ต้องไปเริ่มต้นที่ระบบและแหล่งความรู้จริงๆ (ผู้ที่จัดการความรู้จริงๆ)
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากความพยายามที่จะเป็นคุณอำนวยทางด้าน KM research ก็ได้พยายามแนะแนวทางแต่ไม่ชี้นำมากจนเกินไป แต่พบว่านักศึกษายังพัฒนากรอบการทำงานที่ยังไม่ค่อยชัดเจน เมื่อเห็นระบบแล้วไม่สามารถพิจารณาองค์ประกอบในระดับต่างๆได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมจึงขอเพิ่มเติมแนวทางของการจัดระบบความคิดในการทำงาน และกำหนดกรอบการทำงาน ดังนี้</p> <ul>
แกนนำแบบปัจเจก (KM ธรรมชาติ) ที่สามารถเชื่อมโยงกับ
- การพัฒนาระดับองค์กร (Learning Organization-LO) และ
- อาจขยายผลสู่ COP และ
- ระดับนโยบาย
- ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาวิจัย
- ความรู้
- ข้อมูล และ
- เอกสารเริ่มต้นในการพัฒนาการใช้ความรู้
</ul> ประเด็นสำคัญต้องไปเริ่มต้นที่ระบบและแหล่งความรู้จริงๆ (ผู้ที่จัดการความรู้จริงๆ) ศึกษาระบบการจัดการความรู้ แล้วค่อยๆตามค้นหาองค์ประกอบ แหล่งที่มาของข้อมูล และเอกสาร เพื่อนำมาวิเคราะห์ระบบ การทำงาน เพื่อค้นหาประเด็นที่ควรพัฒนา และนำไปใช้งานในระดับและด้านต่างๆ ต่อไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></span>
Learning by Doing น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะเพิ่มทักษะในการบวนการคิด อันจะนำไปสู่การจัดการความรู้นะครับอาจารย์
การอ่านให้มาก สนทนากับผู้ที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาที่ตนเองกำลังศึกษาอยู่ น่าจะเป็นหนทางในการทำงานให้สำเร็จได้ตามกรอบเวลา แต่การสนทนาที่ไร้กรอบ และไร้ทิศทางก็อาจจะถ่วงเวลาได้เช่นกัน ดังนั้นการปรับระดับให้สมดุลน่าจะเป็นการทำงานวิจัยที่น่าจะเป็น
ด้วยความเคารพ
อุทัย อันพิมพ์
ขอมองต่างมุมครับคุณเม้ง practice without theory is rootless อาจจริงเพียงครึ่งเดียว ในมุมทางวิชาการเท่านั้นครับ
แต่ใน KM ธรรมชาติ ต้องมองการปฏิบัติเทียบกับผลที่เป็นจริง โดยไม่ต้องมื theory ก็ได้ครับ ไม่งั้นเราพัฒนามาไม่ได้ขนาดนี้ครับ
ทฤษฎีต่างๆ มาทีหลังครับ และสำคัญกับนักวิชาการครับ