บุคคลหาได้ยากยิ่งในสังคมคนเรายุคปัจจุบัน...
<p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">การมีคนเราจำนวนมากที่อยู่อาศัยบนโลกใบนี้จนถึงกับเรียกว่าโลกของคน ซึ่งต่างก็มีวิถีชีวิตที่ดำเนินไปในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือกำลังพัฒนาเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์</p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> อันเป็นโลกยุคไร้พรมแดน ในท่ามกลางที่คนเรามีเศรษฐกิจบีบรัดตัวให้ดิ้นรนต่อสู้แข่งขันกันในขณะนี้ </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> จึงนับว่าเป็นการหายากมากสำหรับคนผู้กระทำความดีหรือกระทำประโยชน์ให้ผู้อื่นตั้งแต่ต้น ในการอนุเคราะห์ช่วยเหลืออุปถัมภ์ </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">โดยไม่ต้องคอยคิดถึงผลตอบแทนอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันการที่บุคคลใดเป็นผู้รู้อุปการะที่ผู้อื่นกระทำดีให้ตนแล้ว ได้ตอบแทนในความดีเหล่านั้น </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ก็นับว่าผู้นั้น เป็นผู้รู้จักคุณค่าแห่งการกระทำความดีของคนอื่น จึงได้มีการแสดงออกเพื่อบูชาตอบแทนความดีนั้น </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ผู้กระทำความดีดังกล่าวมานี้ จึงสมควรที่จะได้รับความคารวะด้วยความบริสุทธิ์ใจ </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p> เพราเขาผู้นั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้ทีมีความกตัญญูกตเวทีซึ่งเป็นบุคคลหาได้ยากยิ่ง
อาจจะหาได้ยากหน่อ แต่ก็ยังหาได้อยู่...
ผมว่ายังมีคนดี ๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบอีกเยอะครับอาจารย์...
สวัสดีครับ คุณ
ผมว่ายังมีคนดี ๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบอีกเยอะครับอาจารย์...
ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า...โลกนี้ก็ยังพอมีมุมสวยงามอยู่บ้างนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีตอนบ่ายครับ อาจารย์ ถ้าผมจะมามองต่างมุมอีกได้ไหมนี่(ฮา/เอิก ด้วยคน )
สมัยก่อนผมก็คิดแบบอาจารย์นี่แหละครับ แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างไอเดียของอาจารย์นะครับ
" จึงนับว่าเป็นการหายากมากสำหรับคนผู้กระทำความดีหรือกระทำประโยชน์ให้ผู้อื่นตั้งแต่ต้น ในการอนุเคราะห์ช่วยเหลืออุปถัมภ์ โดยไม่ต้องคอยคิดถึงผลตอบแทนอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันการที่บุคคลใดเป็นผู้รู้อุปการะที่ผู้อื่นกระทำดีให้ตนแล้ว ได้ตอบแทนในความดีเหล่านั้น ก็นับว่าผู้นั้น เป็นผู้รู้จักคุณค่าแห่งการกระทำความดีของคนอื่น จึงได้มีการแสดงออกเพื่อบูชาตอบแทนความดีนั้น "
ประเด็นของผมคือเมื่อเรารู้อยู่แล้วเป็นการยากมากที่จะหาคนทำความดี ทำการอนุเคราะห์โดยไม่หวังผลตอบแทน ใช่ไหมครับ? แล้วเรายังจะมุ่งหาอยู่อีก? ทำไมละครับ?
ยกตัวอย่างเรารู้ว่าเสือหรือหมีกินเนื้อสัตว์ เป็นการยากที่จะหาหมีหรือเสือจะไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วเราจะมุ่งหาหมีหรือเสือที่มังสวิรัติ?ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย มันเป็นเส้นตรงเกินไป ครับ?
