"ถ้ำภูผาเพชร" จุดมุ่งหมายที่เราจะไปกัน ตั้งอยู่ห่างจากรีสอร์ตที่เราพัก 18 กม. โดยประมาณ แรกที่ได้ยินชื่อผู้เขียนจินตนาการไว้ว่าน่าจะสวยงามอลังการ ระยิบระยับดุงดังเพชรนิลจินดา 

เมื่อไปถึงอย่างแรกคือต้อง "ทำใจ" ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 300 ขั้น แต่โชคยังดีที่มีศาลาไว้พักใจ เอ๊ย ! พักกายบ้าง 2  ศาลา และเป็นที่น่าเสียดาย เพราะบางคนไปได้ครึ่งทางก็เปลี่ยนใจ เพราะในกลุ่มที่ไปมีพี่มนเล่าให้ฟังว่า ทางเดินในถ้ำค่อนข้างลำบาก ต้องปีนต้องป่ายต้องย่อตัว ฯ แต่สำหรับผู้เขียนแล้วหากไม่ได้เข้าถ้ำเสือ ฤาจะได้ลูกเสือ เอ๊ย ! ไปไม่ถึง นานทีจะได้เที่ยวสักกะที ก็ขอลุยกันหน่อย ล่ะ

เมื่อผ่านบันได 300 ขั้นพบปากทางเข้าถ้ำ เรานั่งพัก(หอบ)กันครู่ใหญ่ ลุงตะวันซึ่งนำทางพวกเราเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันถ้ำภูผาเพชรได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินทางใหม่ เพิ่งใช้ได้ประมาณ 3 เดือน สะดวกสบายมากขึ้น ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน พร้อมทั้งชี้ทางเข้าถ้ำสายเก่าที่ถูกยกเลิกไปให้ดู เสียดายแทนคนที่เปลี่ยนใจไม่ยอมขึ้นมา ครั้นจะไปตามก็ลำบาก ไป-กลับ บันได 600 ขั้น เอาเป็นว่าถ่ายรูปมาฝากก็แล้วกัน


             ทางเข้าปากถ้ำที่เห็นเป็นข่องเข้าไปด้านหลัง

ปากทางเข้าถ้ำสายใหม่เป็นช่องขนาดพอดีตัวแบบหลวม ๆ  แต่เมื่อหลุดจากปากทางเข้าถ้ำไปแล้วภายในจะกว้างขวางใหญ่โตมาก เอาเป็นว่าถ้าจะให้เดินเที่ยวครบกันจริง  ๆ จัง ๆ วันเดียวก็อาจจะไม่ทั่ว คุณลุงบอกต้องใช้เวลาสองวันแน่ะ

ภายในถ้ำมีช่องทางเดินซึ่งทำด้วยไม้ และมีไฟส่องไปเกือบตลอดทาง ถ้าได้ยินไม่ผิดคุณลุงบอกว่าทางจังหวัดได้ให้งบในการลงทุนมา 7 หรือ 9 ล้านบาทนี่แหละ  สำหรับสร้างช่องทางเดิน และระบบไฟฟ้าภายในถ้ำ

บริเวณภายในถ้ำต้องบอกว่าใหญ่จริง  ๆ ก็ภูเขาเกือบทั้งลูกนั่นแหละ อีกทั้งความสวยงามของหินงอกหินย้อย และภายในประกอบไปด้วยห้องต่าง ๆ ตั้งชื่อตามลักษณะของความสวยงามของหินงอกและหินย้อย เช่นห้องม่านเพชร ห้องปะการัง ห้องพญานาคเป็นต้น บางช่วงของถ้ำก็เป็นห้องโถงโล่งขนาดใหญ่มาก ๆ คนจุได้หลายร้อยคนทีเดียว


ห้องม่านเพชร เมื่อกระทบกับแสงไฟ จะเห็นความระยิบระยับราวกับเพชรนิลจินดา


ห้องพญานาค คุณลุงบอกว่าจริง ๆ แล้วอาจเป็นร่องรอยการระดับน้ำที่ขังเป็นเวลานาน


คุณพินิจ และลูกชายน้องเพชร กับลุงตะวัน ซึ่งก่อนกลับขอถ่ายรูปคุณลุงไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับผู้เขียนการได้มาเที่ยวถ้ำนอกจากจะได้ความเพลิดเพลิน ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปด้วย (อันนี้ต้องมาฟังคุณลุงเล่าเองค่ะ )

เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้