ผมเคยสดุดตากับหนังสือที่มีชื่อ ว่า สนทนากับพระเจ้า: การพูดคุยที่ไม่ธรรมดา เล่ม 1” คำว่า Dialogue กับพระเจ้าทำให้ผมต้องหยิบหนังสือขึ้นมาดู (อย่างคร่าวๆ) แต่แล้วก็ต้องวางลง คงเป็นเพราะภาพกองหนังสือกองใหญ่ที่ยังไม่ได้อ่านที่บ้าน และข้อความที่บ่งบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ 1 ยังมีเล่มอื่นต่อ ทำให้ผมเกิดท้อใจ เพราะปกติไม่ใช่คนที่อดทนอ่านหนังสือยาวๆ หรือเล่มหนาๆ ได้

        แต่แล้วในวันหนึ่ง ผมก็ได้รับหนังสือเล่มนี้ทางไปรษณีย์จาก คุณอัฐพงศ์ เพลินพฤกษา บรรณาธิการแปล ผมอ่าน คำนำ คำนิยม แล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไมคราวที่แล้วจึงวางหนังสือเล่มนี้ลงไป ทั้งๆ ที่เนื้อหาในนั้น โดนใจ ผมค่อนข้างมาก . . . กลับมาถึงบ้านก็ลุยอ่านอยู่วันกว่าๆ . . . ช่างเป็นบทสนทนาที่สื่อตรงเข้าไปในใจได้อย่างชัดเจนจริงๆ เป็นการสื่อสารที่ให้ทั้งความเบิกบานและสร้างการตื่นรู้ เป็นการผสมผสานมิติทางวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณได้อย่างอัศจรรย์ใจ

        ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมผู้เขียน นีล โดนัลด์ วอลซ์ เป็นอย่างยิ่ง และไม่แปลกใจเลยที่ฉบับภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้เป็น International Bestseller ส่วนผู้ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทยได้อย่างสวยงาม ก็คือ คุณรวิวาร โฉมเฉลา ซึ่งเลือกใช้คำได้อย่างเหมาะเจาะและลึกซึ้งยิ่ง ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่านักแปล ตัวจริง นั้นเป็นเช่นใด ผมได้เรียนรู้และได้มีโอกาสจดจำคำบางคำไปใช้ในงานแปลของผมด้วย

        ขอขอบคุณ คุณอัฐพงศ์ เป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณาส่งผ่านประสบการณ์และบทสนทนาอันมีค่ายิ่งนี้เข้ามาในชีวิตของผม สิ่งที่ในหนังสือเล่มนี้เรียกว่า พระเจ้า ได้สื่อกับผมว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องหยุดการค้นหา ในหน้า 145 ข้อความที่ลอยเด่นขึ้นมาก็คือ ชีวิตคือการสร้างสรรค์ ไม่ใช่การค้นหา ผมพูดกับตัวเองว่า อย่าเสียเวลาค้นหาอีกเลย!”

        ขอบคุณ คุณอัฐพงศ์ อีกครั้งครับสำหรับผลงานดีๆ ของ สำนักพิมพ์ โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง (www.ohmygodbooks.com) ที่ออกสู่สังคมไทย และคงจะได้มีโอกาสพบกันในงานมหกรรมหนังสือที่กำลังจะมีขึ้นในปลายเดือนนี้นะครับ