ดังนั้นแทนที่เราจะหาคนดี(ที่ดูเหมือนจะหายาก ) เราเอานายมานางมี นายกู้จี๊ นางกระจา เด็กหญิงนานาเด็กชายสมชาย คนทั่วไปที่เราพบเห็นทุกวันไม่ดีกว่าหรือครับ
ต่อมาคือ เราจะจัดการความรู้กับเขาอย่างไร?ให้เขามีความสุขในการทำความดี อย่างไม่รู้ตัวหรืออย่างรู้ตัวก็ตาม ตัวอย่างเช่น
ถ้าเป็นหมีหรือเสือก็ให้เขากินสัตว์อื่นเพียงเพื่อประทังชีวิต ไม่ใช่เพราะแสดงอำนาจหรือความมันในอารมย์ อันเป็นกีฬาหรือสะใจ/หมั่นไส้ แต่กินเพียงเพราะประทังชีวิต ไปเพื่อ?
ถ้าเขาหรือใครใครมุ่งจะหาสิ่งตอบแทน ก็ให้เขาได้มุ่งไปแต่บริหารจัดการให้อยู่ในสัมมาทิฐิ +อยู่ในสัมมาทั้งแปด จะดีกว่าไหม? (เรียกว่าวิ่งไปบนรถไฟที่กำลังวิ่งจะได้งานดีกว่าวิ่งสวนทิศทางวิ่งของรถไฟแล่น )
ผมตกใจกับตัวเอง/คนอื่นอื่น( ที่คิดไปเองว่าตนเอง เป็นคนดี ) ปรากฎว่า พวกเขา อาจ/ไม่อยู่บนโลกความจริง (โลกแห่งธรรมชาติ ) แถมยังฟูมฟายว่าโดนสังคมกลั่นแกล้งหรือทำดีไม่ได้ดี/โลกนี้ช่างหาคนดีได้ยากเหลือเกิน/อื่นอื่นอีกมากมาย
แค่คิดอย่างนี้ ก็รู้แล้วว่าเป็นมิจฉาสังกัปปะแล้ว
ใครเคยเป็นอย่างข้างต้นบ้าง ?(ผมเห็นในไซต์นี้ดร.ไล่ดร.ก็มี/ขนาดเป็นไซต์การจัดการความรู้นะ ไม่ใช่ไซต์สนุกดอทคอม )
ถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่ใช่สัมมาสังกัปปะแล้ว ไม่ใช่โยนิโสมนัสสิการแล้ว
positive thinkig ในภาษาการจัดการความรู้หรือการคิดอย่างแยบยลหรือโยนิโสมนัสิการ ต่างหากที่เราต้องฝีกตัวเราเอง/คนอื่นหรือเยาวชน ให้ทำได้ทำเป็น ไม่ใช่ไปฝึกให้เขาไม่มองสิ่งตอบแทน(อยากจะมองก็มองไปแต่ให้อยู่ในกรอบสัมมาทิฐิ )
จะดีกว่าไหม? อย่าเริ่มต้นจากของหายาก แต่เริ่มต้นจากของหาง่ายที่วางตรงหน้าครับ
จะฮาเอิก กว่าไหมครับอาจารย์ ?
ขอแสดงความนับถือ
เม้ง
สวัสดีตอนค่ำครับคุณสมพร ขออนุญาตต่อยอดความคิด(ที่ออกจะกลายพันธ์? )
นอกรอบ/ ผมว่าเยอรมันนีน่าสนใจเพราะเป็น๑ในห้าของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจโตที่สุดในโลก(เดิมเป็นอันดับ๓ปีนี้เป็นอันดับ๔เพราะโดนจีนแซง ) ดีใจครับที่ท่านเรียนเยอรมัน ผมเองก็มีบัญชีเปิดอยู่ที่เยอรมันครับผ่านmoney booker.com
ในรอบ/ขอต่อยอดเลยนะครับ ,ผมว่านักศึกษาคนทำงานหรือปัญญาชนนี่แปลก ชอบคิดว่ามีคนดี คนเลว ที่แปลกมากไปกว่าเพื่อนคือชอบคิดว่าฉันเป็นคนดี คนที่ต่างจากฉันไปเป็นคนไม่ดี เช่นเห็นแก่ตัว พูดไม่เพราะ หวังผลตอบแทน ไม่มีอุดมการ อื่นอื่นอีกมากมาย
ผมขออนุญาตต่อยอดในประเด็นนี้นะครับ
เห็นไหมครับ มีการแบ่งแยกเครือข่ายคนดี เครือข่ายพวกข้า เครือข่ายพวกฉัน ฯลฯ
แสดงว่ามีเครือข่ายคนไม่ดี หรือดีน้อย ดีไม่มากใช่ไหมครับ?
