ความแข็งเหนียว เรื่องนี้พลิกล็อกสุดโต้ง ไม้ยูคาที่อบแห้งแล้ว จะมีความแข็งความเหนียวสูงมาก จะดูดตาปูดีเยี่ยม ถ้าเอาตะปู4ตอกไม้ยูคาแห้งอย่าคิดว่าจะถอนตาปูได้ง่ายๆ เหนียวหนับหัวสั่นหัวคลอนช่างไม้ร้องไห้มานักต่อนักแล้ว

 

หลังจากยูคาลิปตัสถูกปลูกขยายไปทั่วประเทศ สิ่งที่ผมแอบดูอยู่เงียบๆก็คือ คนไทยจะทำยังไงกับเจ้าไม้ตัวนี้บ้าง นอกจากจะมีกระแสต่อต้านแล้ว  ผมคิดว่าคนไทยกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับไม้ตัวนี้แบบKM.ธรรมชาติ ซึ่งจะมีเรื่องใหม่ๆติดตามมาสร้างโจทย์ให้ชาวบ้านเรียนรู้ ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องเห็ดผึ้งขม ที่มันเกิดขึ้นในป่ายูคาฯมากมาย แทบไม่ต้องเดินหาให้เหมื่อยตุ้ม เพราะเดินไปตรงไหนก็เจอะเจอง่ายๆ เห็ดพวกนี้จะขึ้นเป็นกลุ่ม มีลักษณะก้อนกลมๆสีน้ำตาลคล้ำ ถ้าข้ามวันดอกจะบาน ช่วงที่เห็ดออกจะมีชาวบ้านมาเก็บทั้งวัน ตอนหลังการประโคมข่าวว่ามีคุณสมบัติแก้โรคเบาหวาน โรคมะเร็งเห็ดยูคาจึงได้รับความสำคัญขึ้นมาทันที ส่วนจะแก้โรคอะไรได้บ้าง นักวิจัยในสถาบันต่างๆน่าจะมาช่วยชาวบ้านตอบคำถามเรื่องนี้ให้กระจ่าง คงเห็นโจทย์แล้วใช่ไหมครับ ไม่ต้องคิดให้สมองแฉะ ป่ายูคาฯกับชาวบ้านได้ตั้งหัวข้อวิจัยให้นักจัดการความรู้นักวิจัย นักการป่าไม้ได้ตอบข้อสงสัยให้ผู้กระหายใคร่รู้ 

ช่วงที่เห็นยูคาฯออกมากๆ พวกลูกน้องเห็นชาวบ้านเก็บ ก็ไปเก็บมาลองต้มจิ้มน้ำพริก ผมถูกชวนให้ชิม เนื้อเห็ดจะกุ๊บๆอร่อยมากเหมือนปลิงทะเลน้ำแดง แต่มีความขมที่พอทนได้แต่เป็นรสขมที่ไม่อร่อย ถ้าไม่มีรสขม เห็ดยูคาฯจะเป็นที่นิยมชนิดหนึ่งของโลก รสขมนี่มี2แบบนะครับ มีแบบขมอร่อย เช่น ดอกสะเดา ผลเพกา แกงขี้เหล็ก ส่วนพวกขมไม่อร่อย เช่น ฟ้าทะลายโจร เห็ดยูคาฯ มะแว้งเครือ ผมแอบตามดูวิธีวิจัยของชาวบ้านอย่างสนุก เห็นใครหิ้วตะกร้ามาก็เข้าไปคุยด้วย ถามแม่ใหญ่..เอาไปทำกินยังไง ถาม10 หมู่บ้านก็ได้ 10 กลุ่มตัวอย่าง เช่น  

¡ ชุดวิธีทดลองหาทางบรรเทาความขม    บ้างก็ว่าต้มใส่ใบฝรั่ง ใบมะขาม ใบย่านาง ใส่เกลือ ใส่ข้าวสาร    

