จากการที่หาหอพักมาเป็นเวลานาน รอ หนึ่งเดือนครึ่งสำหรับหอของมหาวิทยาลัย

และได้รับการปฏิเสธในการอยู่หอที่ใกล้สำนักงานที่ทำวิจัย เพราะเป็นหอที่หลายคนใฝ่ฝัน ที่อยากจะอยู่ เพราะใกล้ ราคาถูก การที่ถูกปฏิเสธ เป็นเพราะหอเต็ม และเราก็เป็น นักศึกษา ป เอก ซึ่งมีโอกาสที่จะได้น้อยกว่า นักศึกษา ป ตรี โท  โอกาสที่จะได้ของ ป เอก
คือว่าต้องมีจดหมายจากโปรเฟสเซอร์ ซึ่งจะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

ถึงแม้ว่าผมมีในเวลานั้นก็ ได้รับการปฏิเสธเช่นเดิม และได้รับคำแนะนำให้ไปหาหอพักเอกชน ผมเองก็ทำตามคำแนะนำ ใช้เวลาประมาณสามอาทิตย์หลังจากนั้นหาหอเอกชน โดยจ่ายเงินให้ องค์กรของนักเรียนแล้วเค้าจะให้ใบรายละเอียดหอพักวันละห้าใบ เป็นเวลาหนึ่งเดือน
ราคาประมาณ สี่ร้อยบาทไทย พยายามทำอย่างนี้แต่ละวัน จันทร์ถึงศุกร์ ได้รับความช่วยเหลือ จากเพื่อน ทั้งไทย และไม่ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนเยอรมัน และ กัมพูชาที่อยู่ที่ทำงาน ในห้องเดียวกัน

ตอนที่ขอพักอยู่กับเพื่อนคนไทยด้วยกัน มีเพื่อนร่วมห้องคนเยอรมันคนหนึ่งที่กำลังจะเข้ามาอยู่ใหม่ เค้าเป็นคนนักรถเข็นเพราะว่าเดินไม่ได้ ได้เขียนจดหมายถึงเพื่อนสมาชิกในห้องว่า ฉันอาจจะต้องรบกวนคนใดคนหนึ่งจากพวกเธอตอนเช้ารบกวนใส่รองเท้าให้ฉันและผูกรองเท้าให้ฉัน คงใช้เวลาประมาณสองสามนาทีแต่ละวัน เพราะว่าฉันไม่สามารถจะก้มลงไปใส่รองเท้าเองได้ ผมเองในฐานะคนไม่มีหอพัก ก็นึกไงขึ้นมาไม่รู้ ผมก็พูดออกไปกับจดหมายต่อหน้าเพื่อนคนไทยว่า ให้ผมมาอยู่ที่นี่ซิ เดี๋ยวผมจะผุกให้เอง

จนมาถึงเมื่อวาน 4 ตุลา 2001 หมดหนทางแล้วเลยโทรไปบอกกับทางมหาวิทยาลัยใหม่ว่า ผมทำตามมาแล้วประมาณสามอาทิตย์ โทรแล้วเต็มหมด  ช่วงนี้จะหายากมาก ซึ่งได้ข่าวว่า มีนักเรียนเข้ามาเรียนที่ไฮเดลแบร์กเยอะมากเลย ในปีนี้

เจ้าหน้าที่ถามว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าคุณจะอยู่ที่ไลเมน ซึ่งเป็นหอนักเรียนเช่นกันแต่ไกลซักหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นผมเองก็ไม่มีที่อยู่อยู่แล้วครับ เพราะหอเก่าหมดสัญญาและประกอบกับ ทุกคนต้องออกเพราะเจ้าของบ้านทำสัญญากับคนอื่นไว้ใหม่แล้ว

ผมเองตอบรับทันที เพราะว่าหลังจากวันเกิดเมื่อวันอาทิตย์ 30 กันยายน ย้ายมาพักอยู่กับเพื่อน ก่อนซึ่งเป็นหอพักมหาวิทยาลัยที่ผมสมัครไปและใฝ่ฝันจะอยู่ที่นี่ด้วย

เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าจะอยู่ไลเมน ให้มาทำสัญญาเลยวันนี้ ผมเองก็เลยชวนน้องอินไปด้วย เพราะภาษาเยอรมันยังไม่แข็งแรงเลย ว่าทำสัญญาแล้วมีอะไรบ้างที่ควรรู้

ไปถึงก่อนเก้าโมงเช้า ประมาณสามนาที เค้าเริ่มทำงาน เก้าโมงถึงเที่ยง เก้าโมง สองนาที เคาะประตู เจอเจ้าหน้าที่คนเดิม เค้าใจดีตั้งแต่แรกที่จะหาหอให้แต่ มันไม่มีคิวจะให้ลงประมาณนั้นครับ ผมก็บอกว่าผมคือมิสเตอร์ช่วย  ครับ จากไทยแลนด์

