รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีนักเรียนนักศึกษาเป็นจำนวนหลายร้อยรายที่กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคตหรือ กรอ. ได้ส่งหนังสือร้องเรียนมายังกระทรวงการคลังและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายของรัฐบาลที่สั่งการให้ยุบรวม กรอ. เป็นกองทุนเดียวกับ กยศ. จนทำให้เด็กนักเรียนนักศึกษาได้รับผลกระทบจากนโยบายเพราะไม่สามารถกู้ยืมเงินรัฐบาลเพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ชั้นปีที่ 2 และระดับอนุปริญญา ในชั้นปีที่ 2 และไม่ทราบว่าจะไปหากู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ใด มาสนับสนุนการศึกษาของตนเอง โดยบางรายได้เขียนระบายปัญหาความเดือดร้อนของครอบครัวแม้ว่าเป็นครอบครัวที่มีรายได้เกินกว่า 150,000 บาทต่อปีก็ตาม แต่ไม่มีเงินทุนเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่สูงขึ้นได้ จนถึงขั้นขู่จะฆ่าตัวตายเพราะไม่มีทางออก ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเหลืออีกเพียงไม่กี่เดือน ก็จะเปิดภาคเรียนการศึกษาใหม่ ขณะที่รัฐบาลยังไม่ตัดสินใจให้ชัดเจน ที่ผ่านมาคณะกรรมการ กยศ. ได้หารือในเรื่องนี้หลายครั้งแต่ไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนว่าช่วยเหลือเด็กนักเรียนนักศึกษาเหล่านี้อย่างไร และยังมอบหมายให้คณะกรรมการหลายชุดไปศึกษารายละเอียดข้อดีข้อเสียที่ชัดเจน จนล่าสุดได้สั่งการให้ กยศ. ไปจัดทำรายละเอียดของข้อดีข้อเสียตามแนวทางที่ศึกษาให้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอให้ รมว.คลังเป็นผู้ตัดสินว่าจะดำเนินการอย่างไร และเสนอให้ที่ประชุม ครม.เห็นชอบ ทั้งนี้การยุบรวมทั้ง 2 กองทุนเป็นกองทุนเดียวเป็นนโยบายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง เพราะต้องการทำให้เกิดความง่ายไม่สับสนและให้ กยศ. สนองตอบเด็กนักเรียนที่ยากจนจริง โดยการรวม ทั้ง 2 กองทุนเข้าด้วยกัน ส่งผลให้เด็กนักเรียนนักศึกษาประมาณ 140,000 ราย ไม่สามารถกู้ยืมเงินจากรัฐบาลเพื่อเรียนหนังสือต่อไปได้ เพราะเป็นผู้มีรายได้ของครอบครัวเกิน 1.5 แสนบาทต่อปี รายงานข่าว กล่าวว่า แนวทางที่ กยศ. กำลังจัดทำรายละเอียดคือ การช่วยเหลือเด็กนักเรียนนักศึกษาทั้ง 140,000 คนต่อไปให้จบการศึกษาในอีก 3 ปีข้างหน้าเพราะได้เรียนมาแล้ว 1 ปี แต่รัฐบาลจะต้องมีภาระเรื่องงบประมาณปีละ 8,000 ล้านบาท เพื่อให้เด็กนักเรียนนักศึกษากู้ยืม รวม 3 ปีประมาณ 24,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางนี้สำนักงบประมาณได้คัดค้านอย่างหนักเพราะเห็นว่าเป็นภาระต่องบประมาณ ขณะที่อีกแนวทางคือยกเลิกการให้กู้เงิน แต่จะส่งต่อให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ เช่นธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ปล่อยกู้ให้กับเด็กทั้งหมดแทน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแทน อย่างไรก็ตามล่าสุดนายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าจะให้เด็กนักเรียนนักศึกษา ที่ได้รับผลกระทบนั้นได้สิทธิตามเกณฑ์ของ กรอ. ไว้ก่อน และเตรียมหารือกับนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนเสนอให้ ครม. เห็นชอบ และกำหนดแนวทางให้มหาวิทยาลัยรับทราบภายในเดือน มี.ค.นี้ ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการปรับขยายเงื่อนไขรายได้ครอบครัว จากที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.5 แสนบาท หากเห็นว่าต่ำเกินไปก็ทบทวนได้ แต่ต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าควรปรับเพิ่มเท่าใด <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">เดลินิวส์ 16 มีนาคม 2550</p>
นักเรียนเขย่าคลังขู่ฆ่าตัวตาย แฉรัฐบาลทำลายอนาคตอดเรียนต่อจับยุบรวมกองทุนหมดปัญญากู้เงิน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Dr.Anongpanuch · 16 มี.ค. 2550
ครูนงเมืองคอน · 16 มี.ค. 2550
ไอศูรย์ · 16 มี.ค. 2550
ืบนเส้นทางฝัน · 16 มี.ค. 2550
อ้อ · 16 มี.ค. 2550
วิริญลักษณ์ พันธ์คำ · 16 มี.ค. 2550