ไปกันใหญ่แล้วเข้ารกเข้าพง? พวกทักษิณก็ว่าฝ่ายตนเองดี อีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าทักษิณทรราชย์ ?
ถ้าเราไม่แบ่งจากคนดีและคนไม่ดีละครับ เป็นคนเหมือนกันหมดแต่แบ่งที่กรรมดี กับกรรมไม่ดี แปลว่าคนไหนไหนอยู่ในเครือข่ายใดใดก็ทำความดีได้ใช่ไหมครับ
เวลาศาลตัดสินโจร เขาไม่ตัดสินโจรว่าเป็นคนไม่ดีนะครับ แต่จะตัดสินว่าเขาทำกรรมผิดทำกรรมไม่ดีและลงโทษเขาจากผลแห่งการกระทำนั้น พระภิกษุดีดี ก็เคยถูกศาลสั่งลงโทษสึกมาแล้วเพราะกรรมไม่ดีบางประการที่ผิดกฎหมายบ้าน
ประเด็นของผมคือทุกคนเป็นคน---->ดีหมดแหละครับ ถ้าไม่มีวิบากจากกรรมดี พวกเขาไม่สามารถเกิดมาเป็นคน ไม่เช่นนั้นเขาจะไปเกิดที่ภพภูมิอื่นอาทิเดรัจฉาน อสุรกายเป้นต้น ได้ แต่ชาตินี้ วันนี้พวกเขาต้องฝึกฝนตนเองครับ พุทธพจน์สอนไว้ว่า
ชาวนาไขน้ำเข้านา นายช่างดัดคันศร บัณฑิตฝึกตน
อย่าแบ่งเลยครับเครือข่ายคนดีแค่คิดก็เป็นมิจฉาสังกัปปะแล้ว (ให้คิดออกจากกาม ไม่คิดเข้าหากาม ไม่คิดเข้าหาเกียรติ ) มาทำเครือข่ายการจัดการความรู้กันดีกว่าไหม? ครับ
สวัสดีครับ คุณ
ชื่นใจเมื่อได้อ่านบันทึกของคุณครับ...ขอเคารพธรรมที่มีอยู่ในตัวคุณ...มีมากก็เคารพมาก...ฮา ๆ เอิก ๆ...
ถ้าผมจะมามองต่างมุมอีกได้ไหมนี่(ฮา/เอิก ด้วยคน )
ด้วยความยินดีและปรบมือให้ครับผม...
สมัยก่อนผมก็คิดแบบอาจารย์นี่แหละครับ...
จริงหรือเปล่า...ล้อเล่นมั้ง...ฮา ๆ เอิก ๆ
แล้วเรายังจะมุ่งหาอยู่อีก? ทำไมละครับ?...
เราไม่ได้หาอยู่อีก...สิ่งนี้มีอยู่แล้ว...เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี...ที่ว่ามีอยู่แล้วคุณไปดูพระไตรปิฎก เล่ม 20 ข้อ 364 เรื่องบุคคลหาได้ยากนะครับ...
ถ้าเขาหรือใครใครมุ่งจะหาสิ่งตอบแทน ก็ให้เขาได้มุ่งไปแต่บริหารจัดการให้อยู่ในสัมมาทิฐิ +อยู่ในสัมมาทั้งแปด จะดีกว่าไหม?...
ดีครับถ้าคนเราได้รับแจกดวงตาเห็นธรรมบ้าง...
