สมัยเด็กๆบ้านผมอยู่ติดวัด ผู้เขียนและเพื่อนๆเด็กผู้ชายชอบไปเล่นที่วัด เพราะกว้างขวางดี เล่นไปเล่นมาก็กินข้าว กินน้ำ กินขนม ที่วัด แถมขโมยปีนขึ้นต้นไม้เอาผลไม้ต่างๆมากินอีก เช่น มะม่วง มะขาม มะขามเทศ หว้า และผลสุกของสารภีสีเหลืองสวยเหมือนมะปราง รสชาติก็งั้นๆ ไม่ได้เอร็ดอร่อย วิเศษวิโสอะไร แต่เด็กๆก็ซน อะไรก็เอาทั้งนั้น แบบกินทิ้งๆขว้างๆ เอาสนุกกับเพื่อนเสียมากกว่า เวลาสารภีออกดอก พวกเราชอบไปดูผึ้งเต็มต้นสารภี เสียงหึ่งๆดังไปถึงกุฏิพระ ช่วงวันพระทำบุญเสร็จก็มักจะนัดกับเพื่อนๆออกไปเล่นที่ต้นสารภีกัน พวกเราสงสัยกันว่า ผึ้งมันมาจากไหน มันรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่มีเกสรดอกไม้ แล้วมันไปไหนต่อ มันอยู่ที่ไหนกัน ไม่มีคำตอบหรอกครับ เมื่อสารภีผสมเกสรแล้วออกลูก เป็นช่วงฤดูร้อนหน้าประมาณเมษายน ผลสารถีที่ไม่สุกอย่าแตะต้องเชียวครับ ก็มันมียางขาวๆ ไหลออกมายังกับน้ำ ถูกเสื้อผ้าก็เหนียวติดด่างซักไม่ออกอีกด้วย

เมื่อสักสิบกว่าปีผมขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ถิ่นเก่าสมัยเรียนหนังสือและทำงานครั้งแรก ซึ่งต้องไปทุกปี ก็ไปเยี่ยมเพื่อนฝูงที่รักใคร่กันมาก เพราะเราทุกข์ยากมาด้วยกัน สมัยทำงานที่ อ.สะเมิง ถ้ามีเวลาก็จะเข้าไปเยี่ยมเยือนชาวบ้าน ผู้นำชุมชนเก่าๆที่เราสัมพันธ์ด้วย น่าดีใจครับคนที่เราใกล้ชิดจำนวนมากได้มีตำแหน่งแห่งหนในสังคมชุมชนมากมายแทบไม่น่าเชื่อ เช่น พนักงานขับรถพวกเรา ได้เป็นพ่อแคว่น(กำนัน) เป็นผู้ใหญ่บ้าน เราเคยเอาเด็กหนุ่มชาวบ้านมาเป็นผู้ช่วยทำงานเดี่ยวนี้เป็น อบต. เป็นประธาน อบต. อย่างไม่เคยคิดมาก่อน เราสรุปกันว่าเพราะชาวบ้านกลุ่มนี้คลุกคลีกับเรามานานหลายปี เขาซึมซับวิธีคิด วิธีพูด หลักการ เหตุผลต่างๆในการทำงานพัฒนาไปจากพวกเรา เขาเหล่านั้นหลายคนก็มากินนอนกับพวกเรา เดินทางไปประชุมชาวบ้านจนดึกดื่นบ่อยครั้ง
ผมได้ต้นสารภีมาจากร้านขายต้นไม้ทางขึ้นสำนักงานเกษตรภาคเหนือ วางขายข้างทางซื้อมาในราคา 20 บาท เอามาปลูกข้างบ้านที่ขอนแก่น ด้วยสองวัตถุประสงค์ คือ อยากดูผึ้งยามมันออกดอก และใช้เป็นม่านต้นไม้บังสายตาเพื่อนบ้านที่ติดกัน แทนที่จะทำรั้วปูนสูงๆก็ทำรั้วโปร่ง แล้วปลูกต้นไม้ขึ้นมาบังสายตาแทน สารภีเขาใบดก หนาทึบ บังสายตาได้ดีครับ มดแดงก็ชอบมาทำรังวัตถุประสงค์นี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ
ดีตรงที่มันเป็นรั้วสีเขียวจากต้นไม้ สดชื่น ลดความร้อนจากการที่ปูนเก็บความร้อนยามแดดเผาในเวลากลางวันได้มากทีเดียว ต้นอะไรก็ได้ครับตามใจชอบ เพื่อนบ้านเขาก็เห็นด้วย ปลูกแค่ 3 ปีก็ออกดอกครับ ได้ดูผึ้งสมใจ
แต่ต้นสารภีต้นนี้มันเป็นตัวผู้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูเอกสารเท่าที่มีอยู่ก็ไม่บอกว่าสารภีมีทั้งตัวผู้ตัวเมียหรือเปล่า แต่หลังออกดอกแล้วไม่มีผลเลย เลยอดดูผลของมัน แต่เสน่ห์ของมันคือ ผึ้งมาเอาเกสรยามเช้าที่ดอกบานออก กลิ่นหอมของสารภีคล้ายๆกลิ่นเทียนผสม ผมว่าอย่างนั้นนะครับ ท่านอื่นอาจจะอธิบายเป็นอย่างอื่น
สารภีมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ochrocarpus siamensis วงศ์ GUTTIFERAE ดอกออกเป็นช่อสีขาว ในเอกสารสารานุกรมไม้ดอกระบุว่าเป็นสมุนไพรด้วย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด
นอกจากผึ้งแล้วก็มีแมลงภู่ มาเอาเกสรเหมือนกัน ผมเดาเอานะครับเพราะดอกเขาไม่มีน้ำหวาน น่าจะมาเอาเกสร แต่แมลงภู่มักมาหลังจากผึ้งดอมดมเอาเกสรไปแล้วนับชั่วโมงจึงมา และที่ผมสังเกตดูจะมีแมลงภู่ไม่เกินสิบตัว แต่ผึ้งนี่เป็นพันๆ หมื่นๆตัวบินกันวุ่นวายไปหมด บางเช้าผมก็ลากเก้าอี้โต๊ะเล็กๆไปนั่งกินกาแฟดูผึ้งเขาทำงานกันครับ มันวิเศษจริงๆ จิตใจไม่ฟุ้งซ่านไปสู่โลกโลกาภิวัตน์อะไรนั่น สบายๆแค่ที่เห็น ชื่นชมความขยันและการทำงานตามหน้าที่ของเขาอย่างไม่เคยบ่น หรือตีรันฟันแทงกัน แค่เพียง 2-3 ชั่วโมงงานก็เสร็จ บรรลุเป้าหมาย เกสรหมด ผึ้งก็ยกทัพโยธาลาต้นสารภีไป พรุ่งนี้มาใหม่ ทิ้งให้ดอกสารภีส่วนที่บานแล้วเกสรหมดสิ้นแล้วล่วงหล่นลงสู่พื้นดินขาวเต็มต้น ส่งกลิ่นหอมไปถึงถนนหน้าบ้าน ใครผ่านไปมาก็ทักถามว่ากลิ่นดอกอะไร เราก็ยินดีตอบว่านี่คือสารภีครับ
เมื่อผึ้งมาเก็บเกสรดอกสารภีจำนวนมากมายแบบนี้ เกสรจำนวนมากนี้ผึ้งนำกลับไปรังของเขา และสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของน้ำผึ้งและส่วนต่างๆของรังผึ้งขึ้นมา มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์สารพัดจากผึ้ง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาพ และการบำรุงรักษาร่างกายของมนุษย์
มุมมองนี้ทำให้ผู้เขียนดีใจที่มีส่วนเล็กๆที่ทำประโยชน์ทางอ้อมให้แก่เพื่อนมนุษย์ของเรา ความจริงข้อนี้ทำให้ผู้เขียนมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อเลย
เรามาปลูกสารภีกันดีไหมครับ..
