คืนแรก คลื่นพลังแห่งรัตติกาล

หลังจากหมด session กลางวัน โยดาเชิญไปทานกาแฟ เป็น Le Petit part II ปรากฏว่าครั้งแรกยังไง ครั้งหลังยังงั้น หรือยิ่งไปกว่านั้น กลายเป็น free-time เผลอๆจะเข้มข้นไม่น้อยกว่า หรืออาจจะมากกว่าตัว session เสียอีก เนื่องจากเป็นวงเล็ก informal การแลกเปลี่ยนเข้าสู่ phase 3, 4 อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าสมาชิกบางส่วนจะขอกลับไปรำมวยจีนตอน 5 โมงเย็นก็ตาม ที่เหลือก็ยังปักหลักแน่นหนาอยู่ในห้อง (ฝึกฝีมือ) ไผ่ขจี กลับออกมาเหมือนมีพลังฝีมือเพิ่มขึ้นอีก 10 ปี (นัยว่าแถวนี้เขาเสริฟบัวหิมะพันปีในเค้กชอกโกแลตครับ)

กลับมาที่อิงดอย ได้เวลาอาหารเย็น อาหารอร่อยมาก (หรือเป็นเพราะ calorie ทีเหือดหายไปในห้องไผ่ขจี???) สนิทสนมกับเพื่อนร่วมรุ่น (แต่ต่างวัย) อย่างรวดเร็ว บางท่านก็คุ้นๆ เดินสวนกันสมัยอยู่ศิริราช บางท่านอาจจะคุ้นๆ เพราะเดินสวนกันในลาน delta ที่ไหนสักแห่ง แต่ความแปลกหน้าค่อยๆเลือนหายๆไปเหมือนกับไม่เคยมีมาก่อน

เข้า session กลางคืนคืนแรก สมาธิถูกเชื้อเชิญให้ผนึกอีกครั้งด้วยเสียงบรรเลงกีตาร์จากสองศิลปินประจำหลักสูตร คือ อาจารย์ประสาท และพี่กิจจา เพื่อนๆหลับตาฟังบ้าง ลืมตาฟังบ้าง แล้วแต่ใครอยากจะ optimize โสตประสาทอย่างเดียว หรืออยากจะ absorb ความรู้สึก สีหน้าท่าทางของคนเล่น ได้อรรถรสไปคนละแบบ แต่บรรลุวัตถุประสงค์ คือ alpha fully open และ oneness ของกลุ่ม

ฌานทัศนะของท่านโยดา ดึง ตกผลึก ประเด็น ลงมาจาก session กลางวัน หลายคนดูเหมือนจะมี block อะไรสักแห่ง ที่จริงๆทุกคนดูเหมือนจะมี block อะไรอยู่สักแห่ง เราจะมาลองหยิบเอาผลึกชิ้นนี้มาพิจารณาดูกันดีไหม ดีครับ/ค่ะ จ้ะ/ฮะ อื้อฮึ

เคยเรียนท่านโยดาไปเมื่อนานมาแล้วว่า ผมมีปัญหาหาหนังสือที่ "เปลี่ยนชีวิต" ที่เป็นโจทย์ให้แต่ละคนพกพาเอามาอบรม เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้เหมือนการเติมเกลือทีละช้อน ลงในแก้วน้ำ ที่ละช้อนๆ จนช้อนที่ร้อย เราเห็นผลึกเกลือแกงเกิดขึ้น เราจะไปด่วนสรุปว่าเพราะช้อนที่ร้อยทำให้ตกผลึก ก็จะเป็นการลดความสำคัญของ 99 ช้อนแรกไป เราอาจจะละเลยความสำคัญของประสบการณ์เก่าๆ ใน theta ไป แต่จากการสนทนาในห้องวิทยายุทธไผ่ขจี ก็ได้อุปมาอุปไมยใหม่ได้ว่า บางทีเรื่องบางเรื่อง ก็เหมือนกับการทำ "ถุงเกลือ" หกลงไปในแก้ว ผลึกก็เหมือนถูก catalyst ตกลงมาอย่างรวดเร็วเต็มแรง

ท่านเจไดวฆ ได้ยกประเด็น ความกลัว เป็นสาเหตุของ block บางคนแสดงความไม่แน่ใจว่ามีอะไรจะพูด แล้วจะมีอะไรจะเขียน บ้างก็ถามคำถามน่าสนใจ เช่น มันไม่จำเป็นต้องเขียน หรือยังไม่ถึงเวลา (จากพี่วิรัช) จะเร่งฝืนเขียน ก็เหมือนกับฝืน script ที่จักรวาลได้กำหนดไว้ ดูๆทุกๆคนได้มีการบริหารการห้อยแขวนใคร่ครวญเพื่อแสวงหา block และ unblock ของตนเอง งงกว่าเดิมบ้าง (สังเกตจากบางคนเริ่มค่อยๆเอนลงๆจนขนานกับพื้น) อมยิ้มบ้าง (เพราะว่างเปล่าในหัว?) หลับตาเข้าสมาธิ (หวังพึ่ง alpha, theta, delta, epsilon, gamma, etc etc มาช่วยลูกช้างด้วยเถิด)

สักพักก็เริ่มเอา block ต่างๆมาวางแผ่ หา strategy ที่จะทำลาย หลีกเลี่ยง เดินอ้อม และที่น่าสนใจมากๆก็คือ "ทำความเข้าใจ" ท่านเจไดวฆ (อีกแล้ว) ยกตัวอย่างน่าฟังถึงพระพุทธประวัติตอนผจญมาร ท่านไมได้ฆ่ามาร แต่ตรัสว่า "เรารู้จักเจ้า" มารที่กำลังหลอกล่อยั่วยวน (พญามารส่งลูกสาวสามคนมาทำ lapdance แต่ไม่สำเร็จ) ก็พ่ายแพ้ไป ถึงตอนนี่เห็นสมาชิกหลายคนควักกระดาษมาจดยิกๆ (เผอิญผมไม่เคยพกกระดาษ ก็เลยทำ mindnote ไว้ที่ frontal lobe แทน) รู้สึกว่าหลายๆคนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ทั้งเรื่อง block และ unblock เมื่อเสร็จ session เห็นบางคนเดินโผเผกลับรังที่แป้นเกร็ด ตอนแรกพี่แดงและพี่โอ้จะไม่ค้าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจอยู่กับพวกเราจนจบกระบวนการ สำเร็จรุ่นหนึ่งหลักสูตร อ่าน เขียน แปล กระบวนทัศน์ใหม่พร้อมๆกัน

วันพรุ่งนี้ฌานทัศนะท่านโยดาจะพาเราไป planet ไหนหนอ เสียงรำพึงจาก occiput ถามไป frontal lobe

เสียงท่านเจไดวฆ คร่ำครวญ โอย Liverpool แพ้ ManU นาทีที่ 91

อา.. หลับฝันดี ขอโทษที ข้าพเจ้านั้นแฟนปีศาจแดง อย่างน้อย คืนนี้ได้ absorb delta จาก ManU fan รอบโลก May The Force be With Me (and All Red Devils!!)