<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมแวบทางความคิดนี้ขึ้นมาจากที่ผมสงสัยว่า ทำไมบางคนคิดเรื่องง่ายๆก็ไม่ออก ทั้งๆที่ใครก็คิดได้ทั้งนั้น ถ้าให้เวลา</p> และมาสรุปง่ายๆในใจผมว่า คนที่คิดไม่ออกนั้นน่าจะมาจากเขาไม่มี “ช่องว่าง” ทั้งทางความคิด ช่วงชีวิต และเวลาที่จะคิด มีแต่ทำอะไรก็ไม่รู้ ไปเรื่อยๆ ตามความรู้เท่าที่มี ตามแนวทางที่เชื่อ ที่เป็นของใครก็ไม่รู้ โดยไม่หยุดคิด หรือไม่คิดที่จะคิด หรือ ไม่คิดที่จะหยุดคิด ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น ดีไม่ดี ถูกไม่ถูก ควรไม่ควร บางคนยิ่งกว่านั้น คือ สกัดกั้นความคิดตัวเองด้วยการคิดว่า คิดไปก็เสียเวลา ทำไม่ได้หรอก ก็เลยไม่คิดที่จะหยุดคิด หรือคิดในทางที่สร้างสรรค์ กว่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บางคนก็มีใจหมกมุ่นอยู่กับกิเลศ ทำให้ความคิดไม่แจ่มใสชัดเจน เรียกว่าไม่มีช่องว่างทางความคิด แม้จะพยายามคิดก็ติดพันกับกิเลศ จนคิดในทางที่ดีไม่ได้ ซึ่งแม้จะคิดก็ไม่เป็นประโยชน์กับตนเองสักเท่าไหร่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แบบมีทั้งอวิชชา และ มิจฉาทิษฐิ ครบ เต็มรูปแบบ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมจึงมาสรุปว่า </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าเราไม่มีช่องว่างทางความคิด ก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ RAM เต็ม ทำงานต่อไม่ได้ และยิ่งถ้า hard disk เต็ม ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่มีทางพัฒนาอะไรได้เลยดังคำพระท่านว่า “แบกไม่ไหว วางไม่เป็น ลำเค็ญไปทั้งชาติ” ครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือเหมือนกับความพยายามที่จะจัดบ้านที่มีของเต็มบ้าน และไม่ยอมทิ้งอะไรสักอย่าง (วางไม่เป็น) ย่อมไม่มีทางที่จะจัดได้ แม้จะยกออกมานอกบ้านแล้วจัดเข้าไปใหม่ ก็อาจแค่เป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น แต่ก็มีของเต็มบ้านเท่าเดิม ใช้งานอะไรไม่ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น เราหันมาสร้างช่องว่างในชีวิต ช่องว่างทางความคิด และช่องว่างของเวลา เพื่อจัดระบบชีวิตตัวเองจะดีกว่านะครับ </p> เพราะ ช่องว่างเท่านั้น ที่จะทำให้เราสร้างสรรค์ อะไรต่อมิอะไรต่อได้ ใครที่ยังหาช่องว่างไม่ได้ ก็ลองฟังบทกลับของคำพระที่ว่า “แบกไหว วางเป็น เย็นไปทั้งชาติ” หรือ “แบกไม่ไหว วางเป็น” ก็ยังดีครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วท่านจะมีช่องว่างในชีวิตที่สามารถสร้างสรรค์ สิ่งต่างๆได้ต่อไปครับ</p> ขอให้โชคดี
“ช่องว่าง” แห่งการสร้างสรรค์
เราหันมาสร้างช่องว่างในชีวิต ช่องว่างทางความคิด และช่องว่างของเวลา เพื่อจัดระบบชีวิตตัวเองจะดีกว่านะครับ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
จารุวัจน์ شافعى · 15 มี.ค. 2550
พรรษกร · 15 มี.ค. 2550
s_mrabri07 · 15 มี.ค. 2550
พิชชา · 15 มี.ค. 2550
Softmail · 15 มี.ค. 2550
“แบกไม่ไหว วางไม่เป็น ลำเค็ญไปทั้งชาติ”
เป็นเรื่องของการจัดระบบความคิดด้วยครับ บางคนคิดแบบสะเปะสะปะก็หาคำตอบในเรื่องง่าย ๆ ไม่ได้...
การฝึกคิดสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้เราจัดการกับระบบจัดการความคิดง่ายขึ้น...
ขอบคุณครับ...