<p>ผมตกใจกับตัวเอง/คนอื่นอื่น( ที่คิดไปเองว่าตนเอง เป็นคนดี ) ปรากฎว่า พวกเขา อาจ/ไม่อยู่บนโลกความจริง (โลกแห่งธรรมชาติ ) แถมยังฟูมฟายว่าโดนสังคมกลั่นแกล้งหรือทำดีไม่ได้ดี/โลกนี้ช่างหาคนดีได้ยากเหลือเกิน/อื่นอื่นอีกมากมาย ...</p>
นานาจิตตังครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ
<p>positive thinkig ในภาษาการจัดการความรู้หรือการคิดอย่างแยบยลหรือโยนิโสมนัสิการ ต่างหากที่เราต้องฝีกตัวเราเอง/คนอื่นหรือเยาวชน ให้ทำได้ทำเป็น ไม่ใช่ไปฝึกให้เขาไม่มองสิ่งตอบแทน(อยากจะมองก็มองไปแต่ให้อยู่ในกรอบสัมมาทิฐิ )...</p>
สาธุ...ฮา ๆ เอิก ๆ
<p>จะดีกว่าไหม? อย่าเริ่มต้นจากของหายาก แต่เริ่มต้นจากของหาง่ายที่วางตรงหน้าครับ </p>
จะฮาเอิก กว่าไหมครับอาจารย์ ?...
ของหาง่ายมักมองไม่เห็นเลยหาคุณค่าไม่เจอ...ของหายากมันท้าทาย...ได้มาแล้วภูมิใจฟูใจ...มีคุณคามากต้องเดินทางไกลไปคว้าเอาเหมือนเรื่องไซอิ๋ว ยังเดินทางไปไกลแสนไกลเลยนะครับคุณ..ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
</span></font></span></span></span></font></span></span></span></font></span></span><p> </p><p> </p>
สวัสดีครับ คุณ
ผมยังนึกภาพคุณเดินเดี่ยวอยู่ มอ. ปัตตานี คุณเป็นคนอารมณ์ดียิ้มเสมอเมื่อเราพบเจอกัน...ตอนนี้ ที่นั้นผมจากไปนานเกือบปีแล้ว ไม่รู้จะยังมีรอยยิ้มที่ออกมาจากจิตใจบ้างหรือเปล่า...ขอบคุณที่ยังจำกันได้ ฮา ๆ เอิก ๆ
ดีที่ว่าคือดีทางกายและทางใจและทางสมอง แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องจบสูงๆ ก็ได้...
เห็นด้วยครับ...
ผมเคยมองสังคมตะวันตกผิดไปครับ ..
น่าศึกษาเรียนรู้มากครับ...
ผมเคยถามกับศาสตราจารย์ท่านหนึ่งมาจากทางตะวันตก...เรื่องคนเผ่าดั้งเดิมถูกรุกที่จากคนผิวขาว
ในขณะท่านบรรยายว่าคนเผ่าดั้งเดิมผิด..
ก็เป็นมุมคิดที่ดีนะครับ...เหมือนแผ่เมตตาไปทุกทิศทุกทาง...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ
อย่าแบ่งเลยครับเครือข่ายคนดีแค่คิดก็เป็นมิจฉาสังกัปปะแล้ว (ให้คิดออกจากกาม ไม่คิดเข้าหากาม ไม่คิดเข้าหาเกียรติ ) มาทำเครือข่ายการจัดการความรู้กันดีกว่าไหม? ครับ...
เป็นมุมคิดที่น่าสนใจใฝ่รู้นะครับผม
ขอถามหน่อยนะครับ...ถ้าไม่แบ่งแล้วจะเห็นหน่วยย่อยได้อย่างไร...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีตอนเช้าครับ อาจารย์
ถาม)) ขอถามหน่อยนะครับ...ถ้าไม่แบ่งแล้วจะเห็นหน่วยย่อยได้อย่างไร...?
