บันทึกถึง...พ่อ

"เงินทองมากมายเป็นหลายร้อยล้าน...กองอยู่ตรงหน้า..ก็ไม่เท่ากับการมีสายตาทั้งสองคู่ของพ่อคอยจ้องมองดูลูกด้วยความรักและเป็นห่วง"

เมื่อคืนขณะที่กำลังนอนดูทีวีกันที่บ้านที่มหาสารคาม...พ่อบอกว่าพ่อปวดขา...พ่อมีโรคประจำตัวคือ เก๊าท์  เป็นโรคซึ่งต้องระวังมากเกี่ยวกับการกิน  ปกติพ่อจะไม่ค่อยพูดบ่นอะไรเกี่ยวกับตัวเองมาก..เพราะพ่อกลัวว่าคนในครอบครัวจะเป็นกังวล..กับพ่อมาก..หนูนิดกับแม่ตกใจมาก

ที่พ่อเอ่ยขึ้นมาว่า.."ปวดขา" ..แสดงว่าพ่อปวดมากจริงๆ ถึงเอ่ยปากออกมา แม่กับหนูนิดพูดขึ้นพร้อมกันว่าไปหาหมอเถอะ แต่...พ่อบอกว่าแค่นี้เองไม่เป็นอะไรมากหรอก..ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้...นี่คือพ่อของหนูนิด...ปากแข็ง..ใจก็แข็ง..แต่หนูนิดรู้ว่าต้องปราบคนปากแข็ง..ใจแข็งแบบพ่อยังไง

พ่อตื่นแต่ตี 4 เพราะปวดขา  นอนไม่ค่อยหลับ...หนูนิดตื่นขึ้นมาพร้อมพ่อ..รู้สึกเป็นกังวลมาก...พ่อรู้ว่าหนูนิดจะต้องบังคับให้ไปหาหมอแน่นอน..พ่อบอกให้ไปอาบน้ำแล้วรีบไปรอรถเที่ยว 6โมง 30 หนูนิดบอกว่าไม่ไปหรอก..ถ้าหนูไปพ่อก็ต้องไม่ไปหาหมอแน่นอน หนูรู้นิสัยพ่อดี (คำพูดแทนตัวที่หนูนิดจะพูดกับพ่อแม่คือ หนู) แต่พ่อก็ตอบมา ทำให้ใจคอไม่ดี ว่าตัวเองไม่ตายง่ายๆ หรอก พ่อตายยาก มันเป็นมาตั้งนานแล้ว..ก็ไม่เห็นจะตายเลย..

พ่อจ๋า...พ่อรู้รึเปล่าว่ามันสะเทือนใจลูกมากขนาดไหน...ถ้าไม่มีพ่อแล้วหนูจะอยู่ยังไง...พ่อคือทุกสิ่งในชีวิตของลูก..พ่อสอนให้ลูกคนนี้เป็นคนดี..สอนให้รู้จักรักคนอื่นก่อนที่จะให้คนอื่นรักเรา ..พ่อเป็นแบบอย่างที่ดีในชีวิตและการกระทำของลูกเสมอ...ถ้าไม่มีพ่อ..พ่อตาย ...แล้วคนที่อยู่ข้างหลังพ่อที่ยังรักและเป็นห่วงพ่อจะทำยังไง

หนูนิดได้ยื่นคำขาดว่า..พ่อปวดอย่างงี้...ถ้าพ่อไม่ไปหาหมอ..หนูก็จะไม่ไปทำงาน...เจ้านายจะไล่ออกก็ให้มันรู้ไป...พ่อหนูทั้งคน..อะไรก็ไม่สำคัญแล้ว...

หนูนิดรู้ว่าพ่อ ต้องยอมแน่นอนถ้าหนูนิดพูดมาในลักษณะนี้...ด้วยเพราะหนูนิดดึงความรู้สึกของพ่อที่เป็นห่วงลูก ห่วงอนาคต ห่วงชีวิต  และความรู้สึกของลูก ออกมา...และหนูนิดกับน้องก็เคยได้ทำในลักษณะแบบนี้มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว  เมื่อหมอที่ขอนแก่น ตรวจพบว่าพ่อกำลัง มีอาการของคนที่สูบบุหรี่และกินเหล้าจัด กำลังเป็น  ถ้าไม่ยอมลดและเลิก ก็จะไม่ได้อยู่กับลูกต่อไป...ซึ่งตอนนั้นลูกทั้งสองคนคือหนูนิดกับน้องชายบอกพ่อว่า

