จากคำขอของคุณสมพร ช่วยอารีย์ ที่ขอให้ผมช่วยแลกเปลี่ยนในเรื่องการเจริญของรากพืช ว่ามีการเจริญแบบไหนบ้าง และควรจะใส่ปุ๋ยเคมีที่มีประสิทธิภาพที่สุดได้อย่างไร เพื่อนำไปกำหนดโมเดล ในการศึกษาขั้นต่อไป
ประเด็นเรื่องนี้ต้องมองให้ขาดเข้าหาหลักธรรมชาติเสียก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาตอบที่ละประเด็น ไม่งั้นจะโดน “ย้อนเกล็ด” ได้ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่นถ้าตอบว่ารากต้องดิ่งลง ก็จะมีคนถามว่า แล้วทำไมรากลำภูจึงชี้ขึ้น</p> หรือรากต้นตีนตุ๊กแกต้องออกข้าง รากไทรจึงอ้อมรัดต้นไม้อื่น ตอบวนไปคำถามก็วนกลับ ไม่มีวันจบครับ <p>ผมเลยขอบอกว่า ขอมองต่างมุมฐานะนักปฐพีศาสตร์หัวโบราณ ในเชิงการมองหน้าที่และความสำคัญของรากพืชชนิดต่างๆที่มีหน้าที่แบบเดียวกันแต่ในระบบนิเวศต่างกัน ทำให้มีรูปร่าง โครงสร้างแตกต่างกัน นอกจากนี้รูปร่างของรากยังขึ้นอยู่กับขีดจำกัดของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">๓ ข้อสำคัญควบคุมของการเจริญของรากก็มีการ</p> <ol>
</ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดูรากกล้วยไม้ที่เกาะตามต้นไม้ใหญ่ๆจะเข้าใจได้มากที่สุด ในทุกประเด็น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รากไม้แช่น้ำ จะชูหาอากาศ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รากพืชในเขตแห้งแล้งจะดิ่งลึก ลงไม่ได้ก็ต้อง “ทน” พักตัว หรือทนไม่ได้ก็ “ตาย”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รากเจอชั้นดานจะบิดงอไปตามช่องที่มีอยู่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รากจะหนีความเป็นกรด เพราะแบ่งเซลล์ไม่ได้ เป็นต้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ถ้าจะทำโมเด็ล ต้องมีเงื่อนไขของสภาพแวดล้อม ไม่งั้นก็เป็นแค่ generic model ที่ต้องใช้โดยคนที่เข้าใจสิ่งที่เป็นอยู่และสภาพแวดล้อมจริงๆ เท่านั้น หรือไม่ก็เข้าใจแบบเด็กๆ ที่ต้องไปพัฒนาต่ออีกหลายชั้นครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมยังยืนยันคำเดิมว่า อาจต้องทำ generic model ก่อน แล้วค่อยปรับตามเงื่อนไข เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง แทบจะหา “ค่าเฉลี่ย” ไม่ได้เลย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่นถ้าสมมติว่าเป็นดินป่า ร่วนลึก ฝนตกสม่ำเสมอ ธาตุอาหารกระจายตัวดีทั้งชั้นดิน นั่นสามารถใช้ generic model ได้</p> แต่ พอมีพืชชนิดอื่นขึ้นอยู่ด้วย generic model ก็ต้องพับเก็บอีกเลยต้องมี “จินตนาการ” และ “จินตภาพ” ว่า มีอะไรเป็นเงื่อนไข <ul>