จากนั้นเขาบอกว่าฉันมีข่าวดีจะบอกยูด้วยนะ ว่ายูได้หอที่อิมนอยเอนไฮเมอร์เฟลด์ ยินดีด้วยจริงๆ ผมอยากจะกระโดดกอดด้วยซ้ำ แต่ทำไม่ได้หรอก จับมือขอขอบพระคุณครับ และแล้วไม่ต้องย้ายไป
อยู่ไลเมนด้วย ใกล้กับที่ทำงานด้วย

ผมเองก็รอลุ้นว่าเป็นตึกไหนกัน เพราะข้าวของผมก็อยู่แถวนั้น คุณซูแมนก็บอกว่าให้ไปทำสัญญาอีกห้องนึงครับ ไปถึงอีกห้องเจอสัญญา  โอ้พระเจ้าไม่อยากเชื่อเลย......

ว่าห้องที่จะอยู่นั่นหน่ะเป็นห้องเดียวกันกับห้องเพื่อนที่ย้ายไปพักชั่วคราว (หอที่นี่เขาเรียกว่า WG(อ่านว่า เวเก) จะมีห้องใหญ่แล้วข้างในมีสี่ห้อง หรือ สองห้องย่อย ใช้ครัวและห้องน้ำด้วยกัน)

เป็นอันว่าผมได้อยู่ห้องที่สอง ซึ่งห้องเพื่อนที่อยู่ชั่วคราวคือห้องที่สี่ จากนั้นผมเองก็ทำสัญญาเสร็จ แล้วกลับมาที่หอเพื่อไปรับกุญแจครับ ทำความสะอาดห้องของเพื่อนและห้องใหม่ย้ายของออก ตอนนี้เพื่อนยังไม่รู้ครับ กะจะทำซะไปรส์เย็นนี้

ยังมีน้องอีกคนคือน้อง ยู ยังไม่มีที่อยู่เช่นกัน ผมดีใจที่ผมได้หอ น้องเค้าจะได้มาพักกับผม เพราะมันก็คือหัวอกเดียวกัน เพราะหาหอไม่ได้เช่นกัน แต่น้องเค้าก็อยู่ที่นี่เพียงเดือนเดียว ซึ่งยากมากๆ ที่จะได้หอพักเพราะเค้าจะไม่ให้ทำสัญญาน้อยกว่าหนึ่งเดือน

สรุปว่าปัญหาทุกอย่างถูกแก้ไขได้ด้วยเวลาเพียงสามอาทิตย์จากความพยายามและในที่สุด ก็ได้รับอะไรที่ยิ่งใหญ่เพื่อฉลองวันเกิดที่ผ่านด้วย

ชีวิตคนเราก็อย่างนี้ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ผมเองก็ได้เห็นความมีน้ำใจของเพื่อนๆ หลายคน ที่นี่ครับในการที่จะให้ความช่วยเหลือต่อกันครับ ประทับใจครับ

จากวันนี้ไป ก็จะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานวิจัยและเรียนกันต่ออย่างเต็มที่

และหวังว่าเพื่อนๆ คนอื่นที่กำลังหาหออยู่ตอนนี้ จะได้หอเร็วๆ ด้วย ยังมีอีกหลายคนที่พยายาม จะหาหอพักกันต่อไป ขอเป็นกำลังใจถึงแม้ว่าเค้าจะอ่านภาษาไทยไม่ออกครับ

มิสเตอร์ช่วย (ได้จากพนักงานของมหาวิทยาลัย จริงๆ คือ มิสเตอร์ช่วยอารีย์)

หลังจากนั้น ผมก็ได้ย้ายมาอยู่ที่ที่ได้เพราะว่า ห้องที่ผมได้คือห้องที่เพื่อนนั่งรถเข็นจะอยู่ แต่บังเอิญว่าการเข้าออกจากห้องด้วยรถเข็นไม่สะดวกเพราะว่ามีมุมเตียงกีดขวางอยู่ด้วย เพื่อนคนนั่งรถเข็นก็เลยย้ายไปอยู่ห้องที่หนึ่ง ทำให้ห้องที่สองว่างแบบฉุกเฉินประกอบกับเรื่องที่ผมส่งเข้าไปพอดี ผมเลยได้รับการพิจารณาให้อยู่ที่นี่ ในห้องที่สอง และหลังจากนั้น ผมก็จะเป็นคนผูกรองเท้าให้เพื่อนคนนี้ตลอดมา จนกว่าเพื่อนเค้าซื้อรองเท้าแบบไม่มีสายผูกอีกปีต่อมา คือผูกให้โดยไม่ได้นึกถึงสัญญาว่าที่เคยพูดไว้กับจดหมาย เพราะว่าที่ผูกให้เพราะเหตุการณ์มันลงตัวของมันเองอย่างนั้น 

(เรื่อง ก.ย. 2001)

จนปัจจุบันนี้ เราก็ยังอยู่หอเดียวกันและช่วยเหลือกันเรื่อยมา