ทะเลบัน...
  • ส่งท้ายปลายเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกับส่งท้ายเดือนแห่งความรักของใครอีกหลายคนที่ได้มีโอกาสไปพักผ่อนต่อกัน แต่เมื่อคิดย้อนกลับมามองตัวเองว่าเทสกาลนี้เหมาะสมหรือไม่กับความเป็นเรา แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ สำหรับคนที่นำมาและปรับใช้ในทางสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น...
  • กลับมาที่ตัวเองดีกว่า ถึงแม้จะไม่มีคู่ให้อิจฉาเหมือนคู่อื่นเขา แต่การเดินทางมันเป็นตัวของตัวเองเสมอ มีอิสระในความคิดได้เต็มที่ในการที่อยากที่อยากจะทำ อยากจะคิด เพื่อให้คุ้มค่ากับการเดินทาง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
หลายคนคงมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับที่ตรงนี้แล้ว...
  • แต่วันนี้ ณ ทะเลบัน ไม่ได้มีผมคนเดียว เพราะเรามาเป็นคณะในการประชุมร่วมกัน  ถึงแม้ว่ามันจะเครียด แต่เมื่อได้เข้าสู่ และสัมผัสกับธรรมชาติป่าไม้ ก็อยากจะปล่อยใจไปกับธรรมชาติ โดยถือโอกาสแอบพักผ่อนไปในตัว และศึกษาธรรมชาติ สัตว์ป่า ป่าไม้ เพื่อหาข้อมูลให้ได้มา...บันทึกเก็บไว้
  • คำว่า "ทะเลบัน" มาจากคำว่า "เลิด เรอบัน" เป็นภาษามลายูครับ แปลว่า ทะเลยุบหรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน จึงได้รู้ว่าอุทยานแห่งชาติทะเลบันเกิดจากการยุบตัวของพื้นดิน จึงกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง จึงอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่น และเป็นที่น่าสังเกต รอบๆ บึงจะมีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งครับ ชื่อต้น "บากง" ขึ้นอยู่หนาแน่นแลดูสวยงาม
                   นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ อีก เช่น นกน้ำชนิดต่างๆ และเจ้าหน้าที่ยังบอกว่าจะมีสมเสร็จที่มักลงมากินน้ำตามริมบึงเสมอๆ  ที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันยังมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า "หมาน้ำ" เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำครับ รูปร่างคล้ายกบและคางคก แต่มีหางส่งเสียงร้องคล้ายลูกสุนัข จะมีชุกชุมตามริมบึงโดยเฉพาะในฤดูฝน สัตว์ชนิดนี้จะมีอยู่เฉพาะที่ทะเลบันเท่านั้นครับ

                              นอกจากนั้นแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายครับ...ซึ่งธรรมชาติได้สร้างไว้อย่างลงตัว เช่น                  

 ทะเลบัน
                  ครั้งแรกก่อนที่จะไปถึงที่นั้น ผมเองเข้าใจว่า มันจะเหมือนกับทะเลทั่วไปที่เคยเที่ยว พอไปถึงปรากฏว่ามันไม่ใช่ แต่มันเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่กลางหุบเขา ขนาบด้วยเทือกเขามากมายทั้งสองข้างมองแล้วสวยงามมากครับ มีปลาน้ำจืดและหอยชุกชุม น้ำใสสะอาดจนสามารถมองเห็นสาหร่ายและฝูงปลาว่ายไปมา บางครั้งจะมีสมเสร็จลงมากินน้ำเป็นภาพที่น่าประทับใจ รอบบึงมีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่หนาแน่น ชาวบ้านเรียกว่า "ต้นบากง" ทางอุทยานฯ ได้สร้างศาลาท่าน้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อนด้วย
                 

น้ำตกรานี
                  เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง
200 เมตรครับ จะมีทางเดินเท้าแยกจากทางไปบ้านพักริมบึงซึ่งเป็นบ้านพักของอุทยานฯ จนถึงตัวน้ำตก น้ำตกแห่งนี้มีน้ำน้อยแต่ทางอุทยานบอกว่าจะไหลอยู่ตลอดปีครับ                  

ทุ่งหญ้าวังประ
                 เป็นทุ่งหญ้าในที่ราบอันกว้างใหญ่ระหว่างภูเขาของอุทยานฯ ครับ จะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากเช่น สมเสร็จ กระจง เม่น ไก่ป่า 
                 

เขตแดนไทย-มาเลเซีย
                  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง
2 กม. ครับ  จะติดกับรัฐเปอร์ลิส ของประเทศสมาเลเซีย ก็เลยถือโอกาสแวะผลาญเงินสักหน่อย บริเวณเขตแดนมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตั้งอยู่ มีที่นั่งพักผ่อนใกล้เชิงเขา ธรรมชาติร่มรื่น เป็นแหล่งชุมนุมสินค้าต่างประเทศราคาถูกครับ หรือหากต้องการไปยังเมืองกางะ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเปอร์ลิส ก็สามารถไปได้เพียงเดินทางไปอีกประมาณ 30 กม.เท่านั้น  และจะมีตลาดนัดทุกวันอาทิตย์ในช่วงเช้า ส่วนมากจะเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภคทั่วไปครับ                     

 น้ำตกยาโรย
                    เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีต้นน้ำมาจากลำธารในป่า มีความสวยงามเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอุทยานฯ น้ำตกนี้มีทั้งหมด
9 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาตามภูเขา แต่ละชั้นเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้                       

 น้ำตกโตนปลิว
                      ว่ากันว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในอุทยานฯ และในจังหวัดสตูลครับ น้ำตกแห่งนี้มีน้ำมากไหลตลอดทั้งปี

                     

ถ้ำลอดปูยู
                      คำว่า ปูยู แปลว่า ปลาหมอ ครับ เป็นถ้ำลอดที่มีลักษณะคล้ายกับถ้ำลอดที่อ่าวพังงา แต่มีขนาดเล็กกว่า บนเพดานถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยบ้าง และสองฝั่งของคลองเป็นป่าโกงกางตลอดแนว และถ้าเดินทางไปอีกจากถ้ำลอดปูยูประมาณ 1 กม. จะถึงถ้ำกาหยัง ซึ่งเป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่มากครับ...

                        .......ธรรมชาติ ยังรอให้เราเอาใจใส่ดูแล

                                                                                                                           ทา ยุ