</ul>อย่าเพิ่งถอดใจไปหา Generic model เสียก่อนนะครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่จริงเรื่องนี้ เขาเขียนตำราเรื่อง Root systems กันเป็นเล่มๆนะครับ แต่สาระก็มีเท่านี้แหละครับ</p> <p>แต่สำหรับการใส่ปุ๋ยนั้น แต่ก่อนผมคิดว่าใส่ที่ราก เดี๋ยวนี้ผมกลับคิดว่าน่าจะใส่ที่ดิน ที่จุดหรือบริเวณที่ดินจะเก็บสำรองเอาไว้ได้ ถ้าไม่มีหรือมีน้อย ก็ต้องพัฒนาขึ้นมาครับ</p> <p>การสำรองสำคัญกว่าการใช้ เพราะสำรองนำไปสู่ความยั่งยืน การใช้นำไปสู่การหมดไป</p> <p>ตอนนี้เรากำลังพัฒนาเกษตรยั่งยืน และเกษตรอินทรีย์ที่ลดการเบียดเบียน ระบบสำรองจึงสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ</p> โลกแห่งความจริงไม่มีเส้นตรงครับ มีคำตอบตรงหรือยอกย้อนเสมอ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม้แต่แสงยังเป็นคลื่นเลยครับ</p> นี่เป็นจินตภาพของผมในการทำงานครับ
ขอบพระคุณ อ.แสวงมากนะครับ
ผมอาศัยหลักของ use กับ disuse คนที่เป็นอัมพาตไม่นานก็แขนขาลีบ ครับ ทั้งๆที่ระบบอื่นๆก็ยังคงเดิม
เป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรครับ
ในส่วนสิ่งที่ขาดก็ทดลองแบบง่ายๆก็ได้ครับ
เช่นการเพิ่มปัจจัยต่างๆ แล้วตามดูก็ตรวจสอบได้ครับ
และระบบรากพืชนี้จะมีระบสำรองมาก
การใช้เพียง ๑๐% บางทีก็พอแล้วถ้ามีทุกอย่างครบ
การมีมากก็เพื่อช่วยกันหา
ดังนั้น รากจะลึกหรือตื้นก็มาจาก ๓ ข้อนั้นแหละครับ
ลองปลูกพืชแล้วตามดูรากก็จะเข้าใจได้มากขึ้นครับ
เข้ามาซึมซับ รับความรู้ด้วยความขอบคุณครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รู้สึกเงืยบๆไปนะครับ
อาจารย์ ดร.แสวง...
เข้ามาอ่านเล่นๆ... อ่านๆ ไปก็ได้ข้อคิดบางอย่าง ครับ..
ประเด็นการเจริญของราก ถ้าสลับ ข้อ ๑ กับ ข้อ ๒ นิดหน่อย ก็จะตรงกับมงคลสูตรในคาถาแรกเลยครับ...
...อัศจรรย์เหลือเกินครับ...
ขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้เวลาบรรยายบางโอกาศด้วยครับ..
เจริญพร
ตามีหลายตาครับ มีทั้งตาเนื้อ และตาใน และก็ยังมีตาจิต และตาทางวิญญาณ อีกต่างหาก ลองใช้ดู
หรือไปอ่านหนังสือของ ดร. อาจอง จะได้ความรู้อีกมากครับ
มาดูอีกรอบ และต้องกราบขอบพระคุณท่าน BM.chaiwut ครับ
เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ และก็น่าอัศจรรย์ด้วยเหมือนกันที่ท่านช่างมองช่างสังเกตจน เชื่อมโยงความจริงดังกล่าวออกมาได้
ครับความรู้ลึกๆนี่เป็นหนึ่งเดียวจริงๆครับ
เห็นด้วยกับประเด็นที่อาจารย์นำเสนอครับ และใคร่ขอขออนุญาตคิดดังๆ เพิ่มเติมครับว่า
การที่พืชเจริญเติบโตได้ในธรรมชาตินั้น ผมมองว่ารากพืชหาอาหารอยู่ 3 ระดับ คือ รากอากาศ รากผิวดิน และรากในดิน แต่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของพืชชนิดนั้นๆ ดังเช่นรากอากาศ ได้แก่ กล้วยไม้สกุลต่างๆ เคราฤาษี หรือกาฝาก เป็นต้นรากระดับผิวดิน ได้แก่พืชผักชนิดต่างๆ รวมทั้งพวกพืชตระกูลส้มที่มีทั้งรากในดินและรากระดับผิวดินในการหาอาหารเป็นหลัก รากใน ได้แก่ กลุ่มไม้ยืนต้นทั่วไป หรือไม้ผลยืนต้น
ดังนั้นในการที่เราจะให้ปุ๋ย หรือธาตุอาหารพืช ไม่ว่าจะเป็นอินทรีย์ หรือเคมี ก็ตามแต่ เราต้องเข้าใจธรรมชาติในการเจริญเติบโตของพืชชนิดนั้นๆ รวมทั้งระบบของรากพืชด้วย จึงจะทำให้การใช้ปุ๋ยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขอบคุณครับ อุทัย อันพิมพ์