GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รากพืชมีการเจริญแบบไหนบ้าง

ประเด็นเรื่องนี้ต้องมองให้ขาดเข้าหาหลักธรรมชาติเสียก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาตอบที่ละประเด็น ไม่งั้นจะโดน "ย้อนเกล็ด" ได้ครับ

จากคำขอของคุณสมพร ช่วยอารีย์ ที่ขอให้ผมช่วยแลกเปลี่ยนในเรื่องการเจริญของรากพืช ว่ามีการเจริญแบบไหนบ้าง และควรจะใส่ปุ๋ยเคมีที่มีประสิทธิภาพที่สุดได้อย่างไร เพื่อนำไปกำหนดโมเดล ในการศึกษาขั้นต่อไป

 ประเด็นเรื่องนี้ต้องมองให้ขาดเข้าหาหลักธรรมชาติเสียก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาตอบที่ละประเด็น ไม่งั้นจะโดน "ย้อนเกล็ด" ได้ครับ

เช่นถ้าตอบว่ารากต้องดิ่งลง ก็จะมีคนถามว่า แล้วทำไมรากลำภูจึงชี้ขึ้น

 หรือรากต้นตีนตุ๊กแกต้องออกข้าง รากไทรจึงอ้อมรัดต้นไม้อื่น ตอบวนไปคำถามก็วนกลับ ไม่มีวันจบครับ

ผมเลยขอบอกว่า ขอมองต่างมุมฐานะนักปฐพีศาสตร์หัวโบราณ ในเชิงการมองหน้าที่และความสำคัญของรากพืชชนิดต่างๆที่มีหน้าที่แบบเดียวกันแต่ในระบบนิเวศต่างกัน ทำให้มีรูปร่าง โครงสร้างแตกต่างกัน นอกจากนี้รูปร่างของรากยังขึ้นอยู่กับขีดจำกัดของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

๓ ข้อสำคัญควบคุมของการเจริญของรากก็มีการ

 
  1. หาสิ่งที่ขาด พอเจอก็จะไปออกันอยู่ตรงนั้นมากจนพอ ไปตามสิ่งที่ขาด (Law of limiting factors) เจอที่ไหนก็จะไปออขยายกันอยู่ที่นั่น
  2. หนีสิ่งเป็นพิษ ( Toxic avoidance) ทั้งหนีได้ (รอด) และหนีไม่ได้ (ตาย) และอาจไม่มีหลักฐานให้เห็น เลยนึกว่าไม่มี ที่จริงมีแต่ตายไปแล้ว ทั้งกายภาพ เคมีและ ชีวภาพ และ
  3. ยึดเหนี่ยว (Anchorage) ให้ต้นได้ตั้งตรงรับแสงอย่างเต็มที่

ดูรากกล้วยไม้ที่เกาะตามต้นไม้ใหญ่ๆจะเข้าใจได้มากที่สุด ในทุกประเด็น

 

รากไม้แช่น้ำ จะชูหาอากาศ

 

รากพืชในเขตแห้งแล้งจะดิ่งลึก ลงไม่ได้ก็ต้อง ทน พักตัว หรือทนไม่ได้ก็ ตาย

 

รากเจอชั้นดานจะบิดงอไปตามช่องที่มีอยู่

 

รากจะหนีความเป็นกรด เพราะแบ่งเซลล์ไม่ได้ เป็นต้น

 

แต่ถ้าจะทำโมเด็ล ต้องมีเงื่อนไขของสภาพแวดล้อม ไม่งั้นก็เป็นแค่ generic model ที่ต้องใช้โดยคนที่เข้าใจสิ่งที่เป็นอยู่และสภาพแวดล้อมจริงๆ เท่านั้น หรือไม่ก็เข้าใจแบบเด็กๆ ที่ต้องไปพัฒนาต่ออีกหลายชั้นครับ

 

ผมยังยืนยันคำเดิมว่า อาจต้องทำ generic model ก่อน แล้วค่อยปรับตามเงื่อนไข เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง แทบจะหา "ค่าเฉลี่ย" ไม่ได้เลย

 

เช่นถ้าสมมติว่าเป็นดินป่า ร่วนลึก ฝนตกสม่ำเสมอ ธาตุอาหารกระจายตัวดีทั้งชั้นดิน นั่นสามารถใช้ generic model ได้

 แต่ พอมีพืชชนิดอื่นขึ้นอยู่ด้วย generic model ก็ต้องพับเก็บอีกเลยต้องมี "จินตนาการ" และ "จินตภาพ" ว่า มีอะไรเป็นเงื่อนไข
  • ประเภทของดิน
  • ความลึกของดิน
  • การจัดการดิน การไถ การดูแล
  • ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  • เคมี และกายภาพที่สำคัญ
อย่าเพิ่งถอดใจไปหา Generic model เสียก่อนนะครับ

