มีผู้รู้กล่าวว่า ในธรรมชาตินั้นไม่มีขยะ เมื่อหนึ่งชีวิตดับสิ้นไป หรือมีการเปลี่ยนแปลง ก็มักจะเป็นช่องทางให้สิ่งอื่นๆได้ใช้พัฒนาใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ดับหรือเปลี่ยนแปลงไปนั้น อย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืน

 ใบไม้ร่วงก็เช่นกัน พืชชนิดต่างๆก็จะได้พึ่งพาวัสดุอินทรีย์ที่ร่วงหล่น เพื่อการพัฒนาตนเองและสิ่งแวดล้อม 

การร่วงหล่นและการปกคลุมของใบไม้ร่วงทำให้ได้ประโยชน์หลายประการคือ ลดความร้อนจากแดด ลดการระเหยน้ำจากดิน สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆและรากเจริญได้ และในระยะยาวก็จะเกิดเป็นชั้นผิวหนังของดิน ทำให้ดินมีชีวิต  

แต่การพัฒนาแบบใหม่ได้ทำให้ของดีๆ กลายเป็นขยะอย่างไม่น่าเชื่อ  

ผมได้ลองเลียนแบบและพบว่าได้ผลจริงๆ  

จากดินที่เสื่อมโทรมปลูกอะไรแทบไม่ได้ กลับฟื้นคืนมาภายในระยะเพียง ๒ ปี โดยการใช้ใบไม้คลุมดิน และปล่อยให้เมล็ดพืชที่ติดมางอกขึ้นคลุมดิน จนกลายเป็นต้นแบบหนึ่งของเกษตรประณีต ๑ ไร่ จากพื้นที่ ๑ ไร่ของหลังบ้านของผม    

และตอนนี้ ผมก็ขยับขยายไปทำนา ในพื้นที่ประมาณ ๖ ไร่ครึ่ง โดยบังเอิญว่าได้ ๑ เฮกตาร์ตามหน่วยฝรั่งอย่างไม่น่าเชื่อ   และ ผมก็กำลังทำแบบเดียวกัน

คือนำใบไม้ไปคลุมดินดอน ปล่อยฟางคลุมนา โดยหวังว่าจะเกิดดินที่มีชีวิตและอุดมสมบูรณ์โดยไม่ไถกลบ แต่อย่างใด  

ปีที่แล้วลงทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวไป ๗ กก ทำนาโดยไม่ไถ ไม่ดำ ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช ก็ได้ข้าวเปลือกมากว่า ๒ ตัน และได้มากกว่าของชาวบ้านที่ลงทุนทั้งไถ ทั้งดำ ทั้งใส่ปุ๋ยเคมี สารเคมีปราบศัตรูพืช    

แต่ของผมมีแค่ใส่แกลบ ฟาง ใบไม้ วัสดุอินทรีย์ต่างๆจากข้างทาง เท่าที่จะหาได้    

จนชาวบ้านแถวนั้นเห็นเป็นเรื่องตลกที่ผมใช้นาเป็นที่ทิ้งขยะ    

คนอื่นเขามีแต่ทำนาให้ สะอาด ผมกลับทำนาให้ รก 

  แต่พอผมได้ข้าวมากกว่า เขาก็เริ่มจะเปลี่ยนความคิด แต่ก็ยังรีรออยู่ดูทีท่าเหมือนเดิมครับ  

ปีที่แล้วผมเตรียมตัวไม่ค่อยทัน เพราะเริ่มงานปลายเมษายน ปีนี้ผมมีเวลาทั้งปี คอยดูว่าจะได้ผลแค่ไหน  

ข้าวหอมมะลิแดงอินทรีย์ของผม ตอนนี้ก็เหลือกิน แบ่งให้วัวและปลากินบ้าง ก็ยังเหลือเกือบ ๒ ตัน   

ใครสนใจสั่งได้นะครับ แจกเป็นข้าวกล้อง ฟรี เพื่อสร้างพันธมิตรครับ  

ก็ผมไม่ได้ลงทุนอะไร จึงไม่มีคำว่าขาดทุนครับ และไม่ทราบจะขายไปให้ได้อะไร ครับ

ยิ่งแจกยิ่งได้กำไรครับ

กำไรเพื่อนไงครับ