"...พ่อไม่รักลูกแล้วใช่มั้ย..พ่อถึงไม่ยอมเลิก..พวกหนูกำลังเรียนหนังสือที่พ่ออยากให้เรียนสูงๆ จะได้มีงานทำดีๆ เป็นเจ้าคนนายคน ถ้าพ่อเป็นอะไรไปพวกเราจะได้เรียนหนังสือสูงๆ เหรอพ่อ ถ้างั้น ถ้าพ่อไม่เลิกเราก็จะไม่เรียนหนังสืออีกต่อไป"  นี่คือครั้งแรกที่พ่อยอมหักดิบเพื่อลูก ๆ

แต่ครั้งนี้ก็ยากเหมือนกัน..พ่อกลัวหมอ..กลัวเสียเงิน..พ่ออยากให้เก็บเงินไว้ใช้ในอนาคตข้างหน้า ..พ่อบอกพ่อแก่แล้ว...แต่ลูกซิยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำต้องใช้จ่ายในอนาคตข้างหน้า

หนูนิดบอกพ่อว่า..แล้วตอนที่หนูยังเด็กๆ น่ะ ..หนูยังไม่มีอนาคตไกลเลยแล้วพ่อบังคับให้หนูไปหาหมอไกลๆ ทำไมล่ะ ยังเด็กอยู่ตายไปก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย..เอาลูกใหม่ก็ได้..เป็นคำพูดที่หนูนิดโมโหพ่อที่ไม่ยอมไปหาหมอ 

กระทั่ง 9 โมงเช้า หนูนิดก็แทบจะร้องให้แล้ว พ่อก็ไล่ให้ไปทำงานไปรอรถ...หนูนิดโทรไปหาน้องสาวเพื่อที่จะให้ช่วยกันพูด..กว่าพ่อจะไปหาหมอที่คลินิคหมอก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง

พ่อจ๋า...พ่อรู้มั้ยว่าเงินทองมากมายเป็นหลายร้อยล้าน...กองอยู่ตรงหน้า..ก็ไม่เท่ากับการมีสายตาทั้งสองคู่ของพ่อคอยจ้องมองดูลูกด้วยความรักและเป็นห่วงหรอกนะจ๊ะ

หนูนิดทั้งเขียนบันทึกไปร้องไห้ไป..จนน้ำตาเต็มตาหมดแล้ว..หนูนิดรู้ว่าทุกคนมีพ่อ..รักพ่อด้วยกันทั้งนั้น..แต่อาจจะมีบางอย่างหรือบางครั้ง ที่เรายังไม่ได้ทำเพื่อบุพพการี..ที่คอยเลี้ยงดูและฟูมฟักมาจนเติบใหญ่..ก็ยังไม่สายนะค่ะที่เราจะทำเพื่อท่าน...แต่หากว่ามันสายไปแล้ว..ความหวังสูงสุดของพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเป็นคนดี...ก็จงทำดีเพื่อท่านทั้งสอง...ตัวเราก็มีความสุข...พ่อกับแม่ที่อยู่บนสวรรค์จะได้มองดูเราด้วยความช่นชม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เส้นสายและลายฝัน

คำสำคัญ (Tags)#หนูนิด

หมายเลขบันทึก: 82198, เขียน: 06 Mar 2007 @ 12:20 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 17:39 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 13, อ่าน: คลิก


ความเห็น (13)

  • ขอให้กำลังใจคุณนิด และคุณพ่อด้วยนะคะ
Direak
เขียนเมื่อ 
เข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดีครับ... เป็นกำลังใจให้นะครับ...
dukdik
เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้นะครับคุณนิด ยังไงก็ขอให้ทำให้ดีที่สุดนะ อย่างน้อยเราก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว จากผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพของประชาชนเช่นกัน

ขอบคุณคุณ อ้อ-สุชานาถ

ขอบคุณคุณ Mr.Direct

ขอบคุณคุณ Mr.dukdik

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกคนค่ะ

  • ส่งกำลังใจให้เช่นกันค่ะ
  • มีความสุขกับวันทำงานวันนี้นะคะ

คุณ Bright Lily

ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับกำลังใจ..และขอบคุณทุกคนด้วยนะค่ะ...ตอนนี้หลังจากได้ไปฉีดยาแล้วก็ค่อยยังชั่วหายปวดแล้วค่ะ ...แต่ก็ไม่หายขาดหรอกค่ะ..เป็นโรคประจำตัว