ที่จริงเรื่องนี้ เขาเขียนตำราเรื่อง Root systems กันเป็นเล่มๆนะครับ แต่สาระก็มีเท่านี้แหละครับ

 

แต่สำหรับการใส่ปุ๋ยนั้น แต่ก่อนผมคิดว่าใส่ที่ร าก เดี๋ยวนี้ผมกลับคิดว่าน่าจะใส่ที่ดิน ที่จุดหรือบริเวณที่ดินจะเก็บสำรองเอาไว้ได้ ถ้าไม่มีหรือมีน้อย ก็ต้องพัฒนาขึ้นมาครับ

 

การสำรองสำคัญกว่าการใช้ เพราะสำรองนำไปสู่ความยั่งยืน การใช้นำไปสู่การหมดไป

 

ตอนนี้เรากำลังพัฒนาเกษตรยั่งยืน และเกษตรอินทรีย์ที่ลดการเบียดเบียน ระบบสำรองจึงสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

 โลกแห่งความจริงไม่มีเส้นตรงครับ มีคำตอบตรงหรือยอกย้อนเสมอ

แม้แต่แสงยังเป็นคลื่นเลยครับ

 นี่เป็นจินตภาพของผมในการทำงานครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82519
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 11
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

ขอบพระคุณ อ.แสวงมากนะครับ

  • ดีใจที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันแบบนี้ครับ
  • พืชแต่ละชนิดก็แต่ละนิสัยครับ แต่สามประเด็นที่อาจารย์บอกมานั้นผมเห็นด้วยเลยครับ ว่าหาสิ่งที่ขาด แต่ในคำว่าสิ่งที่ขาดนั้น คงต้องนำไปสู่การทดลอง ว่ามีอะไรขาด เค้าหยั่งรากอย่างไร แล้วหากขาดพร้อมๆ กันเป็นไง
  • ผมอ่านเจอหลายๆ เล่ม แล้วเทคโนโลยีการตรวจวัดตรวจสอบในห้องทดลองก็ยังไม่ไปถึงไหน ที่จะรู้ถึงว่าฮอร์ที่ปลายราก ปลายยอดมันส่งผลเปลี่ยนกันอย่างไรในขณะเจออาหารมากน้อย การชะลอการแบ่งเซลล์ที่ปลายรากจะเป็นอย่างไร ได้แต่ความรู้กว้างๆ เช่น หากรากพืชไปเจอสารอาหารมาก จะทำให้ฮอร์โมนไซโตคินินลดลงมีผลให้การโตของรากลดลงแล้วมีการส่งฮอร์โมนออกซินจากปลายยอด ลงมาที่ปลายรากแล้วย้อนกลับไปยังบริเวณเหนือปลายรากเพื่อสร้างรากแขนง มีผลให้เกิดรากบริเวณที่มีสารอาหารเยอะมีรากเยอะ (ดูเหมือนว่ารากไปอยู่ตรงนั้นเยอะ) และในทางกลับกันหากมีสารอาหารน้อย รากจะมีอัตราการแบ่งเซลล์สูงเพื่อวิ่งไปหาแหล่งสมบูรณ์ต่อไป และจะเกิดรากแขนงห่างๆ กันในบริเวณที่มีสารอาหารน้อยครับ
  • ไม่ทราบว่าที่ผมกล่าวมานี้ผิดถูกอย่างไร ช่วยรบกวนชี้แจงด้วยครับผม ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ผมอาศัยหลักของ use กับ disuse คนที่เป็นอัมพาตไม่นานก็แขนขาลีบ ครับ ทั้งๆที่ระบบอื่นๆก็ยังคงเดิม