¡ ชุดวิธีการหาทางประกอบอาหาร    บ้างก็เอาไป ต้ม นึ่ง ปิ้ง ย่าง

 ¡ ชุดวิธีการปรุงสูตรอาหาร    บ้างก็เอาไปลาบใส่ข้าวคั่ว ขมๆอำลำ ต้มจิ้มน้ำพริก ปิ้งจิ้มแจ่ว 

 กลุ่มไม้ขนาดเล็กไม้ในป่าธรรมชาติขาดแคลน หายากไม่มีให้เลือกใช้ประโยชน์ได้เหมือนเมื่อก่อน เมื่อมีไม้ยูคาชาวบ้านก็เริ่มนำมาทดลองใช้งาน ในกลุ่มไม้ขนาดเล็ก พอจะแยกให้เห็นวิธีใช้ดังนี้

¡ ใบเอาไปรองรังไก่ไล่หมัด แมลง

¡ ใบเอาไปทำสีย้อมผ้า

¡ ใบเอาไปหมักกับใบไม้ชนิดอื่นทำสารไล่แมลง

¡ ใบเอาไปเทลงในคอกสัตว์เพิ่มปริมาณปุ๋ยอินทรีย์

¡ เอาไปทำเล้าไก่ รังไก่

¡ เอาไปทำโครงกระต๊อบที่พัก ที่นั่งเล่น

¡ เอาไปทำลอบดักปลาในทะเลชายฝั่ง

¡ เอาไปทำฟืน หลายหมู่บ้านมาขอไปเป็นฟืนเผาศพช่วยปอเต็กตึ๊ง

¡ เอาไปเผาถ่าน ทำเตาอบเล็กๆ เผาถ่านได้คุณภาพดี

¡ เอาไปสับป่นชิ้นเล็กๆทำปุ๋ย คลุมหน้าดิน

¡ เอาไปป่นทำวัสดุเพาะเห็ด

¡ เอาไปทำค้างปลูกผัก แขนงไม้มีกิ่งก้านความเหนียวเหมาะที่จะทำค้างผัก

¡ เอาไปทำด้ามไม้กวาด แขนงไม้ยูคาที่แตกขึ้นมาเป็นกลุ่มแขนงกอละ10-20      แขนง ปกติต้องตัดทิ้งบ้าง ชาวบ้านที่มีอาชีพทำไม้กวาดขาย จะเอาไม้    กวาดมาให้เรา2-3 อัน แล้วก็ขอปันเอาแขนงไปทำด้ามไม้กวาดจำหน่าย 

กลุ่มไม้ขนาดกลาง เมื่อปลูกไม้ยูคาฯไปได้ระยะหนึ่ง มีไม้ขนาดต่างๆให้เลือกทดลองใช้ ทางโรงงานก็ซื้อราคาถูก ทำให้การแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสเกิดขึ้นอย่างสนุก นักประดิษฐ์ลูกทุ่งทั้งหลายคิดค้นกันจนได้วิธีใช้งาน และได้รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากไม้ขนาดกลาง อายุประมาณ 8-10 ปี ดังนี้

¡ นำไปใช้เป็นไม้ค้ำยันในการก่อสร้าง

¡ นำไปทำเสาเข็ม

¡ นำไปทำชิงช้านั่งเล่น

¡ นำไปตัดเป็นท่อนๆทำรั้วสำเร็จรูป ใช้ในงานตบแต่ง

¡ นำไปสร้างเพิงร้านขายของริมทาง

¡ นำไปทำคอกปศุสัตว์  

กลุ่มไม้ขนาดใหญ่ อายุตั้งแต่15ปีขึ้นไป ไม้ขนาดนี้สามารถแปรรูปเพื่อนำไปประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ไม้ยูคาก็มีปัญหาเฉพาะตัวที่ท้าทายนักคิดเป็นอย่างมาก และมีความเชื่อว่ามันเป็นไม้เนื้ออ่อน หดตัวง่าย บิดงอ แปรรูปไม่ได้ ตอนแรกผมก็เชื่อเช่นนั้น ทดลองดูก็พบว่ามันจัดการยากมากเจ้าไม้ตัวนี้ แต่หลังจากศึกษาอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช พบว่า มีทั้งส่วนความจริงตามที่ชาวบ้านบอกเล่า และมีชุดความรู้ใหม่ที่ผมทดลองมาระดับหนึ่ง ขออนุญาตนำมาให้ช่วยกันวิจัยต่อดังนี้ครับ 

