ธรรมชาติของเด็ก คือ เล่น ดังนั้น ครูจึงควรปรับเปลี่ยนการเรียนรู้แบบเรียนปนเล่น นักเรียนก็จะเรียนรู้อย่างมีความสุข
เด็ก..คือ..คนที่ยังมีวัยวุฒิ คุณวุฒิน้อย และมีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตน้อย
ดังนั้น เด็กๆอาจจะทำอะไรได้อย่างมีข้อบกพร่อง ซึ่งผู้ใหญ่ก็จะมองว่า ความผิดของเด็กๆเหล่านั้นว่า.....น่ารัก
และมักจะพูดแบบเลี่ยงไปว่า.....เด็ก...ก็คือ....เด็ก
การที่ ครูอยู่กับนักเรียนตลอดเวลา หลายชั่วโมงต่อวันที่ครูและนักเรียนอยู่ด้วยกัน อยู่กันเป็นเวลา 200 วันต่อปีเป็นอย่างต่ำ
ดังนั้น.....ครูจะรู้พฤติกรรมของนักเรียนทุกคนในความรับผิดชอบ
ครูจึงประเมินความสามารถของนักเรียนของตนเองได้อย่างถูกต้องและเที่ยงธรรม
ซึ่งหากควบคู่กับการประเมินพฤติกรรมที่บ้านด้วย จะทำให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนแต่ละคนได้ทั่วถึง และตรงประเด็นของความต้องการ
ผู้ปกครองบางคนไม่เชื่อว่า...นักเรียนที่อยู่ในความปกครองของตนมีพฤติกรรมแบบที่โรงเรียนรายงานไป เพราะส่วนใหญ่แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ พฤติกรรมของนักเรียนนั้น ที่บ้านกับที่โรงเรียนแตกต่างกัน
มีหลายครั้งที่ครูต้องบันทึกภาพไว้ เพื่อให้ผู้ปกครองได้เห็น ได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของบุตรหลานของตน..
ผู้ปกครองของนักเรียนบางคน ...ถึงกับ.....อุทานออกมาว่า...เป็นไปได้หรือนี่.....เพราะพฤติกรรมที่เห็นนั้น แตกต่างจากที่บ้านแบบ...ฟ้ากับดิน เป็นหน้าที่ของเรา บ้านและโรงเรียนที่ต้องร่วมมือกันช่วยเหลือนักเรียนเหล่านี้ ให้มีพฤติกรรมพึงประสงค์ ..
เด็ก..จะเป็นกระจกส่องให้เห็นตัวเราเสมอค่ะ