กลับมาอ่านอีกรอบ..หลังจากช่วงเที่ยงก็หนีราชการมาอ่านแล้ว แต่ยังไม่ได้บันทึกแลกเปลี่ยน

เงินทองมากมายเป็นหลายร้อยล้าน...กองอยู่ตรงหน้า..ก็ไม่เท่ากับการมีสายตาทั้งสองคู่ของพ่อคอยจ้องมองดูลูกด้วยความรักและเป็นห่วง

ถ้อยคำนี้ยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง จนพี่ไม่กล้านำคำอื่นใดจากพี่มาเทียบเคียงและเปรียบเท่าได้อีกเลย

เป็นกำลังใจให้น้องสาวช่างฝัน และคุณพ่อผู้มีลูกสาวเป็นยิ่งกว่าลมหายใจของชีวิต ( นะครับ..)

 

 

พี่แผ่นดิน

  • พี่ชมหนูนิดมากไปแล้วค่ะ...หนูนิดรู้ว่าทุกคนรักพ่อกันทั้งนั้น..เพียงแต่ความรู้สึกที่กลั่นกรองออกมาอาจจะแตกต่างไปตามความรู้สึกของแต่ละคน.. ในเวลานั้น..

 

  • ขอบคุณค่ะพี่สำหรับกำลังใจพ่อค่อยยังชั่วแล้วหลังจากได้รับการฉีดยา..แต่ก็ยังเป็นโรคที่คอยติดตามพ่อทุกฝีก้าวแหละค่ะ..

สวัสดีค่ะหนูนิด...

รักคุณพ่อ..ปฏิบัติกับคุณพ่อให้ดีที่สุดนะคะ

ครูอ้อยรักคุณพ่อ..เช่นกันค่ะ

ค่ะครูอ้อย

.หนูนิดมีพ่อกับแม่เป็นที่ยึดเหนี่ยว..สิ่งที่ทำเพื่อทั้งพ่อและแม่..จะทำให้ดีที่สุดค่ะขอบคุณมากค่ะครูอ้อย

 ..คิดถึงครูอ้อยนะค่ะ เวลาครูอ้อยเล่าเรื่องลูกจะทำให้คิดถึงแม่เสมอ...

 

สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล
IP: xxx.9.186.72
เขียนเมื่อ 

"ธรรมดาสัตว์ ย่อมมีเกิดแก่เจ็บตาย เป็นเรื่องธรรมดา เราทำให้เป็นธรรมชาติ  แล้วชีวิตจะเจริญด้วยธรรมะ"

การแสดงความรักของพ่อแม่ลูก เป็นเรื่องที่ควรทำแต่ไม่ให้เป็นทุกข์  ถ้าทำแล้วเป็นทุกข์ ก็รังแต่จะมีแต่ความไม่สบายกาย  ไม่สบายใจ ถ้ามีพิษร้ายกลายเป็นไฟเผาใจ 

เราควรเข้าใจว่า มีหน้าที่  กุลบุตรกุลธิดาที่ประเสริฐควรมีธรรมในข้อ กตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี  ไม่ต้องโฆษณาติดข้างขวดยาแก้ไอ  ก็ได้ดี      กตัญญู คือการได้คุณจากใครแล้วรู้คุณ  กตเวที คือการแสดงตอบกับการได้รับคุณนั้น

หน้าที่ต่อบิดามารดา ที่ควรกระทำไม่น้อยกว่านี้คือ 1.ท่านเลี้ยงเรามา เราเลี้ยงท่านอย่างดีตอบแทน 2. ท่านเจ็บไข้ไม่สบาย เราขวนขวายพาไปรักษา(กายและใจ) 3.ไม่ทำให้ท่านต้องเสียใจ(ขาดความภูมิใจ)4.ทำหน้าที่อย่างดีให้เหมาะกับผู้ดำรงวงศ์ตระกูล 5.ใช้จ่ายทรัพย์ของท่านอย่างไม่ประมาท (ผลาญทรัพย์)6.เมื่อท่านละโลกนี้ไปแล้วจัดพิธีให้เหมาะสม 7.หมั่นระลึกถึงท่าน บำเพ็ญกุศลให้ท่านตามกาลทุกปี

เพียงเท่านี้ คุณหนูนิด ก็จะไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ของลูกที่ดีสำหรับพ่อแม่แล้ว..........

