ติดต่อ

  ติดต่อ

เรื่องเศร้าๆ. . . เมื่อเรากลายเป็นแฟนเก็บ

  เรื่องเศร้าๆ. . . เมื่อเรากลายเป็นแฟนเก็บ  

เรื่องเศร้าๆ. . . เมื่อเรากลายเป็นแฟนเก็บ

ข้อมูลจาก Forward Mail
เขียนโดย ยอดไม้ไหว
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


โศกนาฏกรรม ความรัก ของเรา
เริ่มจาก . . .ต่างคน ต่างไม่มีแฟน
คิดว่า. . .เขากับเราคง. . .เหงา. . .เหมือนๆ กัน
คุยกันถูกคอ. . .อยู่ด้วย แล้วมีความสุข

เราคบกัน. . .เหมือนคู่รักปกติ ทั่วๆ ไป
ยิ่งนาน. . .
ยิ่งรัก
ยิ่งนาน. . .ยิ่งผูกผัน
ไม่คิดว่า. . .วันหนึ่ง จะเจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้

เขา. . .มีแฟนแล้ว!
เราจับได้คาหนังคาเขา
แน่นอน. . .เขาเลือกแฟนเขา. . .เพราะคบกันมานาน
เขาบอก. . .เขารักแฟนเขามาก กับ เราเขารู้สึกดีๆ มากมาย

เฮ้อ . . . พูดมาแล้วเศร้าจัง!
ทำไมเหตุการณ์แบบนี้. . .ต้องเกิดขึ้นกับเราด้วย
ใคร. . .เคยเป็นแบบนี้บ้าง?
รักเขาไปแล้ว จะเลิกก็เจ็บปวดเหลือเกิน
จะรักต่อ . . .ก็เป็นได้แค่ แฟนเก็บ ทรมานเหมือนกัน

สุดท้าย. . .
ต้องเป็นฝ่ายเดินจากไป. . .ทั้งน้ำตา. . .
รักแล้ว. . .เหนื่อยเหลือเกิน. . .ท้อเหลือเกิน
เขาลวงเราด้วยความดี เปิดเผยจริงใจ
แต่นั่น คือ. . .เราถูกหลอกมาตลอด. . .
เขา. . .ไม่เผื่อทางเลือก ไว้ให้เราเลย

ถ้า. . .จะมาเพื่อให้รัก. . .
แล้วสุดท้าย. . . ต้องจากไป
สู้มาแบบมิตรภาพบริสุทธิ์. . .ไม่ดีกว่าหรือ

สงสารบ้างเถอะนะ . . .เอาใจเขาใส่ใจเรา
ไม่เคยมีใคร . . . อยากเป็นที่สองรองใคร
ไม่มีใครอยากจะแย่งของๆ ใคร


อย่าบอกว่าคุณ. . .รักอีกคน. . .ถ้ายังมีอีกคนในใจ
เพราะมันหมายความว่า. . .
คุณไม่เคยรักใครเลย. . .นอกจาก. . .ตัวเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 83149, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

ความเห็น (1)

คนไร้หัวใจ
IP: xxx.168.102.231
เขียนเมื่อ 

แอ้มเธอเป็นเด็กใหม่ของห้อง  เธอย้ายมาจากต่างจังหวัด  เธอเป็นคนสวยและค่อนข้างจะเรียนเก่งพอสมควร    เพื่อนๆเลยพากันเห่อเด็กใหม่กันยกใหญ่    ผมชื่อเต้เป็นหัวหน้าห้องนี้ครับ  เราได้อยู่ห้องเดียวกัน  (ห้อง  ม.  3/4 )   ผมจะคอยช่วยเหลือเธอตลอด  และเราก็จะกัดกันเสมอ  จะว่าไปชื่อเธอก็น่ารักดีนะเธอชื่อ   พิมพ์พิชญา  เรามีนิสัยต่างกันแต่เราก็เข้ากันได้  เรามักจะทะเลาะกันเสมอๆจนเป็นที่ชินตาของเพื่อนๆไปซะแล้ว  เราทั้งคู่มักจะถูกอาจารย์จับให้ทำงานกลุ่มเดียวกันเสมอ  เวลาผ่านไปก็เริ่มทำให้เราสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ  จากวันไปเป็นเดือน  จากเดือนไปเป็นปี  จากปีไปเป็น  3  ปี  ใช่สินี่มัน  3  ปีแล้วสินะที่  แอ้มมาอยู่ตรงนี้  ที่นี่  แอ้มทำให้ชีวิตของผมมีสีสันมาก  ผมไม่รู้สึกเหงาเลยเวลาที่อยู่กับแอ้ม  จริงๆนะตอนนี้เรากำลังจะจบ  ม.5 กันแล้ว  เร็วจังหลังจากสอบปลายภาคห้องเราได้จัดให้ไปเที่ยวทะเลกัน  ผมเริ่มรู้สึกได้ว่าไอ้ต้นมันชอบแอ้มเพราะมันเคยถามผมว่า  แอ้ม มีแฟนหรือยัง

