ม.หอการค้าไทยร่วมกับกระทรวงการคลังประเมินจีดีพีรายภาค พบชะลอตัวลงทุกภาค เผยเหตุค่าบาทแข็ง ปัจจัยความไม่สงบคาดทั้งปี 2550  จีดีพีโต 4-4.5% ภาคอีสานน่าห่วงสุด             

              ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   แถลง สรุปภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2550 โดยความร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง และคลังจังหวัด ว่า แนวโน้มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะขยายตัว 4.03% ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวก่อน ที่ขยายตัว 4.10% ขณะที่ภาคเหนือคาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4.20% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 4.81%    ภาคใต้คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4.05% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัวได้ถึง 4.53%  ส่วนภาคกลางจีดีพีจะขยายตัว 5.27% ลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 5.79%   ขณะที่ภูมิภาคกทม.และปริมณฑลที่มีสัดส่วนของภาวะเศรษฐกิจถึง 44.1% โดยในปี 2550คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4.24% ลดลงจากปีก่อน    ซึ่งอยู่ที่ 4.8 %             

                ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า จากอัตราการขยายตัวดังกล่าวเป็นสัญญาณชะลอตัว ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น  ในทุก ภูมิภาค โดยกลุ่มที่น่าห่วงมากที่สุด คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากผลกระทบภัยแล้ง ขณะที่ภาคใต้เฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนมีปัญหาน่าเป็นห่วงจากความไม่สงบ ส่วนจังหวัดอื่นมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี             

               ดร.ธนวรรธน์ สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจรวมของทั้งประเทศปี 2550 คาดว่าจะขยายตัวได้ 4-4.5%  ในกรณีที่ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำอีก อย่างไรก็ดีหากเกิดปัจจัยผลกระทบรุนแรง เช่น ค่าบาทแข็งค่า ซึ่งทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบอาจทำให้จีดีพีต่ำกว่า 4% ได้             

               ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้จีดีพีของทั้งประเทศชะลอตัว เกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว ผลกระทบจากภัยแล้ง และสถานการณ์ความไม่สงบของทั้งใน กทม.และภาคใต้ ปัจจัยไข้หวัดนก ปัจจัยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการลดลง ขณะที่มีปัจจัยบวกจากเงินเฟ้อที่ลดลง ราคาน้ำมันทรงตัวและอัตราดอกเบี้ยแนวโน้มลดลง                                     

                                  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์  28  กุมภาพันธ์  2550