“แบกไม่ไหว วางไม่เป็น ลำเค็ญไปทั้งชาติ”
หนิงจะวางที่ไหนดีน๊า...กลัวลำเค็ญทั้งชาติอ่ะค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์ขอแจมด้วยคนดังนี้
มีช่องว่างอุปมาคล้ายมีเมล็ดพันธ์ครับ ถ้าขาดดิน น้ำสิ่งแวดล้อม โอกาสจะผลิใบออกผลได้ยาก ภาษาพระเรียกว่าสิ่งแวดล้อมสัปปายะหรือไม่ครับ
เห็นด้วยครับกับอาจารย์เรื่องช่องว่าง แต่สำคัญไม่แพ้ช่องว่างหรือเมล็ดพันธ์คือวิธีคิดและสิ่งแวดล้อม
วิธีคิดนี้ไม่มีใครช่วยได้ต้องตัวใครตัวเขาละครับ (คือต้องฝึกฝนตนเองประเด็นนี้รวมไปถึงความศรัทธาในสิ่งที่ตนเองคิดด้วย ไม่ว่าจะโดนกระทบกระแทกจากภายนอก/ภายในแค่ไหนอย่างไร? )
คนอื่นช่วยได้เฉพาะสิ่งแวดล้อม/กำลังใจ /กำลังปัจจัย/สื่อ/เทคโนโลยี่
สุดท้ายคืออัตตาหิ อัตตาโนนาโถครับผม
ชอ่งว่างคือโอกาสในการพัฒนาครับ
บางคนเปรียบเหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว แต่มุมนั้นผมว่ามองเพื่อการเติม
แต่มุมที่มองคือช่องว่างที่จะจัดระบบและสร้างสรรค์ได้ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ มุมมองของอาจารย์คือคล้ายคล้ายgrouping ใช่ไหมครับ คล้ายจัดหมวดหมู่บัญชีรายรับแยกประเภท รายจ่ายแยกประเภทเพื่อให้มีช่องว่างหรือเนื้อที่เพียงพอในการคิด/แสวงหาประเภทรายได้ใหม่ใหม่?
คือห้าส.นั่นเองใช่ไหมครับ?ทั้งข้อมูล ประเภทคน ประเภทงาน ประเภทเครื่องมือ เวลา/ปฎิทิน/สำนักงาน
หรือว่าผมตีความผิดครับอาจารย์ ?
สมมติว่าผมตีความถูก ขอต่อยอดว่าที่สำคัญไม่น้อยกว่ากว่าการกรุ๊ปปิ้งคือความง่ายในการเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการใช้และความเร็ว
ในทางประสบการณ์ กว่าจะได้ข้อมูลมาตัดสินใจผมไม่เคยทันได้ใช้สักที ที่ผ่านมาผมทำธุรกิจด้วยประสบการณ์+การเดาและสัญชาตญานครับ (ข้อมูลกว่าจะมาพร้อม ทำได้เพียงสอบยันว่าเราตัดสินใจถูกหรือผิด คือมาไม่ทันกาล )โชคดีที่องค์กรยังรอดมาได้
ฝ่ายบัญชีและไอทีไม่เคยให้ข้อมูลทันการตัดสินใจเลย กำลังหาทางแก้กันอยู่ครับ ไม่ทราบท่านอื่นเป็นแบบนี้ไหม?
ผมไม่แน่ใจว่าการจัดกลุ่มครอบคลุมถึงแค่ไหน
แต่ประด็นก็คือการทำอะไรอย่าให้ต็มกำลังจนเกินไป เราต้องเผื่อ "พลาด" โดยมีพื้นที่สำรองทั้งทางเวลา ทรัพยากร และความคิด ที่ผมเรียกว่า "ช่องว่าง" สำรองไว้ยามฉุกเฉินครับ
อาจารย์..ผมกำลังจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น ผมทำงานที่ กทม.มา สิบกว่าปี (IT) เมืองแห่งโอกาส
ผลของแรงงานอพยพเช่นผม หากว่ายอมแพ้ต่อชะตากรรมย่อมไม่ใช่ อีกมุมหนึ่งผมหวังว่าจะทำอะไรให้บ้านเกิดได้บ้าง
โดยมีท่านทั้งหลาย ณ ที่นี้ชี้ทาง
ความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญ เหมือนคำสอนที่ว่าใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากคนเราทำใจให้ว่างได้ก็คงจะทำให้มีเวลาคิดสร้างสรรเหมือนกับคนที่คิดทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน และในอนาคต หากไม่มีสิ่งรบกวนมากมายมนุษย์คงจะมีช่องว่างให้ได้คิดสร้างสรรสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกมากมายใช่หรือเปล่าครับ
ช่องว่าง "น่าจะหมายถึงคิดเป็นคือคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์เมื่อคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ได้แล้วก็มีความอยากความต้องการแล้วก็ความขยันหมั่นเพียรก็จะกลายเป็นอิทธิบาท4 ทำอะไรก็สำเร็จ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันจะทำเหมือนนิกายเซนค่ะ ที่ต้องเทชาเก่าออกก่อน จะรินชาใหม่ลงไป
ครับ
ช่องว่าง ทำให้เรามี โอกาสที่จะคิด มากกว่าขณะที่ยัง "ไม่ว่าง" ครับ
ที่เราไม่ค่อยคิด น่าจะมาจากเรา "ไม่ว่าง" หรือ "ไม่พยายามทำตัวให้ว่าง"
เพราะ
เราทุกคนมีความจำเป็นพื้นฐานเท่าๆกัน
และมีเวลา ๒๔ ชั่วโมง เท่ากัน
ทำไมบางคนว่าง "ที่จะคิด" มากกว่าอีกหลายๆคน
ผมว่าอยู่ที่ความพยายาม "หา" ครับ