///ไม่รู้สิเราไม่ใช่แฟนแอ้มซะหน่อย

///งั้นนายติดต่อให้เราหน่อยสิ

ผมลังเลอยู่นานเหมือนกัน  ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกหวงแอ้มขึ้นมา  ผมไม่อยากให้แอ้มเป็นแฟนกับต้นเลยไม่รู้เพราะอะไร    ผมชอบแอ้มงั้นหรอ  ไม่นะผมไม่ได้ชอบแอ้ม 

///งั้นก็ได้เราจะช่วยนายเอง  เดี๋ยวเราจะลองถามแอ้มให้นะ

///เราต้องขอบคุณนายล่วงหน้าไว้เลยนะเต้  นายเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ  ไว้เราได้เป็นแฟนกับแอ้มเมื่อไร่เราจะเลี้ยงข้าวนายนะ  เราต้องไปแล้วอ่ะ  เรามีนัดซ้อมบาส   ไว้เจอกัน

///อืม

ผมลืมบอกไปว่าไอ้ต้นมันเป็นเพื่อนผม  มันเรียนเก่ง  เป็นประธานนักเรียน  เป็นนักกีฬาของโรงเรียน  พ่อแม่มันเปิดรีสอร์ท  ผมคิดว่าถ้าแอ้มได้เป็นแฟนกับต้นแอ้มคงจะมีความสุข

ระหว่างการเดินทางต้นได้นั่งกับแอ้ม  ส่วนผมไปนั่งกับขวัญ  ขวัญเธอเป็นประธานนักเรียนฝ่ายหญิงน่ะ  ดูเหมือนว่าเธอก็จะชอบผมนะ  แต่ผมไม่ได้ชอบเธอ   หลังจากกลับจากเที่ยวทะเลก็ดูเหมือนว่าแอ้มกับต้นก็จะสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ   และเราก็เริ่มห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ  ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมผมถึงรู้สึกอย่างนั้น  ผมกับขวัญก็ดูท่าทางจะไปได้สวยเลยที่เดียว     นี่ก็ ม.6  แล้วสินะเรากำลังจะเอ็นทรานกันแล้ว  สำหรับผมแล้วการเอ็นทรานมันไม่ใช่เรื่องยากเลย  ห่วงแต่แอ้มสิ  แอ้มไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ  เท่าไหร่  แล้วอีกอย่าช่วงนี้เธอป่วยบ่อยมาก   ผมกลัวว่าเธอจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือ    วันนั้นผมเดินกลับบ้านคนเดียวเช่นทุกวัน  แอ้มเดินมาข้างหลังผม  ผมรู้ว่าเป็นแอ้มผมเลยหันไป

///ไงเต้วันนี้กลับบ้านคนเดียวหรอ  แล้วขวัญล่ะ

///ขวัญ !..ทำไมหรอเกี่ยวอะไรด้วยอ่ะ

///อ้าวก็ขวัญเป็นแฟนเต้ไม่ใช่หรอ

///................ไม่ใช่ซะหน่อย

///อย่ามาปากแข็งหน่อยเลย

///...........

///เงียบทำไมอ่ะ

///ป่าว

///เดี๋ยวนี้เต้เป็นอะไร  ทำไมไม่ค่อยคุยกับเราเลย  เต้คนเก่าหายไปไหน  เต้ที่เคยทะเลาะกับแอ้มบ่อยๆน่ะ  ยังอยู่หรือป่าว  เต้เกลียดเรา  เต้รำคาญเราเต้ก็พูดมาตรงๆสิ  ไม่เห็นต้องทำเฉยชาแบบนี้เลย

///.............................