ตอบ)) อย่างที่ผมเขียนไว้ข้างบนครับอาจารย์ ถ้าอยากจะมองหน่วยย่อย ให้มองจากรรมการกระทำเป็นวาระ เป็นครั้งคราวเป็นcriteria, เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้ศรัทธาในกรรม ในขณะที่เทวนิยมให้ศรัทธาในพระเจ้า เทวนิยมจึงมองคนเป็นคน สัตวฺสิ่งของเป้นสัตว์สิ่งของ พระเจ้าเป็นพระเจ้า เป็นตัวเป็นตน ในขณะที่พระพุทธศาสนามองเป็นการเกิดดับของจิตไม่มีตัวตน แต่เป็นการกระทำที่หมุนสนองไปตามการเกิดดับของจิตที่เสพอารมย์ครับ เช่นจิตเสพเวทนาโกรธก็แสดงใจที่ฉุนเฉียว การกระทำที่งุ่นง่านเป้นต้น
ดังนั้นแทนที่จะเป็นเครือข่ายสถาบันนิยม ไม่ว่าจุฬา ธรรมศาตร์ ราม สงขลา หรือคนดี? เราปรับปรุงเป็นเครือข่ายของการกระทำทดแทน อาทิเครือข่ายการจัดการความรู้ เครือข่ายสาธารณสุขเป้นต้น
พอไม่มีแบ่งพรรคแบ่งพวกแต่แบ่งจากการกระทำ เราจะไม่มีพวก เราจะไม่เลือกปฎิบัติและเราจะมีความสุขในการทำความดี กับใครก้อได้ครับ
สวัสดีครับ คุณ
ตอนบ่าย...ผมพึ่งเข้าเน็ทได้ ครับ ชื่นใจเมื่อได้อ่านบันทึกคุณ...ผู้มีความคิดที่ลุ่มลึกทางธรรมในหลายเรื่องที่ผมสงสัยจะได้สอบถามให้หายสงสัย...เมื่อพบผู้มีภูมิธรรมอย่างคุณ...
เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้ศรัทธาในกรรม ในขณะที่เทวนิยมให้ศรัทธาในพระเจ้า...
ขอถามว่า...พระเจ้าคือสิ่งที่เทวนิยมให้ความศรัทธาเป็นสิ่งสูงสุดแล้วกรรมละคือพระเจ้าหรือไม่ เพราะเทีบยเท่ากัน...
ดังนั้นแทนที่จะเป็นเครือข่ายสถาบันนิยม ไม่ว่าจุฬา ธรรมศาตร์ ราม สงขลา หรือคนดี? เราปรับปรุงเป็นเครือข่ายของการกระทำทดแทน อาทิเครือข่ายการจัดการความรู้ เครือข่ายสาธารณสุขเป้นต้น ...
ที่เราเป็นอย่างนี้เพราะเราอยู่ในโลกสมมุติหรือไม่
พอไม่มีแบ่งพรรคแบ่งพวกแต่แบ่งจากการกระทำ เราจะไม่มีพวก เราจะไม่เลือกปฎิบัติและเราจะมีความสุขในการทำความดี กับใครก้อได้ครับ ...
ขอชื่นชมแนวคิดนี้...แต่มันจะเป็นไปได้หรือ...
เมื่อมันเป็นนามธรรม...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีตอนบ่ายครับอาจารย์
ประเด็น* ขอชื่นชมแนวคิดนี้...แต่มันจะเป็นไปได้หรือ...เมื่อมันเป็นนามธรรม...ฮา ๆ เอิก ๆ
ต่อประเด็น-ผมกลับมองต่างมุม ว่าเป็นรูปธรรมมากกว่าแบ่งตามid แบ่งตามพรรคพวก ยกตัวอย่างเช่นตำรวจนี่ไม่ได้แบ่งตามไอดีนะครับ เขาแบ่งตามกรรมหรือตามหน้าที่ ทหาร พ่อค้า ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา ไม่ได้แบ่งตามสังกัดหรือวรรณะ ชาติตระกูลแต่อย่างใด ล้วนจำแนกตามกรรม
เป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้? นี่ก็อยู่ที่ดุลยภาพของการใช้พละ๕ละครับ ถ้าใช้ปัญญานำ สามารถทำได้แน่ ถ้าใช้ศรัทธานำไม่น่าจะได้ ถ้าใชสตินำทำได้แน่ ถ้าใช้สมาธินำไม่แน่
ดุลยภาพของพละ๕ครับ ไม่พ้นเรื่องทางสายกลางครับ
สวัสดครับ คุณ
ขอชื่นชมและปรบมือให้คุณมีมุมคิดเก๋ ๆ ดี ฮา ๆ เอิก ๆ...
เป็นเรื่องน่าคิดพิจารณา...เช่น...ตำรวจนี่ไม่ได้แบ่งตามไอดีนะครับ เขาแบ่งตามกรรมหรือตามหน้าที่ ทหาร พ่อค้า ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา
ไม่ได้แบ่งตามสังกัดหรือวรรณะ ชาติตระกูลแต่อย่างใด ล้วนจำแนกตามกรรม ...