1.     ไม้ยูคาฯบางสายพันธุ์ไม่สามารถแปรรูปได้ เจอใบเลื่อยจะบิดพลิ้วเป็นใบพัดเครื่องบิน ทำอย่างไรก็ยากจะคืนรูป ข้อเสนอแนะควรใช้ประโยชน์เป็นลำต้น ทำเสา ทำขื่อทั้งต้น ไม่ต้องแปรรูป

2.     ไม้ยูคาฯหดตัวง่าย รักษารูปทรงยาก นอกจากเราจะเลือกได้ไม้สายพันธุ์ที่แปรรูปได้แล้ว ถึงจะมีห้องอบไม้ ก็ต้องอาศัยเทคนิคการอบพอสมควร ในการอบไม้ต้องรักษาความชื้นไว้ในเนื้อไม้บ้างระดับหนึ่ง

3.     ในการย้อมสี/พ่นสี ไม้ยูคาจะดูดสีสิ้นเปลืองกว่าไม้ทั่วไป

4.     ในการแปรรูป จะต้องเอาจุดศูนย์กลางไปอยู่ขอบแผ่นไม้ด้านหนึ่งด้านใด หรือถ้าจะแปรตามวิธีปกติ ก็จะต้องรู้วิธีดูลายเสี้ยนไม้ จะช่วยลดทอนการบิดงอได้

5.     ความแข็งเหนียว เรื่องนี้พลิกล็อกสุดโต้ง ไม้ยูคาที่อบแห้งแล้ว จะมีความแข็งความเหนียวสูงมาก จะดูดตาปูดีเยี่ยม ถ้าเอาตะปู4ตอกไม้ยูคาแห้งอย่าคิดว่าจะถอนตาปูได้ง่ายๆ เหนียวหนับหัวสั่นหัวคลอนช่างไม้ร้องไห้มานักต่อนักแล้ว แม้แต่ไม้กระดานถ้าจะตอกตาปู ควรเอาสะหว่านไฟฟ้านำร่องไปก่อน ไม่ยังงั้นตอกตาปูไม่เข้าครับ ตาปูงอกองอยู่เป็นกำๆเชียวแหละ ดังนั้นเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ว่า ไม้ยูคาฯแห้งสนิทจะเป็นไม้เนื้อแข็งเหนียวพิเศษ จะเป็นไม้เนื้ออ่อนเฉพาะที่ยังสดๆอยู่เท่านั้น ทราบแล้วเปลี่ยน 