///เราทำอะไรผิดหรอเต้  บอกแอ้มสิ

น้ำตาแอ้มเริ่มไหลออกมา  ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ผมทำให้แอ้มร้องไห้ได้อย่างไง   ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้  ผมแค่พยายามให้ต้นกับแอ้มได้สนิทกันมากขึ้น  ผมรู้ตัวว่าผมผิดผมพยายามจะขอโทษแอ้ม  แต่แอ้มไม่ฟังผมเลย  แอ้มวิ่งหนีผมกลับบ้านด้วยน้ำตา  ผมนอนไม่หลับเลย  ผมยอมรับว่าผมก็ร้องไห้เหมือนกัน  ผมไม่กล้าที่จะโทรไปหาแอ้ม 

วันรุ่งขึ้นผมรีบมาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อจะมาขอโทษแอ้ม   ผมรอแอ้มอยู่ที่หน้าห้องสมุด  ที่ประจำที่แอ้มชอบมานั่งกับผมเสมอ  ผมรอแอ้มอยู่นานเลยที่เดียว  ทำไมวันนี้เธอดูซึมนะ  หน้าเธอดูซีดผิดปกติกว่าทุกวันหรือว่าแอ้มจะไม่สบาย  ทำไมเราต้องรู้สึกห่วงใยแอ้มด้วยทั้งๆที่เราก็มีขวัญอยู่แล้ว   ในมือของผมมีดอกกุหลาบสีขาวผมตั้งใจว่าจะให้แอ้มเพื่อเป็นการขอโทษแอ้มเรื่องเมื่อวาน  มันดูสวยเหมาะสำหรับแอ้มมาก    รอบตัวผมมีคนเรียกแอ้มเต็มไปหมดผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ดอกไม้ในมือของผมมันร่วงลงไปที่พื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

///แอ้ม  แอ้ม  แอ้มเป็นอะไรน่ะ 

แอ้มล้มลงระหว่างทางเดินเข้าโรงเรียน  ผมกำลังจะวิ่งไปหาเธอ  อีกนิดเดียวเท่านั้น  นิดเดียวเท่านั้น  ผมวิ่งไปไม่ทัน  ผมต้องทนเห็นต้นอุ้มแอ้มไปห้องพยาบาล  ทำไมผมต้องรู้สึกห่วงใยแอ้มขนาดนั้น   ทำไมผมต้องอยากเข้าไปช่วยแอ้มทั้งๆที่แอ้มก็มีต้นอยู่แล้ว  

นี่ก็คาบสามแล้วเรากำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่จริงวิชานี้เป็นวิชาที่ผมชอบ  แต่ทำไมวันนี้ผมถึงไม่อยากเรียนก็ไม่รู้  เหมือนว่าอะไรมันหายไป   แอ้มไง  แอ้มหายไป    เพื่อนๆที่ไปหาแอ้มที่ห้องพยาบาลกลับมาเล่าให้ฟังว่าแอ้มยังไม่ฟื้นเลย  พอพักเที่ยง  เราเห็นพ่อกับแม่ของแอ้มมาที่โรงเรียน  พ่อกับแม่ของแอ้มมาขอให้แอ้มกลับบ้านครึ่งวัน  ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม  แต่ที่ผมรู้ตอนนี้ผมเป็นห่วงแอ้มมากๆ 

