์พัฒนาคนพิการและเครือข่ายภาคอีสานฯ มานำเสนอกลยุทธพัฒนาผู้พิการด้วยเทคนิควิธีเฉพาะ สาธิตวิธีช่วยเหลือคนพิการเดินทาง หรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่นึกไม่ถึงก็คือวิชาเข้าถึงคนพิการ เราต้องเรียนวิชาพิการด้วยตนเอง นั่นก็คือนักศึกษาและสมาชิกของมหาชีวาลัยอีสานนี่แหละ ถูกจับปิดตาแล้วใช้ไม้เท้าทดลองเดินภายในบริเวณสวนซึ่งตนเองคุ้นเคยอยู่แล้ว ทุกคนเดินสะเปะสะปะ แสดงความเก้งก้างออกมาให้ฮากันจนป่าสะดุ้ง  

  

แต่รายการที่ท้าทายมากก็คือปิดตารับประทานอาหาร จับคนตาดีนี่แหละมานั่งโต๊ะละ4คน มีผู้ช่วยยกอาหาร น้ำ มาวางให้ แล้วพี่เลี้ยงมาคอยแนะนำวิธีคำนวณระยะใกล้ไกลให้สอดรับกับการตักอาหาร โดยใช้ทิศของเข็มนาฬิกาเป็นตัวบอกตำแหน่ง กว่าจะเข้าที่เข้าทางได้ทุกคนก็ตักพื้นโต๊ะ ตักขอบจาน รับประทานงกๆเงิ่นๆกว่าจะอร่อยได้ก็ต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่

ในช่วงท้ายของการสรุปบทเรียน น้องมดกับน้องทิพย์ มาร้องเพลงมอบให้ครูบา ตอนแรกผมนึกว่าน้องมดคนตัวเล็กเป็นพี่เลี้ยงของน้องทิพย์คนที่โตกว่า(ดูในภาพ) มาช่วยกันร้องเพลงคู่ที่ไหนได้น้องมดพิการมากที่สุด พวกเธอร้องเพลงอยากมอบความรักให้คนทั้งโลก เนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่เธอมีต่อพ่อ ต่อในหลวง ต่อคนที่เกิดมาร่วมโลกกับเธอ  ภาพที่เธอชวนกันเดินออกมา ไม่มีแม้นาทีเดียวที่สะดุดชะงัก ยืนคู่กันแล้วเสียงเพลงที่ไพเราะสะกดคนทั้งโลกให้ตะลึงฟัง  ทั้งน้ำเสียง จังหวะ ท่วงทำนอง ลื่นไหลจนยากจะอธิบาย ได้แต่คิดเสียดาย ทำอย่างไรนะเธอจะมองเห็นได้ ความหวังอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่วิทยาการพิเศษสุดทางด้านนี้จะมาช่วยเธอ คิด คิดๆๆ

เธอนักร้องอาชีพได้สบาย (มีคนกระซิบว่าเธอเคยขึ้นเวทีอาร์เอส.มาแล้ว มิน่าละ) ถ้าไม่อยู่ต่อหน้าคนจำนวนมากผมคงไม่กล้ำกลืนน้ำตาไว้ด้วยความยากลำบาก เธอทั้งสองร้องเพลงได้ลึกซึ้งจริงๆ เพลงสดๆกลั่นออกจากพลังใจของเธอทั้งสอง ถึงไม่มีดนตรีประกอบแต่ก็น่าฟัง และควรที่คนอื่นๆจะมีโอกาสได้ฟัง ถ้าไม่วาสนาตกร่อง

ผมคิดอย่างนี้ครับ  ถ้าเราสร้างนิสิตที่พิการให้เขามีความสามารถเต็มตามศักยภาพของเขาแล้ว บุคลากรพิเศษเหล่านี้จะเป็นที่สอนคนตาดีได้ในบางเรื่องบางกรณีได้อย่างวิเศษสุด  โดยเฉพาะเรื่องการทำอะไรแบบจริงจังเต็มที่เต็มร้อยเต็มประสิทธิภาพที่ตนเองมีอยู่  ตรงจุดนี้เป็นเรื่องใหญ่ในสังคมไทย ที่ทำอะไรเหลาะแหละเหมือนเด็กอมมือ บางคนคิดและทำปัญญาอ่อนกว่าเด็กพิการเหล่านี้เสียอีก

