ชุมชนอินทรีย์คืออะไร
ชุมชนอินทรีย์คือชุมชนที่มีการทำงาน เคลื่อนงาน ไปสู่เป้าหมาย โดยที่มีกิจกรรมการเรียนรู้แทรกปน หรือกำกับ
ระยะหลังๆนี้โครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร มักจะไม่เป็นที่นิยมเรียกขานกันเท่าไร แต่จะเรียกกันว่าโครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาชุมชนสู่ชุมชนที่เข้มแข็งอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน นัยว่าชื่อเก่าไม่สื่อความหมายเท่าไหร่ ชุมชนที่เข้มแข็งอย่างสมบูรณ์และยั่งยืนที่เป็นชื่อใหม่นี่เองสื่อถึงเป้าหมายสุดท้าย(หัวปลา)มากกว่า และคำว่าเข้มแข็งอย่างสมบูรณ์และยั่งยืนนี่แหละที่เรียกกันว่าชุมชนอินทรีย์
ถ้าจะดูว่าชุมชนใดมีความเป็นอินทรีย์แล้วหรือไม่ มีมากน้อยแค่ไหน ก็ขอให้ดูว่า ชุมชนนั้น หรือหมู่บ้านนั้น มี 5 เรื่องต่อไปนี้หรือไม่ เข้มข้นหรือเจือจาง ว่าไปแล้วก็คือกรอบคิดของชุมชนเข้มแข็งนั่นแหละครับ แต่ก็เพิ่มบางตัวเข้าไป
- มีคณะผู้นำและคณะผู้สืบทอดที่มีคุณภาพหรือไม่ เน้นคณะผู้นำ เพราะต้องการจะส่งเสริมให้คนดีคนเก่งได้ขึ้นมาเป็นผู้นำในกิจกรรมประเภทต่างๆกันหลายๆคน อย่างแกนนำหมู่บ้าน 8 คน จะต้องส่งเสริมครัวเรือนสมาชิกอีก 64 ครัวเรือน เพื่อ 64 ครัวเรือนจะได้นำคนอื่นต่อไป เพื่อจะได้พัฒนาเป็นสภาผู้นำของหมู่บ้านต่อไปในอนาคต หวังให้แกนนำทั้ง 8 คน พัฒนาสมรรถนะเป็นคุณอำนวยของหมู่บ้าน สามารถนำกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน หมู่บ้าน ได้อย่างมีประสทธิภาพต่อไป
- มีแผนแม่บทชุมชน ไม่ใช่ตัวเอกสารแผนอย่างเดียว แต่คือกระบวนการเรียนรู้แผนแม่บทชุมชนทั้งกระบวน อย่างมีชีวิต ปรับเปลี่ยนปรับปรุงให้ทันสมัย นำไปใช้ อัพเดตอยู่ตลอดเวลา
- การจัดการความรู้ ชุมชนหรือหมู่บ้านจะต้องมีทักษะความสามารถในการใช้ชุดความรู้ได้เหมาะสมกับงานที่จะทำ มีการรวมตัวรวมกลุ่ม ทำเวทีประชาคม บันทึกความรู้ รวบรวมภูมิปัญญา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฯลฯ
- มีกองทุนทุนชุมชนไว้สำหรับพึ่งตนเอง จะเป็นกองทุนที่เกิดจากการทำกิจกรรมประเภทกองทุนชุมชนโดยตรงหรือเป็นกองทุนที่เกิดขึ้นโดยอ้อมจากการทำกิจกรรมอื่นๆก็ได้ มีไว้มากกองทุนก็ยิ่งดี แสดงถึงการพึ่งตนเองได้มาก ไม่ใช่รอแต่พึ่งพากองทุนภายนอกที่จะให้แบบสงเคราะห์
- มีการบริหารจัดการที่ดี ไม่ว่าจะมีเรื่องใดที่กระทบต่อชุมชน ชุมชนมีวิธีจัดการกับเรื่องนั้นๆได้ เพราะชุมชนได้สร้างกลไกการทำงานของชุมชนไว้อย่างดี ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือโจทย์ใดๆมาให้แก้ไขก็ตาม