หลังจากเลิกเรียนผมก็กลับบ้านผมคิดอยู่นานว่าจะไปหาแอ้มดีไหม  ไปหาแอ้ม  ถามว่าแอ้มเป็นอะไรบ้าง  เผื่อแอ้มจะหายโกรธกว่าผมจะคิดได้ว่าควรไปเยี่ยมแอ้มมันก็  ทุ่มกว่าๆแล้วฝนก็กำลังจะตก  ผมไปหาแอ้มที่บ้านคนที่บ้านของแอ้มบอกว่าแอ้มไม่ได้อยู่ที่บ้าน  ผมจึงถามว่าแล้วแอ้มไปไหน  เค้าบอกว่าแอ้มอาการไม่ดีขึ้นเลย  แอ้มอยู่ที่ โรงพยาบาล  ผมรู้สึกใจหาย ระหว่างทางไปโรงพยาบาลผมโทษตัวเองมาตลอด  ผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย  ผมเป็นต้นเหตุให้แอ้มป่วย   ผมตั้งใจจะไปเยี่ยมแอ้มแต่แล้วพอผมเดินมาที่ห้องที่แอ้มอยู่ผมมองผ่านกระจกผมเห็นต้นนั่งเฝ้าแอ้มที่มีสายน้ำเกลือและท่อช่วยหายใจเต็มไปหมด   ผมได้แต่ยืนมอง  ผมไม่กล้าพอที่จะเดินเข้าไป  ผมหันหลังกลับบ้านอีกครั้ง  ผมเดินกลับบ้านเหมือนคนที่ไม่มีหัวใจ  ผมเพิ่งรู้ตัวเองว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่ได้คิดกับแอ้มแค่เพื่อน  ผมรักเธอ  ทำไมผมถึงมาคิดได้ตอนนี้   สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปราณีเหมือนกับว่าเป็นการลงโทษผมที่ผม ไม่ดูแลเธอให้ดี  ผมบอกกับตัวเองว่าแอ้มจะต้องไม่เป็นไร.......

หมอบอกว่าแอ้มเป็นเนื้องอกที่สมอง  ผมฟังตอนแรกผมก็ตกใจมาก  ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าแอ้มไม่สบายหนักขนาดนี้    พ่อแม่ของแอ้มบอกว่าแอ้มเป็นมานานแล้วแต่แอ้มไม่ต้องการให้ใครรู้แอ้มกลัวว่าเพื่อนๆจะเป็นห่วง  ผมเฝ้าดูแอ้มอยู่ห่างๆ  หมอบอกว่าแอ้มจะอยู่ได้อีก  1  สัปดาห์หรือไม่ก็อาจจะไม่ถึง  ผมจึงอยากให้แอ้มได้มีความสุขที่สุด  ให้แอ้มอยู่กับคนที่แอ้มรัก  จะเป็นไรไปในเมื่อแอ้มมีความสุข  เราก็มีความสุขด้วย  น้ำตาผมมันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  รู้แต่ว่าถ้าน้ำตามันทำให้แอ้มดีขึ้นผมก็จะยอมทำเพื่อแอ้ม

ผมไม่ได้นอนมา  3  คืนแล้วแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเพลียเลยผมเป็นห่วงแอ้มมากกว่า  ตอนนี้ก็  3  ทุ่มกว่าๆแล้วแต่ผู้คนก็ยังเดินกันพลุกพล่าน  แต่ใจผมทำไมมันดูเงียบงันและเฉยชาไร้ความรู้สึก  ผมไม่อยากจะรับรู้ความเป็นไปที่เกิดขึ้นทั้งนั้น  ตั้งแต่ที่หมอและพยาบาลพาแอ้มเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน    วินาที่นั้นหัวใจผมแทบจะหยุดเต้น  ผมไม่รู้ว่าแอ้มจะเป็นอย่างไงบ้าง  ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง  ขอให้แอ้มไม่เป็นอะไร 

หัวใจของผมไม่เหลืออะไรแล้ว   มันสลายไปพร้อมกับปาฏิหาริย์ลมๆแล้งๆของผู้ชายคนหนึ่งที่ขอร้องต่อพระเจ้าให้ยื้อชีวิตของแอ้ม  ตอนนี้แอ้มไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก  ใช่  แอ้มเค้าจากผมไปแล้ว  ทำไม  ทำไม  ทำไม       ไม่เป็นผมล่ะ    ทำไมต้องเป็นแอ้ม  ทำไม   ผมถามตัวเองอยู่อย่างนั้น  

งานศพแอ้มจัดอย่างเรียบงาย  ผมรู้สึกใจหายเหลือเกิน    ผมไปที่บ้านแอ้มอีกครั้งผมรู้ว่าแอ้มกำลังยิ้มให้ผมอยู่  ผมรู้สึกว่าแอ้มอยู่ข้างๆผมตลอดเวลา  เหมือนแอ้มพยายามจะบอกอะไรกับผม  ผมมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของแอ้มเป็นเวลานาน 

///เต้

ผมหันไปมองตามเสียงเรียก  ผมเห็นต้น  ถือสมุดสีฟ้าอ่อนๆมันดูสดใสเหมือนแอ้มเลย  มันทำให้ผมคิดถึงแอ้ม  เพราะผมเป็นคนซื้อให้แอ้ม   แอ้มยังเก็บมันไว้