ที่คุณทำนะดีแล้ว แต่ถ้าทำได้อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นจะดีเพิ่มขึ้น ปล่อยวางบ้าง  ถ้ารู้ว่าเราเอาชนะความเจ็บไม่ได้  เราเอาชนะความตายไม่ได้ ทำใจให้สบายทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นะคุณหนูนิด

 

ทิพวัลย์ สีจันทร์
IP: xxx.108.200.219
เขียนเมื่อ 

คุณหนูนิดคะ

 ขอส่ง "กำลังใจ" มาให้ทั้งคุณพ่อและคุณลูกนะคะ

หากเราคิดว่าพลังงานไม่สูญหายแต่เปลี่ยนรูปตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ เรื่องราวของชีวิตที่มีมิติของ Time and Space จะเรื่องที่น่าเรียนรู้ค่ะ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคนนั้น มีเหตุที่เกิดจากทั้งในปัจจุบันชาติและอดีตชาติค่ะ

นอกจากจะรักษาด้วยการดูแลสุขภาพการกินอยู่หลับนอนพักผ่อนและพาคุณพ่อไปหาหมอแล้ว อยากให้คุณหนูนิดชวนคุณพ่อทำบุญด้วยการทำทาน รักษาศีลและเจริญสมาธิด้วยนะคะ โดยเฉพาะหากคุณพ่อกลัวหมอและกลัวเสียเงิน ก็มีวิธีที่ช่วยให้ไม่ต้องไปหาหมอและต้องเสียเงินให้หมอค่ะ

ให้คุณพ่อใส่บาตรพระที่มาบิณฑบาตรหน้าบ้านตอนเช้า ๆ อาจจะเริ่มจากทุกวันพระก่อนนะคะ (ขออภัยหากคุณพ่อใส่บาตรทุกวันอยู่แล้วค่ะ) และสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็นจะช่วยให้จิตใจแจ่มใสมีพลังค่ะ จากนั้นหากสามารถนั่งสมาธิหลังสวดมนตร์ได้ 10-15 นาทีก็จะดีมาก ๆ เลยค่ะ ทุกคืนก่อนนอนให้คุณพ่อแผ่ส่วนบุญกุศลจากการใส่บาตร การสวดมนตร์และการนั่งสมาธินี้ให้กับคู่กรรมคู่เวรที่เราได้เคยไปล่วงเกินมาในภพชาติใดก็ตาม ให้ได้มีส่วนแห่งบุญ ที่เราทำ และขอให้เราหายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงค่ะ

 ช่วงที่เป็นวันโกนวันพระ ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่จะไปอยู่วัดเพื่อถือศีลอุโบสถอยู่แล้วนั้น ก็ให้คุณพ่อแบ่งเวลาไปร่วมกิจกรรมนี้ที่วัดข้างบ้านนะคะ การทำบุญด้วยการปฏิบัติธรรม-การเจริญสมาธินี้เป็นวิธีที่ช่วยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ผลดีมาก ๆ ค่ะคุณหนูนิด เป็นวิธีที่ไม่ต้องเสียเงินและทำได้ในทุกที่ค่ะ

คุณหนูนิดทำบุญทุกครั้ง ก็ขอให้คุณหนูนิดตั้งจิตอธิษฐานขอให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรง ๆ อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูก ๆ ไปนานเท่านานเลยนะคะ

บุญรักษาค่ะ 

 

 

  • ขอบพระคุณมากค่ะคุณ ทิพวัลย์ สีจันทร์
  • พ่อไม่เคยเครียดและกังวลกับโรคประจำตัวของตัวเองเลย เคยกิน เคยทำอะไรก็ยังทำเหมือนเดิม
  • พ่อไม่ค่อยจะเข้าวัดนะค่ะ..พ่อบอกว่าการจะทำดีหรือทำบุญกุศลเราปฏิบัติกับใครที่ไหนก็ได้..พ่อบวชเรียนมาค่ะ
  • หนูนิดจะหมั่นทำบุญและจะตั้งจิตอธิษฐานขอให้เพื่อพ่อแม่ค่ะ
  • ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