โปรดเกล้าฯ "ฉลองภพ" นั่ง รมว.คลัง  ส่วน "ไพบูลย์" ควบรองนายกฯ  "พลเดช" รมช.การพัฒนาสังคมฯ "หมอมรกต" เป็น รมช.สาธารณสุข   "สุรยุทธ์" เผยเหตุโดดกำกับดูแลคลังเอง เพราะเห็นใจ "โฆสิต" หาก        พ้นตำแหน่งแล้ว ไม่สามารถทำงานด้านการเงินได้ในช่วง 2 ปี เตรียมนัดแถลงแนวทางเศรษฐกิจร่วมกับขุนคลัง ด้าน "โฆสิต" ขอโอกาสให้ "ฉลองภพ" ทำงานก่อนอย่าเพิ่งวิจารณ์ พร้อมนัดหารือปรับรูปแบบการทำงาน

           นพ.รอ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า วานนี้ ( 7 มี.ค.) พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีตามความในมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ดังต่อไปนี้ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม    รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง นายฉลองภพ สุสังกร์ กาญจน์ เป็น รมว.คลัง นายพลเดช ปิ่นประทีป เป็น รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายมรกต กรเกษม เป็น รมช.สาธารณสุข ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

          ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่าการแต่งตั้งนายฉลองภพ เป็น รมว.คลัง เพราะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ และนายกรัฐมนตรีได้คัดเลือกมาเป็นอย่างดี โดยพิจารณาตามความสามารถ ทั้งนี้จะมี       นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม จะดูแลเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนั้น ทีมเศรษฐกิจน่าจะทำงานได้อย่างเต็มที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และมั่นใจว่าจะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติที่มีอยู่เดิมให้เพิ่มมากขึ้น และเป็นการสานต่องานของรัฐบาลที่เดินหน้าไปแล้วได้อย่างเต็มที่ คงไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากอะไร และนายฉลองภพจะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเรื่องเศรษฐกิจคงไม่มีปัญหาอะไร

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่สามารถหาคนมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ได้ จึงให้ที่ปรึกษามาเป็นรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายฉลองภพ เคยช่วยงานนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถอยู่แล้วถึงได้มาเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และเป็นบุคลากรที่อยู่ในแวดวงการเงิน   ทั้งนี้คิดว่าหลังจากที่มอบหมายงานที่รับผิดชอบให้รัฐมนตรีใหม่แล้ว นายกรัฐมนตรีคงจะเชิญมาประชุมหารือถึงแนวทางการทำงานต่อไป

            สำหรับนายพลเดช นั้น ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นกระทรวงใหญ่  ที่มีภาระรับผิดชอบดูแลยุทธศาสตร์ด้านสังคมหลายประการ และเคยช่วยงานนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม    รมว.พัฒนาสังคมฯ อยู่แล้ว จึงมีความพร้อมในการทำงานและคิดว่าสามารถเข้ามาช่วยงานได้อย่างเต็มที่

            ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเปลี่ยนงานในหน้าที่หรือไม่ โดยเฉพาะงานในส่วนของนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อให้กับสื่อบางราย โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณา

            ก่อนหน้านี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะเปิดเผย ชื่อ รมว.คลังคนใหม่ โดยอ้างว่า   รอให้มีการโปรดเกล้าฯเสียก่อน ส่วนภาพพจน์ของรัฐมนตรีที่ปรับเข้ามาใหม่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและเศรษฐกิจภาพรวมได้หรือไม่ ต้องรอให้รัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำหน้าที่ใหม่ก่อน

            ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าหลังโปรดเกล้าฯ จะชี้แจงใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ใช่   โดยจะชี้แจงร่วมกันกับรัฐมนตรีคนใหม่  

           ส่วนเหตุผลที่นายกรัฐมนตรี ต้องลงมากำกับดูแลกระทรวงการคลังเองนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ ชี้แจงว่า        "ผมคุยกับรองฯ โฆสิต ในฐานะรองนายกฯ แล้ว ท่านมีปัญหาอยู่เรื่องเดียว คือในส่วนของผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้ารองฯ โฆสิต ถ้าท่านออกจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ท่านจะไม่สามารถทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน   ในภาคเอกชนต่อไปได้อีก 2 ปี  หากท่านกำกับดูแลกระทรวงการคลัง เรื่องอื่นไม่มี แต่ภาพรวมรองฯ โฆสิตจะดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ผมก็เห็นใจท่านในเรื่องนี้ เพราะท่านเสียสละเงินเดือนจากธนาคารกรุงเทพ ต่อเดือนประมาณหลายล้านบาท มารับเดือนละแสนบาท"  ส่วนจะเกิดความลักลั่นในการสั่งการดูแลภาพรวมด้านเศรษฐกิจหรือไม่นั้น พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่มีปัญหาเพราะจะทำงานร่วมกันกับนายโฆสิต ตนและ รมว.คลัง

             ด้าน นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ. สุรยุทธ   ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในการดูแลด้านเศรษฐกิจเอง ว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ต้องการจะเป็นที่ครหา และตนได้เรียนนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ต้นแล้วว่าขอมาช่วย1 ปี จากนั้นจะกลับไปในตำแหน่งของตนที่ธนาคาร นายกรัฐมนตรีทราบดีตั้งแต่แรก ว่างานเราจะทำงานกันเพียงปีเดียว   ส่วนนายฉลองภพ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็น รมว.คลังนั้น

เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในระบบเศรษฐกิจ มีผลงานในการศึกษานโยบายต่าง ๆ       ที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจโดยรวม   อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นที่ รมว.คลัง จะต้องขึ้นอยู่กับรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ สามารถขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีได้โดยตรงเหมือนกระทรวงอื่น ๆ เช่น กระทรวงกลาโหม ซึ่งเชื่อว่านั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะนายกรัฐมนตรีต้องเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ดังนั้นภาพใหญ่ ๆ ก็จะมีลักษณะของความร่วมมือ การระดมความคิด การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้มากขึ้น

            ส่วนที่นายกรัฐมนตรีไม่มีภาพพจน์ของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเลยจะเกิดความเชื่อมั่นหรือ นายโฆสิต กล่าวว่า เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่ตัดสินใจสูงสุด

            ส่วนที่การวิพากษ์วิจารณ์ว่านักวิชาการเมื่อมาลงมือปฏิบัติแล้วจะทำได้ไม่ดี เหมือนกัน นายโฆสิต กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องขอโอกาส ตอนนี้นายฉลองภพ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้นจึงต้องใช้คำว่าขอโอกาส ส่วนนโยบายมาตรการกันเงินสำรองเงินตราต่างประเทศ 30 % ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีปัญหาหรือไม่นั้นคงจะต้องใช้วิธีร่วมกันคิด ร่วมกันปรึกษาหารือกันเป็นทีม ต้องทำงานเป็นทีม ซึ่งเชื่อว่าร่วมกันหารือกันได้ทุกเรื่องและถ้าเป็นเรื่องของกระทรวงการคลังตนคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง  อย่างไรก็ตามคงต้องขอเวลาคิดรูปแบบการทำงานเป็นทีมเพื่อภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจก่อน โดยตนขอหารือกับนายฉลองภพ เพื่อคุยกันในเรื่องการทำงานว่า ทำอย่างไร จึงจะเป็นวิธีการทำงานที่เปิดกว้าง มีโอกาสรับฟังความคิดเห็น มีส่วนร่วมต่าง ๆ โดยที่ตนเองจะไม่เข้าไปยุ่ง    ในเรื่องของคลังเพราะเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี แต่ต่างก็ต้องมีส่วนร่วม มีการรับฟังความคิดเห็นขอให้ตนได้คุยกับนายฉลองภพในวันที่ 9 มี.ค.นี้ก่อน

            รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายฉลองภพ จะเข้ากระทรวงการคลังในวันที่ 9 มี.ค. โดยจะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงในเวลา 9.00 น. มอบหมายนโยบายข้าราชการในเวลา 10.00 น. หลังจากนั้นจะเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

             ขณะที่นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง เปิดเผยว่า จะหารือกับ รมว.คลังคนใหม่ ในประเด็นเกี่ยวกับ ความจำเป็นที่อาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างการบริหารของกระทรวงการคลังใหม่อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกระทรวงการคลัง โดยยอมรับว่า การที่กระทรวงการคลังในฐานะเป็นกระทรวงอันดับหนึ่ง    ของประเทศ แต่ในช่วงที่ผ่านมามีเรื่องเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารไปเกี่ยวข้องกับกรณีความผิดในหลาย ๆ เรื่อง ถือว่าไม่ค่อยดีนักในด้านจริยธรรม โดยในฐานะที่ตนเป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ จำเป็นต้องมองทั้งในด้านบวกและด้านลบ แต่คงไม่ใช่การคิดคนเดียว หรือคิดได้โดยเร็ว   "การเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ถือเป็นงานที่หนัก เพราะยังไม่ทันได้ตัวรัฐมนตรีคนใหม่ ก็มีปัญหาเรื่องที่ คตส. ตรวจสอบมารออยู่แล้ว ทั้งเรื่องหวยบนดิน และกรณีธนาคารกรุงไทย"  อย่างไรก็ตาม มองว่าแม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผลในด้านกำลังใจในการทำงานของข้าราชการ แต่ก็ได้กำชับว่า ห้ามมีการใส่เกียร์ว่างอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ มองว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับข้าราชการกระทรวงการคลังเพียงหน่วยงานเดียว แต่ในอีกหลาย ๆ หน่วยงานก็มีลักษณะเดียวกัน ซึ่งหากมองว่า แย่ ก็คงแย่ทั้งระบบ

            รมช.คลัง กล่าวอีกว่า การที่นายกรัฐมนตรีจะมาดูแลการทำงานของกระทรวงการคลังด้วยตัวเองนั้น เนื่องจากนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม ต้องการกลับไปทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ ภายหลังหมดวาระจากตำแหน่งการเมือง เพราะกฎหมายบังคับไว้ว่า ห้ามรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงการคลังไปทำงานในสถาบันการเงินเป็นเวลา 2 ปี

           นายสมหมายยังย้ำถึงความมั่นใจของตนต่อนายฉลองภพ เพราะแม้จะไม่เคยทำงานด้านการคลังโดยตรง แต่ก็เคยเป็นนักวิชาการที่เก่ง และมีบุคลิกที่น่านับถือ ซึ่งตนดีใจ หากจะได้ร่วมงานกัน และมั่นใจว่าจะทำงานด้วยกันได้ดี

 ผู้จัดการรายวัน  8   มี.ค  50