ไม้แปรรูปแล้ว เอาไปใช้งานอะไรได้บ้าง

¡ ในประเทศออสเตรเลียใช้ทำเสาไฟฟ้า ยังมีการใช้อยู่ทั่วไปในหลายรัฐ

¡ ในออสเตรเลียอุตสาหกรรมน้ำมันยูคาลิปตัสเขาไปไกลมาก

¡ ในออสเตรเลียแปรรูปเป็นไม้ใช้สอยมานาน

¡ มหาชีวาลัยอาคารหลังใหญ่สร้างด้วยไม้ยูคาฯ

¡ ทำเครื่องเรือน กรอบรูป โต๊ะ เก้าอี้ฮ่องเต้ ตู้ เตียง ประดิษฐ์ของเด็กเล่น 

กลุ่มอุตสาหกรรมไม้โตเร็ว   

¡ ผลิตกระดาษ   

¡ ผลิตผ้า   

¡ ผลิตไม้ประสาน ไม้อัด   

¡ ปัจจุบันมีการศึกษาที่จะเอาไม้มาผลิตไบโอออย   

¡ กลุ่มผลิตไฟฟ้าด้วยแกลบ หันมาซื้อไม้เป็นเชื้อเพลิง    

หลังจากยูคาลิปตัสถูกปลูกขยายไปทั่วประเทศ สิ่งที่ผมแอบดูอยู่เงียบๆก็คือ คนไทยจะทำยังไงกับเจ้าไม้ตัวนี้บ้าง นอกจากจะมีกระแสต่อต้านแล้ว  ผมคิดว่าคนไทยกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับไม้ตัวนี้แบบKM.ธรรมชาติ ซึ่งจะมีเรื่องใหม่ๆติดตามมาสร้างโจทย์ให้ชาวบ้านเรียนรู้ ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องเห็ดผึ้งขม

ที่มันเกิดขึ้นในป่ายูคาฯมากมาย แทบไม่ต้องเดินหาให้เหมื่อยตุ้ม เพราะเดินไปตรงไหนก็เจอะเจอง่ายๆ เห็ดพวกนี้จะขึ้นเป็นกลุ่ม มีลักษณะก้อนกลมๆสีน้ำตาลคล้ำ ถ้าข้ามวันดอกจะบาน ช่วงที่เห็ดออกจะมีชาวบ้านมาเก็บทั้งวัน ตอนหลังการประโคมข่าวว่ามีคุณสมบัติแก้โรคเบาหวาน โรคมะเร็งเห็ดยูคาจึงได้รับความสำคัญขึ้นมาทันที ส่วนจะแก้โรคอะไรได้บ้าง นักวิจัยในสถาบันต่างๆน่าจะมาช่วยชาวบ้านตอบคำถามเรื่องนี้ให้กระจ่าง คงเห็นโจทย์แล้วใช่ไหมครับ ไม่ต้องคิดให้สมองแฉะ ป่ายูคาฯกับชาวบ้านได้ตั้งหัวข้อวิจัยให้นักจัดการความรู้นักวิจัย นักการป่าไม้ได้ตอบข้อสงสัยให้ผู้กระหายใคร่รู้ 

ช่วงที่เห็นยูคาฯออกมากๆ พวกลูกน้องเห็นชาวบ้านเก็บ ก็ไปเก็บมาลองต้มจิ้มน้ำพริก ผมถูกชวนให้ชิม เนื้อเห็ดจะกุ๊บๆอร่อยมากเหมือนปลิงทะเลน้ำแดง แต่มีความขมที่พอทนได้แต่เป็นรสขมที่ไม่อร่อย ถ้าไม่มีรสขม เห็ดยูคาฯจะเป็นที่นิยมชนิดหนึ่งของโลก รสขมนี่มี2แบบนะครับ มีแบบขมอร่อย เช่น ดอกสะเดา มะระ ผลเพกา แกงขี้เหล็ก ส่วนพวกขมไม่อร่อย เช่น ฟ้าทะลายโจร เห็ดยูคาฯ มะแว้งเครือ ผมแอบตามดูวิธีวิจัยของชาวบ้านอย่างสนุก เห็นใครหิ้วตะกร้ามาก็เข้าไปคุยด้วย ถามแม่ใหญ่..เอาไปทำกินยังไง ถาม10 หมู่บ้านก็ได้ 10 กลุ่มตัวอย่าง เช่น  

¡ ชุดวิธีทดลองหาทางบรรเทาความขม    บ้างก็ว่าต้มใส่ใบฝรั่ง ใบมะขาม ใบย่านาง ใส่เกลือ ใส่ข้าวสาร    

¡ ชุดวิธีการหาทางประกอบอาหาร    บ้างก็เอาไป ต้ม นึ่ง ปิ้ง ย่าง  

¡ ชุดวิธีการปรุงสูตรอาหาร    บ้างก็เอาไปลาบใส่ข้าวคั่ว ขมๆอำลำ ต้มจิ้มน้ำพริก ปิ้งจิ้มแจ่ว  