เป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรครับ

ในส่วนสิ่งที่ขาดก็ทดลองแบบง่ายๆก็ได้ครับ

เช่นการเพิ่มปัจจัยต่างๆ แล้วตามดูก็ตรวจสอบได้ครับ

และระบบรากพืชนี้จะมีระบสำรองมาก

การใช้เพียง ๑๐% บางทีก็พอแล้วถ้ามีทุกอย่างครบ

การมีมากก็เพื่อช่วยกันหา

ดังนั้น รากจะลึกหรือตื้นก็มาจาก ๓ ข้อนั้นแหละครับ

ลองปลูกพืชแล้วตามดูรากก็จะเข้าใจได้มากขึ้นครับ

เข้ามาซึมซับ รับความรู้ด้วยความขอบคุณครับ
  

ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รู้สึกเงืยบๆไปนะครับ

  • ปกติที่เค้าทดลองกันในห้องแลปไม่ว่าจะแลปในหรือนอกครับ มันจะปลูกเยอะ แล้วขุดถอนดูแล้วต้นนั้นก็ตายครับ
  • พอจะใช้เทคโนโลยี ก็ต้องพัฒนากันอีกเยอะครับ มันยังไม่ไปถึงไหนครับ ที่จะได้เรียนรู้ระบบรากจริงๆ  ผมทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ ออสเตรเลีย ก็ใช้ ซีทีสแกน มาช่วยครับ แต่เราไม่สามารถได้ข้อมูลละเอียด รากเล็กๆ เราก็จับไม่ได้
  • ขอบคุณมากครับ เครื่องซีทีก็ไม่ง่ายครับที่จะได้ใช้ครับ นี่ผมอยากมีตาทิพย์มากๆ เลยครับ เหมือนสาวรัสเซียคนนั้น เธอมีสายตาเหมือนเครื่องสแกนซีที
  • อยากได้มาร่วมงานจริงๆ ไม่ต้องเสียค่าสแกนรากด้วยเครื่องมือครับ

อาจารย์ ดร.แสวง...

เข้ามาอ่านเล่นๆ... อ่านๆ ไปก็ได้ข้อคิดบางอย่าง ครับ..

ประเด็นการเจริญของราก ถ้าสลับ ข้อ ๑ กับ ข้อ ๒ นิดหน่อย ก็จะตรงกับมงคลสูตรในคาถาแรกเลยครับ...

  • หนีสิ่งที่เป็นพิษ คือ การไม่คบคนพาล
  • หาสิ่งที่ขาด คือ การคบบัณฑิต
  • หาสิ่งยึดเหนียว คือ การบูชาผู้ควรบูชา

...อัศจรรย์เหลือเกินครับ...

ขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้เวลาบรรยายบางโอกาศด้วยครับ..

เจริญพร

ตามีหลายตาครับ มีทั้งตาเนื้อ และตาใน และก็ยังมีตาจิต และตาทางวิญญาณ อีกต่างหาก ลองใช้ดู

หรือไปอ่านหนังสือของ ดร. อาจอง จะได้ความรู้อีกมากครับ

   มาดูอีกรอบ และต้องกราบขอบพระคุณท่าน BM.chaiwut  ครับ 
   เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ  และก็น่าอัศจรรย์ด้วยเหมือนกันที่ท่านช่างมองช่างสังเกตจน เชื่อมโยงความจริงดังกล่าวออกมาได้
ครับความรู้ลึกๆนี่เป็นหนึ่งเดียวจริงๆครับ
  • ครับทุกศาสตร์ล้วนเกี่ยวพันกันทางปรัชญา
  • คนเราต่างแค่หน้าตานิสัย แต่ล้วนมาจากสิ่งเดียวกัน ดินน้ำลมไฟ
  • ต่างชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษา แต่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตในโลกเดียวกัน และมาจากดินน้ำลมไฟเหมือนกัน ขาดตัวใดตัวหนึ่งไป ก็ไม่เป็นสิ่งมีชีวิตครับ
  • สัตว์หรือคนอาจจะดีหน่อยที่มีใจหรือมีจิตเข้าไปฝั่งอยู่ด้วย ครับ ส่วนสิ่งมีชีวิตอื่นคงต้องดูกันครับผม เรียนรู้ธรรมชาติจากสิ่งรอบตัวและในตัวเรา
เห็นด้วยกับประเด็นที่อาจารย์นำเสนอครับ และใคร่ขอขออนุญาตคิดดังๆ เพิ่มเติมครับว่า การที่พืชเจริญเติบโตได้ในธรรมชาตินั้น ผมมองว่ารากพืชหาอาหารอยู่ 3 ระดับ คือ รากอากาศ รากผิวดิน และรากในดิน แต่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของพืชชนิดนั้นๆ ดังเช่นรากอากาศ ได้แก่ กล้วยไม้สกุลต่างๆ เคราฤาษี หรือกาฝาก เป็นต้นรากระดับผิวดิน ได้แก่พืชผักชนิดต่างๆ รวมทั้งพวกพืชตระกูลส้มที่มีทั้งรากในดินและรากระดับผิวดินในการหาอาหารเป็นหลัก รากใน ได้แก่ กลุ่มไม้ยืนต้นทั่วไป หรือไม้ผลยืนต้น ดังนั้นในการที่เราจะให้ปุ๋ย หรือธาตุอาหารพืช ไม่ว่าจะเป็นอินทรีย์ หรือเคมี ก็ตามแต่ เราต้องเข้าใจธรรมชาติในการเจริญเติบโตของพืชชนิดนั้นๆ รวมทั้งระบบของรากพืชด้วย จึงจะทำให้การใช้ปุ๋ยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขอบคุณครับ อุทัย อันพิมพ์