เป็นกรอบกว้างๆของการประเมินว่าชุมชนหรือหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการจัดการความรู้ชุมชนสู่ชุมชนอินทรีย์มีระดับความเป็นอินทรีย์มากน้อยแค่ไหน รายละเอียดคงจะได้มีการพูดกันในวงเรียนรู้ของผู้เกี่ยวข้องต่อไป
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนครับ
เรียนอาจารย์จำนง
คิดว่าต้องมีข้อ 6 คือ เครือข่ายหรือภาคีร่วม หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ที่บอกถึงว่า มีเพื่อนนอกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นราชการหรือองค์กรชาวบ้านด้วยกัน หรือ อบต. หรือ เอ็นจีโอ หรืออื่นๆ ซึ่งก็เห็นหลายกลุ่มทำกันอยู่ และราชการเองก็สมัครเข้าไปร่วมมากขึ้น (แต่อาจยังไม่ทั่วถึง)
ที่คิดเช่นนี้ เพราะ ข้อ 1-5 เป็นปัจจัยในชุมชนที่เป็นการ "ตั้งรับ" กับปัญหา เวลาเกิดปัญหาแล้วจะทำงานเชิงรุก เช่น เจรจา ต่อรอง เสนอแนะ ต่อแรงปะทะภายนอกที่เข้ามา ลำพังกลุ่มโดดๆจะเล็กเกินไปที่จะทำตรงนั้นได้ ต้อง "ประสานพลัง" เพื่อทำงานในเชิงประเด็นด้วยค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่ทิ้งท้ายไว้ว่า "บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยน" ก็เลยขอใช้สิทธิ์ตรงนี้ค่ะ
สวัสดีครับ ครูนง
ผมชอบบันทึกนี้มากครับ
มองอีกมุมหนึ่ง "ชุมชนอินทรีย์" คือ "ชุมชนเรียนรู้" (Learning Community) นั่นเอง
วิจารณ์
อ.ปัทมาวดี ครับ
เห็นด้วยกับปัจจัยที่ 6,7.8........ฯลฯ ครับ โดยเฉพาะกับปัจจัยเครือข่ายหรือภาคีร่วม ที่ไม่เขียนเพราะทำอย่างนั้นอยู่แล้วครับ ทั้งภาคส่วนราชการ ภาคประชาชน ธุรกิจ ประชาสังคม ...ฯลฯ ชุมชนได้จัดพื้นที่ว่างไว้รองรับการเข้าไปประสานเชื่อมโยงจากภายนอกเพื่อให้มีพลังอยู่แล้วครับ
ขอบคุณนะครับ
ได้ข่าวว่าเมษายนนี้ อาจารย์และคณะจากสภาที่ปรึกษาฯจะลงพื้นที่นครศรีฯ พัทลุง และตรัง หรือครับ
อ.สมพร ครับ
ปัจจัยที่อาจารย์ว่าคือความต่อเนื่องและการประเมินผลนี่สำคัญมากเลยครับ ต้องไม่พลาดแน่นอนครับ
ศ.นพ.วิจารณ์ ครับ
ชุมชนอินทรีย์ คือชุมชนเรียนรู้ ใช่เลยครับ
ขอบพระคุณมากครับ เป็นแนวทางให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้นำไปปรับใช้ในการพัฒนาเพื่อยกระดับชุมชนให้เป็นชุมนเข้มแข็งได้เป็นอย่างดีครับ
น้องสิงห์ป่าสัก ครับ
เป็นชุดความรู้ที่ชาวนครศรีฯร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อให้หมู่บ้านของนครศรีธรรมราชบรรลุเป้าหมายชุมชนเข้มแข็ง
เข้มแข็งอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน หรือชุมชนอินทรีย์ หรือชุมชนเรียนรู้ Learning Community ที่ อ.หมอวิจารณ์ท่านว่า