ถามว่า...ที่ว่า ตำรวจเป็นเพราะสมมุติว่าตำรวจใช่มั้ย...ผมยังมองเห็นติดเรื่องสมมุติทั้งนั้นเลย...จนกว่าผมจะจิตว่าง...ฮา ๆ เอิก ๆ
ถ้าสิ่งนี้ถูก...ก็ยังอยู่ในรูปธรรม ไม่ใช่อยู่ในนามธรรมซึ่งอยู่ในปรมัตถธรรมนั่นเอง ผมอาจจะผิดก็ได้นะครับ อา ๆ เอิก ๆ
ดุลยภาพของพละ๕ครับ ไม่พ้นเรื่องทางสายกลางครับ ...
ผมสนใจทางสายกลางอยู่พอดี...ขอถามผู้มีภูมิธรรมอย่างคุณว่า...
ในโลกนี้มีทางสายกลางหรือไม่ครับ...
ขอบคุณครับ...
สวัสดีตอนเย็นครับอาจารย์ ช่วงนี้ผมพักผ่อนจากการอ่านตำรากฎหมาย(สอบปลายเมษา)ด้วยการคุยปรัชญา (ฮา/เอิก )
ประเด็น*ถามว่า...ที่ว่า ตำรวจเป็นเพราะสมมุติว่าตำรวจใช่มั้ย...ผมยังมองเห็นติดเรื่องสมมุติทั้งนั้นเลย...จนกว่าผมจะจิตว่าง...ฮา ๆ เอิก ๆ
ตอบ**ครับ เพราะเราคุยกันในปริมณฑลของสังขตธรรม จึงคุยกันในเรื่องปรัชญา หลักปริยัติธรรม กฎหมาย รัฐศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม และกามสุข
ถาม**ถ้าสิ่งนี้ถูก...ก็ยังอยู่ในรูปธรรม ไม่ใช่อยู่ในนามธรรมซึ่งอยู่ในปรมัตถธรรมนั่นเอง ผมอาจจะผิดก็ได้นะครับ อา ๆ เอิก ๆ
ตอบ**ปรมัตถธรรมคืออสังขตธรรมมี๔element คือจิต เจตสิก รูป และนิพพาน ไม่เกี่ยวกับนามธรรม นามธรรมยังเป็นสังขตธรรมครับ (ตรงนี้คนเข้าใจผิดกันมาก )
ถาม**ในโลกนี้มีทางสายกลางหรือไม่ครับ...
ตอบ**ง่ายมากครับ คำถามนี้มี ทางสายกลางแน่นอนครับ ตัวอย่างถ้าเราไปเส้นทางสัมมาทั้งแปดแล้วคือทางสายกลางแล้วครับ ทางสายกลางไม่ได้แปลว่าอยู่ตรงกลางระหว่างของคู่ ตามการตีความของปราชญ์ท่านหนึ่งในสุราษฎรธานี(ทียูเนสโกยอมรับ )นั่นท่านตีความภาษาธรรมผิดครับ
ทางสายกลางคือไปในทางสัมมาทั้งแปดครับ
สวัสดีครับ คุณ
สาธุ...ได้ฟังธรรมขั้นสุงจากผู้มีภูมิธรรมอย่างคุณ...
เราคุยกันในปริมณฑลของสังขตธรรม จึงคุยกันในเรื่องปรัชญา หลักปริยัติธรรม กฎหมาย รัฐศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม และกามสุข...
สังขตธรรม แปลว่า ธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งขึ้น...
สังขตลักษณะ แปลว่า ลักษณะของปรุงแต่ง มี 3 ประการ คือ 1 . การเกิดขึ้นปรากฏ 2 . ความดับสลาย ปรากฏ 3 . เมื่อดำรงอยู่ ความแปรก็ปรากฏ
สิ่งเหล่านี้ ยังอยู่ในกรอบการเปลี่ยนแปลงคือมีถูกมีผิด...เป็นไปตามความเห็นในการเคารพความคิดเห็นของกันละกัน...