กลุ่มไม้ขนาดเล็กไม้ในป่าธรรมชาติขาดแคลน หายากไม่มีให้เลือกใช้ประโยชน์ได้เหมือนเมื่อก่อน เมื่อมีไม้ยูคาชาวบ้านก็เริ่มนำมาทดลองใช้งาน ในกลุ่มไม้ขนาดเล็ก พอจะแยกให้เห็นวิธีใช้ดังนี้

¡ ใบเอาไปรองรังไก่ไล่หมัด แมลง

¡ ใบเอาไปทำสีย้อมผ้า

¡ ใบเอาไปหมักกับใบไม้ชนิดอื่นทำสารไล่แมลง

¡ ใบเอาไปเทลงในคอกสัตว์เพิ่มปริมาณปุ๋ยอินทรีย์

¡ เอาไปทำเล้าไก่ รังไก่

¡ เอาไปทำโครงกระต๊อบที่พัก ที่นั่งเล่น

¡ เอาไปทำลอบดักปลาในทะเลชายฝั่ง

¡ เอาไปทำฟืน หลายหมู่บ้านมาขอไปเป็นฟืนเผาศพ

¡ เอาไปเผาถ่าน ทำเตาอบเล็กๆ เผาถ่านได้คุณภาพดี

¡ เอาไปสับป่นชิ้นเล็กๆทำปุ๋ย คลุมหน้าดิน

¡ เอาไปป่นทำวัสดุเพาะเห็ด

¡ เอาไปทำค้างปลูกผัก แขนงไม้มีกิ่งก้านความเหนียวเหมาะที่จะทำค้างผัก

¡ เอาไปทำด้ามไม้กวาด แขนงไม้ยูคาที่แตกขึ้นมาเป็นกลุ่มแขนงกอละ10-20 แขนง ปกติต้องตัดทิ้งบ้าง ชาวบ้านที่มีอาชีพทำไม้กวาดขาย จะเอาไม้    กวาดมาให้เรา2-3 อัน แล้วก็ขอปันเอาแขนงไปทำด้ามไม้กวาดจำหน่าย 

กลุ่มไม้ขนาดกลาง เมื่อปลูกไม้ยูคาฯไปได้ระยะหนึ่ง มีไม้ขนาดต่างๆให้เลือกทดลองใช้ ทางโรงงานก็ซื้อราคาถูก ทำให้การแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสเกิดขึ้นอย่างสนุก นักประดิษฐ์ลูกทุ่งทั้งหลายคิดค้นกันจนได้วิธีใช้งาน และได้รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากไม้ขนาดกลาง อายุประมาณ 8-10 ปี ดังนี้

¡ นำไปใช้เป็นไม้ค้ำยันในการก่อสร้าง

¡ นำไปทำเสาเข็ม

¡ นำไปทำชิงช้านั่งเล่น

¡ นำไปตัดเป็นท่อนๆทำรั้วสำเร็จรูป ใช้ในงานตบแต่ง

¡ นำไปสร้างเพิงร้านขายของริมทาง

¡ นำไปทำคอกปศุสัตว์  

กลุ่มไม้ขนาดใหญ่อายุตั้งแต่15ปีขึ้นไป ไม้ขนาดนี้สามารถแปรรูปเพื่อนำไปประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ไม้ยูคาก็มีปัญหาเฉพาะตัวที่ท้าทายนักคิดเป็นอย่างมาก และมีความเชื่อว่ามันเป็นไม้เนื้ออ่อน หดตัวง่าย บิดงอ แปรรูปไม่ได้ ตอนแรกผมก็เชื่อเช่นนั้น ทดลองดูก็พบว่ามันจัดการยากมากเจ้าไม้ตัวนี้ แต่หลังจากศึกษาอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช พบว่า มีทั้งส่วนความจริงตามที่ชาวบ้านบอกเล่า และมีชุดความรู้ใหม่ที่ผมทดลองมาระดับหนึ่ง ขออนุญาตนำมาให้ช่วยกันวิจัยต่อดังนี้ครับ 

