เมื่อวาน คุยกันออกรสมากครับ เป็นการประชุมที่สมาชิกไม่ยอมลุกจากที่นั่งเลย เนื่องจากทุกคนในที่ประชุมมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด ตลอดจนหยอดมุขกันได้ตลอดเวลา
การประชุมที่ว่านี้คือการประชุมเพื่อวิเคราะห์หน่วยเสียงภาษามลายูปาตานีของชาวเขาตูมครับ (ไม่ได้เป็นชาวเขานะครับ แต่เป็นตำบลหนึ่งในอ.ยะรัง จ.ปัตตานีครับ)
ตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่า การประชุมนี้เป็นการกระตุ้นให้เขาเห็นความสำคัญของภาษาในอีกมิติหนึ่ง จากการที่เขาใช้ภาษากันทุกวัน จนลืมมองถึงคุณค่าของมันไป
เมื่อวานนี้ความพรั่งพรูของภาษา ความสวยงามของภาษาถูกนำเสนอออกมาเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องหน่วยเสียง ถ้าดูตามแบบบันทึกหน่วยเสียงแล้ว จริงๆ ชาวบ้านจะต้องออกเสียงคำศัพท์ที่ละคำให้กับทีมวิจัยเพื่อการวิเคราะห์ว่าเป็นเสียงอะไร แต่นั่นแหละครับ ความเป็นศิลปินของทุกคนก็ออกมาโดยอัตโนมัติ นั้นคือ คำศัพท์หนึ่งคำ จะมีโครงสร้างประโยคเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจากประโยคแต่ละประโยคที่ชาวบ้านนำเสนอมานั้น ทำให้ที่ประชุมท้องแข็งตามๆ กัน (เพราะหัวเราะครับ)
สุดท้ายของคำที่พูดกันคือคำว่าปฏิเสธ โดยทั่วไปผมเองก็สงสัยเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้วว่า บางทีคนมลายูปฏิเสธโดยใช้คำว่า ตะ บางทีก็ใช้คำว่า เตอะ ก็เลยมีการยกตัวอย่างประโยคที่ใช้ตะกับเตอะ ปรากฏว่า คนเขาตูมให้คำว่า ตะ ในการปฏิเสธทั้งหมด ยกเว้นคำว่า "เตอะเส" (ซึ่งแปลว่า ไม่ยอม หรือไม่เอา) เป็นการปฏิเสธเพียงอย่างเดียวที่ใช้เตอะครับ
ภาษาเป็นเรื่องของคนทุกคนครับ แต่บางทีเรามักจะลืมที่จะรักษามันครับ เพราะเราคิดว่า มันก็คือสิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน แต่จากการประชุมครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ถ้าเราไม่เคยนั่งพิจารณาอย่างจริงจังละก็ เราก็ไม่เห็นหรอกว่ามันถูกทำให้เปลี่ยนไปแล้ว นี้คือสิ่งที่ทุกคนได้จากการประชุมในครั้งนี้ครับ

ดูเหมือนว่าคนเขาตูมยังใช้ภาษากลางของมาเลย์โดยไม่รู้ตัว
"ตะ กับ เตอะ" หรือ "ตะ กับ เตาะ" กันแน่ครับ ชักงง..