9-21 มีนาคม สพฐ.ร่วมกับ ก.ค.ศ.จัดอบรมพัฒนาครู เชิงประจักษ์ที่เรียกว่าเยียวยาหรือซ่อมเสริมก็ได้ เฉพาะกลุ่มที่ขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ.เดิม  ตามจุดต่างๆทั่วประเทศ โดย ก.ค.ศ.ได้ทำหลักสูตรอบรมเข้ม 13 มีใบงานให้ทำรวม 26 ใบงาน ต้องส่งใบงานจากการปฏิบัติรายบุคคลวันต่อวัน
      เกณฑ์ประเมิน(ต้องผ่าน)มี 4 รายการคือ เวลาเข้าร่วม 80%  พฤติกรรม 70 % ผลงานจากใบงาน  70 %และสอบวัดความรู้ 70 %โดยผู้ประเมินเป็นอีกคณะหนึ่ง คะแนนต้องผ่านเฉลี่ยทุกรายการ 70 %ขึ้นไป
       ผมถูกแต่งตั้งให้เป็นวิทยากรอบรมที่ศูนย์จังหวัดนครนายก  ครูคณิตศาสตร์และภาษาไทย ร่วม 400 คน วันแรกๆก็วุ่นพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการจัดการ แต่เขาก็แก้ปัญหากันอย่างทันท่วงที ต้องขอชมเจ้าหน้าทีของ สพท.ที่นี่ ผมให้คะแนนเต็มในเรื่องจิตสำนึกการให้บริกร และความมุ่งมั่นอดทนต่อการแก้ปัญหาให้ลุล่วงด้วยดี
       ทีมวิทยากรของเราที่นำทีมโดย รศ.วิศาล ก็ทำงานกันเป็นทีม  นับเป็นทีมที่แข็งมากทีเดียว เราพยายามทำหน้าที่วิทยากรกันอย่างดี ตามหลักสูตรที่กำหนด พร้อมทั้งให้กำลังใจ  ให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด ตอนเย็นเราก็ทำ AAR กันทุกวัน  คณะตรวจเยี่ยมจาก สพฐ.เขามาประเมิน แล้วชมคณะวิทยากร
       นับเป็นงานหนักมากทีเดียวที่นอกจากจะเป็นวิทยากรอบรมแล้ว  ผมยังทำหน้าที่เหมือนคุณลิขิต สรุปองค์ความรู้แต่ละวันเพื่อช่วยเหลือผู้เข้ารับการอบรม(นอกหลักสูตรอบรม) เพราะเราติดนิสัย KM ที่มีใจแบ่งปันให้คนอื่น
       ครั้งนี้ครูตั้งใจมาก(เพราะมีเงินค่าวิทยฐานะ)ไม่มีหนีประชุม เข้าตรงเวลา  แตสิ่งที่น่าหนักใจคือ ครูเราเป็นจำนวนมากยังขาดทักษะในการเขียนสรุป เชิงวิเคราะห์สังเคราะห์อย่างมาก ยังขาดการคิดเชิงระบบ  ยังฟุ้งกระจาย มีสมรรถนะเพียงการทำตามแบบ  มีตัวอย่างอะไรก็ลอกเลียนหมด โดยไม่มีความมั่นใจในตนเอง และทำให้เครียดเมื่อต้องทำใบงานส่งตามกำหนด และเรียกร้องขอตลอดเวลา 
      ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการผลิตและพัฒนาครูของเราที่จะเป็นผู้นำในการสอนเชิงคิดวิเคราะห์สังเคราะห์แก่นักเรียน