1. ไม้ยูคาฯบางสายพันธุ์ไม่สามารถแปรรูปได้ เจอใบเลื่อยจะบิดพลิ้วเป็นใบพัดเครื่องบิน ทำอย่างไรก็ยากจะคืนรูป ข้อเสนอแนะควรใช้ประโยชน์เป็นลำต้น ทำเสา ทำขื่อทั้งต้น ไม่ต้องแปรรูป

2.     ไม้ยูคาฯหดตัวง่าย รักษารูปทรงยาก นอกจากเราจะเลือกได้ไม้สายพันธุ์ที่แปรรูปได้แล้ว ถึงจะมีห้องอบไม้ ก็ต้องอาศัยเทคนิคการอบพอสมควร ในการอบไม้ต้องรักษาความชื้นไว้ในเนื้อไม้บ้างระดับหนึ่ง

3.    ในการย้อมสี/พ่นสี ไม้ยูคาจะดูดสีสิ้นเปลืองกว่าไม้ทั่วไป

4.     ในการแปรรูป จะต้องเอาจุดศูนย์กลางไปอยู่ขอบแผ่นไม้ด้านหนึ่งด้านใด หรือถ้าจะแปรตามวิธีปกติ ก็จะต้องรู้วิธีดูลายเสี้ยนไม้ จะช่วยลดทอนการบิดงอได้

5.     ความแข็งเหนียว เรื่องนี้พลิกล็อกสุดโต้ง ไม้ยูคาที่อบแห้งแล้ว จะมีความแข็งความเหนียวสูงมาก จะดูดตาปูดีเยี่ยม ถ้าเอาตะปู4ตอกไม้ยูคาแห้งอย่าคิดว่าจะถอนตาปูได้ง่ายๆ เหนียวหนับหัวสั่นหัวคลอนช่างไม้ร้องไห้มานักต่อนักแล้ว แม้แต่ไม้กระดานถ้าจะตอกตาปู ควรเอาสะหว่านไฟฟ้านำร่องไปก่อน ไม่ยังงั้นตอกตาปูไม่เข้าครับ ตาปูงอกองอยู่เป็นกำๆเชียวแหละ ดังนั้นเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ว่า ไม้ยูคาฯแห้งสนิทจะเป็นไม้เนื้อแข็งเหนียวพิเศษ จะเป็นไม้เนื้ออ่อนเฉพาะที่ยังสดๆอยู่เท่านั้น ทราบแล้วเปลี่ยน 

ไม้แปรรูปแล้ว เอาไปใช้งานอะไรได้บ้าง

¡ ในประเทศออสเตรเลียใช้ทำเสาไฟฟ้า ยังมีการใช้อยู่ทั่วไปในหลายรัฐ

¡ ในออสเตรเลียอุตสาหกรรมน้ำมันยูคาลิปตัสเขาไปไกลมาก

¡ ในออสเตรเลียแปรรูปเป็นไม้ใช้สอยมานาน

¡ มหาชีวาลัยอาคารหลังใหญ่สร้างด้วยไม้ยูคาฯ

¡ ทำเครื่องเรือน กรอบรูป โต๊ะ เก้าอี้ฮ่องเต้ ตู้ เตียง ประดิษฐ์ของเด็กเล่น 

กลุ่มอุตสาหกรรมไม้โตเร็ว   

¡ ผลิตกระดาษ   

¡ ผลิตผ้า   

¡ ผลิตไม้ประสาน ไม้อัด   

¡ ปัจจุบันมีการศึกษาที่จะเอาไม้มาผลิตไบโอออย   

¡ กลุ่มผลิตไฟฟ้าด้วยแกลบ หันมาซื้อไม้เป็นเชื้อเพลิง