ทุกๆปีในฤดูแล้งของภาคอีสาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงเมษายนของทุกปี จะมีใบไม้ร่วงหล่นเต็มไปหมด ตามธรรมชาติของป่าผลัดใบ แต่ก่อนผมก็ไม่ตื่นเต้นอะไร ก็เห็นเป็นธรรมดาๆ แต่เมื่อผมมาศึกษาระบบนิเวศของป่า จึงได้พบว่า การพัฒนาความอุดมสมบูรณ์และระบบนิเวศของป่าเขตร้อนก็พัฒนามาจากใบไม้ร่วงนี้เอง

  

ทำไมผมจึงกล้ากล่าวเช่นนั้น

  

ทั้งนี้เพราะดินป่าไม้โดยธรรมชาตินั้น จะอุดมสมบูรณ์โดยไม่มีใครไปรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย แต่ก็สามารถพัฒนาเป็นดินที่ดีได้ทุกแห่ง ผมเลยไปสังเกตการณ์การพัฒนาการของดินป่าตั้งแต่ระบบธรรมชาติ ระบบป่าปลูก ระบบการเจริญของต้นไม้ และการเปลี่ยนแปลงของดินมาตลอดช่วง ๓๐ ปีของการทำงานในอีสาน

  

จึงพบว่า ดินป่าไม้พัฒนาได้เพราะมีใบไม้ร่วงปกคลุมนั่นเอง อย่างน้อยก็ระยะหนึ่งก่อนที่จะผุพังปลดปล่อยสิ่งที่หมุนเวียนกลับไปใช้ได้อีก ให้กับต้นไม้ในบริเวณนั้น

  

การปกคลุมของใบไม้ทำให้ได้ประโยชน์หลายประการคือ

 

1.    ลดความร้อนจากแดด

 

2.    ลดการระเหยน้ำจากดิน

 

3.    สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆและรากเจริญได้

 

4.    เกิดเป็นชั้นผิวหนังของดิน

 

5.    ลดการย่อยสลายอินทรียวัตถุในดิน

  ดังนั้น ถ้าต้องการช่วยให้ดินมีชีวิต และอุดมสมบูรณ์ จึงต้องมีใบไม้คลุมดินครับ เพราะเป็นวิธีที่สำคัญที่พืชใช้ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ตัวเองและลูกหลานได้อยู่อาศัย เจริญเติบใหญ่ต่อไปครับ  ธรรมชาติคือสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเราไม่เลียนแบบธรรมชาติ แล้วเราจะเลียนแบบอะไรครับ