ขึ้นต้นว่าสมัยเด็กๆ ชีวิตมันช่างละม้ายกับผมเหลือเกิน
ผมไปขูดหินปูน กับ หมอฟันรุ่นเด็ก รุ่นใหม่ที่จุฬาฯ
เขาถามอยู่นั่นแหละว่า เคยอุด เคนถอน เคยทำอะไรกับฟันบ้าง
ผมตอบว่าไม่ เขาไม่เชื่อ
จนผมต้องอธิบายว่า สมัยเด็กๆผมกินผลไม้ตามต้นเลย กินขนมหวานน้อยมาก ไม่ใช่ไม่อยากนะ แต่ไม่ค่อยมี กลายเป็นส่งผลดี มาถึงบัดนี้ ๔๕ ปีแล้ว
เด็กสมัยนี้ต่างกันมากจริงๆครับ กลายเป็นเด็กฟันหรอกันเกือบทุกคน
เรื่องต้นสารภีน่าสนใจจริงๆ
มีต้นไม้อีกหลายชนิดที่เราทอดทิ้งไป
โดยเฉพาะทางเหนือ ผมว่า อ.สารภี ชม. ก็คงมาจากต้นไม้นี้แน่ๆเลย
คุณ TAFS ครับ
น่าสนใจเหตุผลที่แสดง ผมเห็นด้วยครับ เราไม่มีขนมหวานกินเหมือนปัจจุบันหรอก เรากินผลไม้ตามฤดูกาล โดยมีกล้วยน้ำว้าเป็นหลัก
เรื่องชื่ออำเภอสารภีน่าสนใจครับ
ขอบคุณครับ
เรียนทุกท่านครับ ผมมีปัญหาการนำรูปขึ้นครับ เพราะไม่ทราบว่าทำไมไม่แสดงสัญลักษณืการนำรูปขึ้นก็ไม่ทราบ ขออภันด้วยครับ ผมเตรียมรูปสวยๆไว้หลายรูปเลยครับ บกพร่องที่ใดสักแห่ง ท่านผู้ใดอธิบายได้กรุณาด้วยครับ การอ่านสาระโดยไม่มีรูป กับมีรูป ความรู้สึกต่างกันเยอะเลยครับ
คนเดือนตุลา จะต้องไม่ท้อนะครับ
เห็นหลายคน กลายพันธุ์ไป
ทนแรงเสียดทานของโลกาภิวัตน์ไม่ไหว
โดดร่มลงไปเสียก่อน
แต่ร่มไม่กางก็หลายคนนี่ครับ
น้องเม้งครับ
บ้านข้างเคียงกับบ้านพี่เป๋นเพื่อนกัน จูงมือกันมาซื้อบ้าน เลยคุยกันว่าอย่าไปก่อกำแพงกั้นเลยนะ เอาไว้โล่งๆ มายืนเกาะรั้วคุยกันง่ายๆ และกะจะปลูกต้นไม้บังตาอยู่แล้ว เลยไปกันได้ดี ผลว่าต่างคนต่างไม่ค่อยอยู่บ้านหรอกครับ แต่ก็ดีที่ลดความร้อนลงไป และสีเขียวช่วยสร้างอารมณ์ที่ดีครับ
พี่มีปัญหาเรื่องการนำรูปขึ้นครับ สัญลักษณ์การเอารูปขึ้นไม่แสดง เลย เป็นสาระแห้งๆไป
คุณ TAFS ขอบคุณครับ
เราก็นึกย้อนเสมอว่าอดีตเราทำอะไรมา เราคิดอะไร ต้องการอะไร ท่านที่นั่งในพรรคการเมืองหลายคนเคยร่วมชตากรรมกันมา เราก็ทำให้ดีที่สุดแหละครับ ตามบทบาทหน้าที่ที่เรามีอยู่ และสร้างคนใหม่ๆขึ้นมา
ขอบคุณครับ
คุณพี่ค่ะ รูปไม่มาค่ะ
เหว่าก็เลยอดดู สารถภีแสนงามเลยนะคะ
ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ตอนเราสั่งแก้ไขบันทึก ส่วนที่บอกว่า “เนื้อหา” จะมีสัญลักษณ์การเอารูปขึ้น แต่ของพี่ไม่มีแสดงครับ หายไปไหนก้ไม่รู้ มันไปเที่ยวอุทยานเกษตร หรือเปล่าหนอ
ตามมาอ่านครับพี่ งานยุ่งมาก
พี่ก็ว่างั้นแหละ ดีแล้วที่ทำงานให้เสร็จก่อนค่อยเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะก็ได้ครับ
ภาพแสดงแล้ว ดีใจด้วยนะค่ะ