///เต้   แอ้มเค้าฝากไดอารี่มาให้

น้ำตาผมไหลอีกครั้ง  ผมยื่นมือไปรับสมุดมาจากต้นด้วยมือที่สั่นเทา  ผมค่อยๆเอามันมากอดไว้ 

///เต้  เรารู้นะว่าเต้รักแอ้ม  เรารู้มานานแล้ว  ทุกครั้งที่เราคุยกับแอ้ม  แอ้มก็มักจะพูดแต่เรื่องของเต้อยู่ตลอดเวลา  เวลาเราไปที่ไหนด้วยกัน แอ้มก็มักจะบอกกับเราเสมอๆว่า  แอ้มมีคนที่แอ้มรักอยู่แล้ว  เราก็พอจะเดาออกนะว่าเป็นใคร 

ผมเงียบไปผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง  แอ้มรักต้นต่างหาก  ถ้าแอ้มไม้ได้รักต้นแอ้มจะรักใครในเมื่อ....

///นายไม่รู้หรอกตลอดเวลาที่แอ้มอยู่ที่โรงพยาบาล  แอ้มร้องไห้ตลอดเวลา  เพ้อถึงแต่ชื่อนาย  แต่นายก็ไม่เคยมาสนใจแอ้มเลย  หัวใจนายมันทำด้วยอะไร 

ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรลงไป   ทำไมผมไม่ไปเยี่ยมแอ้ม  ไอ้ความคิดบ้าๆพวกนั้นมาจากไหน  

ผมเดินจากต้นไปไกลเรื่อยๆ  ผมหยุดนั่งลงที่ก้าวอี้ตัวยาว  ที่ที่ผมกับแอ้มเคยมานั่งเล่นกันบ่อยๆ  วันนี้ทำไมมันดูเงียบเหงากว่าทุกวัน  ใช่สิ  แอ้มไม่อยู่นี่  ผมเริ่มเปิดไดอารี่อย่างช้า  น้ำตาของผมหยดลงบนสมุด ผมเริ่มอ่านอย่างช้าๆ  ทีละตัว  ทีละถ้อยคำ.......

 

///  เต้  ///

///  กว่าเต้จะได้อ่านไดอารี่เล่มนี้เราอาจจะไม่อยู่ในโลกใบนี้แล้วนะ  ไม่ต้องคิดมากนะเราไม่ได้เป็นอะไรหรอก  ไม่ต้องห่วงนะ  ถ้าเราไม่อยู่แล้วเต้จะคิดถึงเราไหม๊นะ  เราคงจะคิดถึงเต้น่าดู  ต่อไปนี้เต้คงจะไม่ต้องทะเลาะกับเราแล้วล่ะ  เต้คงเบื่อเราแล้วสินะ  เราก็ไม่รู้ว่าเต้คิดอย่างไงกับเรา  เราไม่เคยไว้ใจใครเท่าเต้มาก่อนเลย  เราก็อยากบอกเต้นะ  ว่าเราเป็นอะไร  แต่เรากลัวเต้ไม่สบายใจ  แล้วเราก็รู้ว่าขวัญกับเต้รักกันมาก  เราไม่อยากให้เต้ต้องทะเลาะกับขวัญเพราะเรา   ทำไมเต้ต้องตีตัวออกห่างเราด้วย  เต้กลัวขวัญเข้าใจผิดหรอ  เรารู้มาตลอดเวลาว่าเต้ติดต่อเราให้กับต้น  เราจะไม่ว่าเต้นะ  แต่เราจะขอบอก  เต้ไว้เลยนะว่าเราไม่เคยคิดที่จะชอบต้นเลย  เราไม่ได้ชอบต้น  ได้ยินไหม  ....เราพยายามบอกต้นทุกครั้งว่าเรามีคนรักอยู่แล้ว....คนรักของแอ้มก็คือเต้ไง  ...ในสายตาเต้มองเราแค่เพื่อนเท่านั้นเราก็ไม่ว่าอะไร  เราทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น  แต่เต้ก็หนีเราออกไปมากขึ้น  ทำไม  .....ทั้งๆที่เวลาของเรามันก็เหลือน้อยลงไปทุกที  เวลาที่เราจะได้ใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่เพื่อให้หัวใจได้ใกล้ชิดคนที่เรารักมากที่สุด........ก็เต้ไงเต้คือคนที่แอ้มรักมากที่สุด..............