ถามว่าในกรอบนี้...
คุณ...ไม่เห็นมุมถูกในการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนบ้างหรือ.. ฮา ๆ เอิก ๆ
จิต เจตสิก รูป และนิพพาน ไม่เกี่ยวกับนามธรรม นามธรรมยังเป็นสังขตธรรมครับ (ตรงนี้คนเข้าใจผิดกันมาก )...
งั้น...นิพพานอยู่นอกกรอบสังขตธรรม นิพพานก็นิจจัง
แล้วสถานที่อยู่ไหนละในจักรวาล...?
และนิพพานมีที่นี่และเดี๋ยวนี้ละจะอธิบายอย่างไร...
ทางสายกลางคือไปในทางสัมมาทั้งแปดครับ
...งั้น...ทางสายกลางก็อยู่ในกรอบสังขตธรรมใช่มั้ยครับ...ผมใช้เท้าเดินหาทางสายกลางในโลกนี้ทำไมไม่เจอครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
อาจารย์คะ ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้ได้อ่านการสนทนาธรรม...
ไม่มีภูมิรู้ทางธรรมมาร่วมแจมกับอาจารย์ค่ะ ..ขอติดตามอ่านไปเรื่อยๆค่ะ
สวัสดีตอนเช้าครับอาจารย์
วานนี้ผมคุยกับลูกชายวัย๒ขวบ เขาชื่อเด็กชายดินครับ ผมถามเขาว่าทำไมพ่อไม่ได้เหรียญรูปแม่บ้างล่ะ? (แม่สั่งทำเหรียญให้ลูกลูก )ดินเงียบแป๊บหนึ่ง ตอบว่า ตอบว่าเพราะดินยังเด็กไง ป๊าโตแล้ว ผมไปไม่เป็นเลยกับเหตุผลของลูกครับ
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ในบล็อคการจัดการความรู้ออกแบบมาให้ถก/เถียงกัน(สุดฤทธิ์สดเดช? ) เพื่อให้เกิดการนำเอาtacit ออกมาเป็นexplacit ดังนั้นจะคล้ายสมัยกรีก-โรมันโบราน คล้ายสมัยโสเครติส อริสโตเติล จะไม่ถนอม/ประคอง/ความรู้สึกกันมากมายนัก (ยกเว้นนอกรอบเป็นอีกบุคลิกหนึ่ง )เพราะถ้าการถกไม่แตกฉาน ทุกวันนี้เราอาจไม่ได้ประมวลกฎหมายขึ้นมาก็ได้ครับ(ผลงานของครูกฎหมายแห่งโบลานยาในสมัยพระเจ้าจัสติเนียนคศ.๖เป็นผลงานสุดท้ายของกฎหมายโรมัน/ต้นกำเนิดประมวลกฎหมายในโลกรวมทั้งในไทย-มาจาการจัดการความรู้แบบนี้ )
วันนี้ไม่คุยปรัชญาครับ -ขออนุญาตอ่านหนังสือสอบดีกว่า
(ฮาเอิก)
สวัสดีครับ คุณ
กำลังจะถามอยู่พอดีเรื่องหมอกควันว่ามีผลกระทบอะไรต่อการดำเนินชีวิตบ้าง...ครับ
ไม่มีภูมิรู้ทางธรรมมาร่วมแจมกับอาจารย์ค่ะ ...
ผมก็ไม่ค่อยมีเหมือนกันครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ...
ผู้ที่ได้รับเกิดความกตัญญูกับผู้ที่กระทำดีนั้น ก็น่ายกย่องคนทั้งสองประเภท
...เห็นด้วยครับผม
...มองได้หลายมุมครับ...มองอย่างนี้ก็ถูกครับ...ผมอาจจะผิดก็ได้นะ...ฮา ๆ เอิก ๆ
เข้าใจแบบนี้ ไม่ทราบว่าถูกหรือไม่ค่ะ...
ผมว่าถูกนะครับ เพราะยังหาที่ผิดไม่เจอ ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ
ขอชื่นชมกับลูกชายวัยซนด้วยนะครับ...
