ฉันได้อ่าน การเขียน  CLINICAL TRACER  อย่างเข้าใจ ของคุณหมอ  โดย DR. chalermpong sukontapol   ฉันเกิดความคิดต่อยอดขึ้น

การเขียน CLINICAL TRACER  ไม่ใช่เรื่องง่าย...ใครไม่เคยทำอาจจะไม่รู้.....เขียนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการส่ง เพื่อ Hospital Accreditation...

 

เอาแค่ว่าจะเลือกเรื่องอะไรดี..ก็สุดยอด..ความยากแล้วค่ะ

...แต่ก่อนทำเหมือนตาบอด...อาจารย์แนะนำแล้วก็ยังดูยาก

...แต่ตอนนี้...ไม่ยากเกินไปแล้วค่ะ..เพราะ

 

ท่าน DR. chalermpong sukontapol

ท่านแนะนำการเลือกไว้ให้ทราบแล้ว....ซึ่งเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้การเลือกเรื่องที่จะนำเสนอง่ายขึ้น  

ที่จะยากต่อมาคือท่านที่จะลงมือเขียนนั้น

...ต้องรู้จริง....เรียกว่ารู้แจ้งเห็นจริงในงาน...จึงจะเขียนให้ผู้ไม่รู้แจ้ง....ไม่เคยเห็นจริง...ในงานได้รับทราบและเข้าใจในกระดาษเพียง 1-2หน้า ….

 

นั่นแหละค่ะ..ยากที่สุด

 

....ที่มาของข้อมูลนั้นมาจากทั้งทีม...ยิ่งถ้าเป็นหลายวิชาชีพ  หลายคน   งานซับซ้อน...ยิ่งยากที่จะดึงประเด็นสรุป

 จากประสบการณ์....ดิฉันเริ่มดังนี้ค่ะ

1.     เริ่มต้นจาก ... หัตถการการดมยาสลบผู้ป่วยที่ไม่ค่อยได้ทำ  เช่น การดูแลผู้ป่วยดมยาสลบเปลี่ยนไต

 

2.     ประเด็นสำคัญ คือความใหม่  ความยาก  มีความเสี่ยงสูง และต้องการการการดูแลที่เป็นทีมจริงๆ

 

3.     เครื่องชี้วัดและการใช้ประโยชน์ คืออัตราการติดเชื้อของผู้ป่วย , อัตราการหาย อัตราการตาย เป็นต้น ตลอดจนปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติตามแนวทาง

 

4.     กระบวนการให้ได้คุณภาพ เริ่มตั้งแต่ การดูแล ประเมินผู้ป่วยก่อนผ่าตัด , การดูแลผู้ป่วยระหว่างผ่าตัด , การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด , การดูแลต่อเนื่อง  ตลอดจนดูผลลัพธ์ (Outcome)ที่เกิดกับผู้ป่วย

 

5.      เรื่องนี้มีการทำแนวทางการดูแลไว้แล้ว  นำมาปฏิบัติแล้วและกำลังนำกลับมาประเมินเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบท( รพ.ของเรา)ค่ะ

 

ที่ทำมาอาจจะไม่สมบูรณ์นักเพราะตอนลงมือทำใหม่ๆเป็นกลุ่มยุคบุกเบิกค่ะ....แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีหลาย รพ.ที่ทำแล้วและทำได้ดี...

ท่านใดมีเทคนิคดีๆนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