.......รักเต้    รักเต้   รักเต้    รักเต้    รักเต้    รักเต้    รักเต้    รักเต้    รักเต้    รักเต้    รักเต้.................

เสียงของเรามันเริ่มแผ่วเบาลงทุกวันแล้วนะเมื่อไหร่เต้จะมองเห็นเราซักที  ในใจเต้มีเราอยู่บ้างไหม  ...........................เราไม่กล้าที่จะบอกเต้ตรงๆว่าเราคิดอย่างไงกับเต้    เรากลัวว่าเต้จะหนีเราไปไกลกว่านี้  เราอยากอยู่กับเต้ตลอดเวลา   แต่ต่อจากนี้ไปเต้จะต้องอยู่คนเดียวแล้วนะ  เต้ไม่ต้องกลัวนะว่าเราจะเหงา................

เราไม่อยากให้เต้ลืมเรานะ   สัญญากับเราได้ไหมว่าเต้จะไม่ลืมเรา   จำเราไว้ว่าเป็นคนรู้จักคนหนึ่งก็ได้   แค่นั้นก็พอ  หาเวลาปีละครั้งไปเยี่ยมเราบ้างนะ.................เราจะรอเต้  รอ   รอ  .....เรารอเต้ได้เสมอ...รอจนหมดลมหายใจเต้เป็นคนเดียวและคนสุดท้ายที่เราจดจำ.........เราอยากให้เต้อยู่กับเราตอนที่เราอยู่ในห้องไอซียู.....อยากให้เต้เป็นคนสุดท้ายในชีวิต......แต่วันนั้นเต้หายไปไหน   หลังจากวันนั้นที่เราทะเลาะกันครั้งสุดท้ายเต้ก็หายไปเลย ...เต้ไม่เคยมาเยี่ยมเราเลย.........เต้ไม่ห่วงเราหรอ......เต้  เราปวดหัวเหลือเกิน.....เต้....เต้...เ       //////

                                                                       ............................................

ผมปิดไดอารี่ลงช้าๆผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว   ผมมันโง่  ผมมันไม่รู้จักใจตัวเอง   ที่ผ่านมาผมรักแอ้ม 

วันวาเลนไทน์ทุกปีที่ผ่านมาตั้งแต่ผมได้เจอแอ้ม  ผมมักจะซื้อดอกกุหลาบสีขาวให้ตลอด   แต่ผมไม่กล้าให้แอ้มผมกลัวแอ้มจะไม่รับมัน   ผมรู้ว่าแอ้มชอบดอกกุหลาบสีขาวมาก 

 ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว  ผมจบเกษตรมา ผมทำงานผมมีกิจการเล็ก  เกี่ยวกับต้นไม้       มีเงินมากมายแต่ผมไม่เคยมีความสุขเลย      แอ้มบอกให้ผมไปเยี่ยมเธอ ปีละครั้ง  ผมทำไม่ได้หรอก  เพราะผมทนรอให้เวลาผ่านไปแต่ละปีไม่ได้   ผมปลูกบ้านใกล้กับหลุมศพขอองแอ้ม    ผมซื้อที่รอบๆหลุมศพแอ้ม    ผมใช้ชีวิตอยู่รอบๆแอ้มทุกวัน  เวลาผ่านไป  6  ปี  ดูสิแอ้ม ดูสิ  ผมปลูกกุหลาบสีขาวที่แอ้มชอบให้แอ้มเต็มเลย  แอ้มลุกขึ้นมาดูสิ  ที่ที่ผมซื้อไว้  90  กว่าไร่  ตอนนี้มันได้กลายเป็นทุ่งดอกกุหลาบสีขาวไปหมดแล้ว   แอ้มเห็นไหม   ผมปลูกให้แอ้มคนเดียวนะ  เพื่อเป็นการชดเชยที่ผมไม่เคยให้อะไรแอ้มเลย   ....................ผมไม่สามารถรักใครได้อีก   .................

เพราะหัวใจของผมมันถูกฝังไปพร้อมๆกับแอ้มตั้งแต่เมื่อ  10   ปีที่แล้ว ............