GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รับมือไวรัสคอมพิวเตอร์แบบบ้าน-บ้าน

ผมมองดูชะตากรรมของเหยื่อไวรัสคอมพิวเตอร์รายแล้วรายเล่า ด้วยความสะเทือนใจ 

ผมเคยเตือนนักศึกษาไปว่า ช่วงนี้ได้ยินข่าวไวรัสระบาดหนัก เขาใกล้เสร็จโครงงาน ควรสำรองข้อมูลไว้ทุกวัน ซึ่งวันรุ่งขึ้น เขาก็บอกว่าเสียดายที่ไม่เชื่อคำเตือน เพราะเพิ่งส่งฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์เมื่อตอนเช้า แล้วไม่มีข้อมูลสำรองเลย ไม่รู้อาจารย์ที่ปรึกษาจะว่าอย่างไร

ลองคิดดูว่า ถ้าเวลาทำงานของเรา หมดไปกับการสู้รบปรบมือกับไวรัสสัก 20 % ส่วนที่สูญเปล่าเหล่านี้ จะมีมูลค่ามหาศาลเท่าใด ?

20 % นี้ บางครั้งเป็นต้นทุนแฝงที่เรามองไม่เห็น เช่น ทำให้ระบบโหลดแฟ้มช้าอืดลง สะสมทุกย่างก้าวก็ไม่ใช่น้อย เสียไปโดยไม่รู้สึก การทำงานช้าลงทุกขั้นตอน ต้องคอยสแกน ต้องคอยลบ ต้องฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ ฯลฯ

อันที่จริง..พอจะมีวิธีแบบบ้าน-บ้าน (พื้น ๆ) ที่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

ผมสรุปบทเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ เรียนจากน้ำตาคนอื่น (ตัวเองไม่ค่อยโดนเท่าไหร่) มาเล่าสู่กันฟัง

1. หลีกเลี่ยงการใช้ระบบปฎิบัติการ (operating system) ที่มีการตามบริการ virus support แบบเข้มข้น

เช่น

แทนที่จะเดินตามแฟชันว่าเราเป็นคนแรก ที่ได้ใช้ระบบปฎิบัติการที่ใหม่ที่สุดในโลก

ก็อาจเปลี่ยนแนวเป็น

หันมาใช้ระบบปฎิบัติการที่เกือบจะเก่าที่สุดในโลก หรือไม่เป็นที่แพร่หลาย

เราก็จะทำงานได้อย่างสงบ เพราะไม่โดนไวรัสกวนใจ

ผมเอง ใช้ระบบปฎิบัติการที่ "เชยมาก" ผมจึงไม่ต้องลงโปรแกรมต้านไวรัสเลย เพราะแทบจะไม่เจอไวรัส เพราะคนเขียนไวรัสคงรู้สึก "เสียหน้า" ที่ต้องลดตัวมาราวีไม่เลิกกับระบบที่ล้าหลัง

นี่คือที่มาของการตั้งชื่อเรื่องว่า "รับมือไวรัสคอมพิวเตอร์แบบบ้าน-บ้าน" เพราะเป็นวิธีที่วัยรุ่นฟังแล้วจะร้อง "ยี้ ! เชยจัง !!"

 

2. ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบถอดเปลี่ยนง่าย

เช่น ผ่านระบบลิ้นชัก (rack)

ราคาลิ้นชักเดี๋ยวนี้ ซื้อบ้านนอกหน่อย ตัวนึงไม่ถึง 300 บาท (ผมยอมไม่นั่งเครื่องบินไปซื้อของถูกในกรุงเทพเพื่อให้ได้ชื่อว่า ซื้อของได้ถูกสะใจ)

ซึ่งจะทำให้เวลาเกิดปัญหา สามารถหาฮาร์ดดิสก์ที่"สะอาดจากไวรัส" มาใส่แทนได้ทันที

และยังมีข้อดีอีกอย่างคือการสำรองข้อมูลทำง่ายมาก

คือสำเนาข้อมูลทั้งหมดได้รวดเดียวโดยไม่ต้องลงซีดี

ยิ่งหากลงทุนใช้ฮาร์ดดิสก์หลายตัวสำรองข้อมูลซ้ำ หรือฮาร์ดดิสก์พกพาต่อ USB สำรอง จะทำให้แน่ใจว่าต่อให้เจอไวรัสแบบดุผิดคาด ก็ยังไม่ลำบากนัก เพราะเดี๋ยวนี้ ฮาร์ดดิสก์ราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับกรณีที่ข้อมูลสูญหาย 

คนที่ขอทุนวิจัยเขามาหลักแสนหลักล้าน จะส่งรายงานอยู่แล้ว มาเสียท่าล่มวันสุดท้าย ก็จะเห็นซึ้งว่า เงินสองพันกว่าบาท เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว

ขอให้มองว่า ซื้อฮาร์ดดิสก์สำรอง เป็นการซื้อประกันชีวิต แล้วจะทำให้หลับสบาย

(บางคนอาจแย้งว่า ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีได้ แต่ซื้อฮาร์ดดิสก์ ลดหย่อนไม่ได้ ผมก็จะบอกว่า ตามใจ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ข้อมูลคุณ ผมไม่เกี่ยว) 

 

3. ฮาร์ดดิสก์ควร partition ไว้เป็นสองส่วน

คือส่วน boot กับส่วน data แยกกัน แล้วโคลน (สำเนา) ส่วน boot เก็บไว้ ถ้ามีปัญหาเมื่อใด ก็โคลนคืนสภาพเดิมเฉพาะส่วนบูท แต่ระวังตรงนี้นะครับ เพราะการโคลนฮาร์ดดิสก์ ไม่ว่าจะทั้งลูก หรือเฉพาะ partition ที่เรียกว่า recovery แก้ปัญหาไวรัสได้ดี แต่มีสิ่งที่ต้องระวังคือ ข้อมูลล่าสุดที่ใส่ไว้ในส่วนที่โคลน จะหายไปหมดเกลี้ยง ห้ามแก้ปัญหาไวรัสด้วยวิธีนี้ เพราะข้อมูลของเราจะหายไปด้วย ต้องให้ใครมาช่วยดึงซากข้อมูลที่ยังเหลืออยู่ ไปเก็บไว้ข้างนอกให้เรียบร้อยก่อนการโคลน เพราะการ recovery แบบนี้ จะกวาดข้อมูลทั้งหมดทิ้งเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ซากไว้เตือนใจ (มีหลายคนที่หลั่งน้ำตาเพราะการโคลนฮาร์ดดิสก์ทั้งลูกมาแล้ว เพราะไม่ได้สำรองข้อมูลมาหลายเดือนแล้ว งานที่ทำในหลายเดือนที่ผ่านมา สูญหายหมดสิ้นในพริบตา)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 81623
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ขอขอบคุณอาจารย์ wwibul...

  • ผมเป็นพวกวิตกจริต (มักฟุ้งซ่าน) + โทสจริต (มักโกรธ-มักเครียด-มักกลัว)...
  • เรื่องข้อมูลหายนี่ก็ปอดแหกเหมือนกัน
  • เลยต้องใช้ฮาร์ดดิสก์สำรองข้อมูล 2 ลูก เครื่องที่ใช้ทำ Go2know มีฮาร์ดดิสก์รวม 3 ลูก และสำรองส่วนหนึ่งไว้ที่โน้ตบุ๊กอีก

USB drive...

  • ข้อมูลขนาดเล็กสำรองไว้ที่ thumb drive หรือ USB memory ก็ดีครับ เพิ่งซื้อขนาด 2 GB มา ราคา 750 บาท ใช้สำรองข้อมูลได้ดีกว่า CD เยอะแยะเลย

ขอขอบคุณครับ...

คุณ wwibul ใช้ OS อะไรอยู่คะ เผื่อจะได้เอาอย่างบ้างค่ะ ใช้โน้ตบุ้คที่พยายามไม่ใช้ต่อเน็ต และไม่อ่าน USB ที่เสียบจากแหล่งที่ไม่แน่ใจ เพราะเพิ่งน้ำตาตกไปเมื่อพักใหญ่ๆ เพราะ back up ไฟล์ที่ใช้บ่อยๆไว้ค่ะ แต่อันที่มีค่าและอยากเก็บยังไม่ทัน back up โดนไวรัสกินไปเสียก่อน เศร้าสุดๆเลยค่ะ

คุณ โอ๋-อโณ ครับ

  • ทางเลือกแรก ใช้ระบบที่คล้ายคนรอบข้าง แต่เป็นรุ่นเก่า เช่น คนอื่นใช้ XP ก็ใช้ WinME
  • ทางเลือกสอง ฉีกแนว เช่น ใช้แมคอินทอช หรือลินุกส์ ซึ่งปัจจุบันก็มีซอฟท์แวร์ที่แลกเปลี่ยนแฟ้มงานกันได้ดีพอสมควร

ไม่ว่าทางเลือกไหน ข้อดีคือ ไวรัสที่รุนแรงกับเป้าหมายเดิม เมื่ออยู่ต่างภาวะแวดล้อม จะไม่ออกฤทธิ์รุนแรง เช่น ถ้าไวรัสติด XP หลาย ๆ ตัว ที่สามารถล่องหนเร้นกายได้อย่างไม่รู้จบ สามารถมองเห็นและเด็ดทิ้งทีละแฟ้มได้ใน WinME ได้ ถ้าทำถูกวิธี (ออกฤทธิ์ได้ถ้าทำไม่ถูกวิธี) หรืออาจกลายเป็นแฟ้มธรรมดาไปเลยในลินุกส์