ผมไปไม่เป็นเลยกับเหตุผลของลูกครับ ...
เด็กฉลาดชาติเจริญนะครับ...
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ในบล็อคการจัดการความรู้ออกแบบมาให้ถก/เถียงกัน(สุดฤทธิ์สดเดช? ) เพื่อให้เกิดการนำเอาtacit ออกมาเป็นexplacit ...
จะใช่หรือเปล่าคงต้องฝากเรียนถามท่านผู้ควบคุมและบริหารเว็บไซต์นะครับผม...
วันนี้ไม่คุยปรัชญาครับ -ขออนุญาตอ่านหนังสือสอบดีกว่า...
ที่เราคุยกันนี้...เป็นปรัชญาหรือครับผม...
จะสอบเมื่อไหร่...ขอส่งใจให้พร...เพื่อการสอบ...ด้สมใจปรารถนา...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีตอนค่ำครับอาจารย์
สวัสดีครับคุณจันทรรัตน์
ประเด็น**กับทางสายกลางที่อาจารย์ถามว่ามีไหม..คิดว่ามีเป็นสภาวะนะคะ ไม่ถาวรตายตัว และเป็นเพียงสิ่งที่สมมุติ ความเป็นกลาง ณ ชั่วขณะหนึ่งอาจจะไม่ใช่ในอีกชั่วขณะหนึ่ง ความเป็นกลางของผู้หนึ่งอาจจะไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง..
ขอต่อประเด็นว่าไม่น่าใช่ เข้าใจผิดไหม?
ทางสายกลางมีอยู่แล้วเหมือนทางไปสงขลานะมีอยู่แล้ว จะไปหรือไม่ไปเท่านั้นเอง ไม่ใช่สมมติ เป็นปรมัตถ์เลย เป็นหนทางดับทุกข์ (นิพพานไม่ใช่เป็นเพียงผลเป็นมรรคหรือทางด้วย )
ทางสายกลาง มีแน่แน่ และเป็นทางเดียว ไม่ใช่กลางสำหรับคนนี้และไม่กลางสำหรับคนนี้ เขาจริงแท้สำหรับทุกคน เขาเป็นกัลยาณมิตสำหรับทุกจิต เขาเป็นทั้งมรรคและผล
เขาไม่ใช่ตรงกลางระหว่างของคู่ เขาไม่ใช่สมานฉันท์ เขาคือกัลยาณมิตร ไม่ใช่บาปมิตร
เขาคือทางสายกลาง เขาคือสัมมาทั้งแปดไม่ใช่มิจฉาทั้งแปด
เขาคือเรื่องง่ายง่ายเป็นปรกติ(ศีล ) เป็นธรรม(ดา )เรานี่เอง
คือทางสายกลาง
สวัสดีครับ คุณ
สาธุ...ขอเคารพในภูมิธรรมของคุณ...
ทางสายกลางมีอยู่แล้วเหมือนทางไปสงขลานะมีอยู่แล้ว จะไปหรือไม่ไปเท่านั้นเอง ไม่ใช่สมมติ เป็นปรมัตถ์เลย เป็นหนทางดับทุกข์ ...
ปรมัตถ์หรือปรมัตถธรรม คือ สิ่งที่เป็นจริงโดยความหมายสูงสุดตามหลักอภิธรรมว่ามี 4 คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน. ถ้าทางสายกลางเป็นปรมัตถ์แล้ว ขอถามว่า...เราไปเดินทำไม...เพราะมันหลุดกรอบสังขตธรรมไปแล้ว...เหมือนเราเดินไปสุดหน้าผายืนอยู่ถ้าก้าวไปก็ตกเหวอันตราย..ฮา ๆ เอิก ๆ
เขาคือทางสายกลาง เขาคือสัมมาทั้งแปดไม่ใช่มิจฉาทั้งแปด
...ทางสายกลางตรงนี้ถ้ายังอยู่ในมรรค 8 แสดงว่าคุณค้านตัวเองกับข้างบน...เพราะมรรค 8 หรือ สัมมาทั้งแปดนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมใช้เป็นทางไปสู่ประตูพระนิพพาน คือยังอยู่ในสังขตธรรมนั่นเอง ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