ผมใช้กล้องถ่ายรูปบันทึกภาพและเสียงเธอไว้แล้ว ตั้งใจว่าจะแปลงเป็นVCD. ประมวลภาพรวมการจัดค่าย รวมทั้งpower P0int ที่นำเสนอในครั้งนี้ รวมเพลงที่นิสิตพี่เลี้ยงร้องประสานเสียงอีก1เพลง แผ่นซีดี.ที่ว่านี้เหมาะที่จะเป็นของฝากในวาระที่ดีต่างๆ เช่นซื้อฝากคุณพ่อถ้าใครยังมีพ่อและรักคุณพ่อ หรือท่านใดจะช่วยนำไปเป็นของชำร่วยในงานพิธี เช่น สมาชิกชมรมสาวโสดจะแต่งงาน ขอแนะนำให้แจกซีดีแผ่นนี้ งานขึ้นบ้านใหม่ หรือจะแจกในงานเปิดตัวชมรมคนโสด รับรองว่าดีทั้งนั้นละครับ  

ขอฝากเป็นการบ้านไปยังมิตรสหายที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเธอ ซึ่งเขาเหล่านี้ขอโอกาสในการที่จะเรียนรู้วิธีพึ่งตนเอง โดยรบกวนคนอื่นน้อยที่สุด ถ้าเราเพียงช่วยกันซื้อแผ่นซีดีนี้คนละ1แผ่น แค่นี้ก็ได้กุศลไม่แพ้ไปทอดกฐินร้อยวัดแล้วละครับ บางทีบุญนำกรรมดีที่สร้างไว้อาจจะทำให้ชมรมสาวโสดขาดแคลนสมาชิกก็เป็นได้ เพราะมีหนุ่มรูปหล่อมาเข้าคิวจองเป็นคู่ตุนาหงันกันจนหมดกรุ..ไม่เชื่ออย่าลบลู่ ถ้าอยากลองดูก็สั่งซีดี.ไปฟัง  เดี๋ยวจะว่าหล่อไม่เตือน..  

สรุป  การจัดค่ายดอกแก้วในครั้งนี้

  1. เด็กพิการที่เรียนด้านภาษา อย่างน้องทิพย์เรียนภาษาฝรั่งเศษปี1 สามารถตอบโต้ อ.ขจิต ได้ทันควันแบบหมัดต่อหมัด แสดงว่าเธอรู้จริง ในอนาคตถ้าเราต้องการครูสอนภาษาฝรั่งเศส เชื่อแน่ว่าเธอจะเป็นครูสอนถาษาที่ดีมาก
  2. เป็นอุทาหรณ์ให้คนตาดีที่เรียนภาษาต่างประเทศไม่รู้เรื่อง น่าจะได้ไปถามว่าน้องทิพย์เรียนอย่างไรถึงก้าวหน้า 
  3. สื่อด้านไอที.เปิดโลกให้คนพิการสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น งานด้านการพิมพ์ ทำบัญชี งานด้านศิลปกรรม ฯลฯ
  4. การฝึกฝนอาชีพ เช่น การเขียนหนังสือ แปลหนังสือ เลี้ยงไก่ เพาะเห็ด เพาะต้นไม้ จะช่วยให้ครอบครัวเข้มแข็งพอที่จะรับลูกพิการกลับไปอยู่ในครอบครัวได้อย่างปกติสุข
  5. คนพิการมีความสามารถพิเศษ ยังได้รับการสนับสนุนน้อย เช่น นักดนตรี นักร้อง ฯลฯ
  6. แผนแม่บทเกี่ยวกับเด็กพิการ ยังรอรับการพิจารณาให้ชัดเจนและสนับสนุนอย่างเป็นระบบ องค์การบริหารส่วนตำบล มหาวิทยาลัย ภาครัฐฯ ควรจะได้วางแผนร่วมกันในการที่จะเปลี่ยนงานด้านสงเคราะห์มาเป็นการส่งเสริม ให้เขาพึ่งตนเองได้
  7. คนพิการควรมีโอกาสเรียนรู้เชิงประจักษ์มากกว่าเด็กปกติ เพราะเขาต้องการภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี