หลังจากยกพวกออกจากวัดถ้ำระฆังทอง เราก็มุ่งหน้าต่อไปยังพักคือ วังแว่นรีสอร์ท ซึ่งคุณบุญเลิศ เจ้าของรอเราอยู่พร้อมกับอาหารจัดเตรียมไว้ใกล้ริมธารหลังที่พัก

ไม่รู้เป็นเพราะเวลาล่วงเลยไปพอสมควร หรือพวกเราจะเหนื่อยและหิวจัด แต่ที่แน่ ๆ อาหารอร่อยมากเป็นพิเศษ มีของชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะน้ำพริกกะปิ เหนาะ(ภาษาใต้ = ประมาณว่ากินหรือจิ้ม)กับมะเขือเล็ก (คล้ายมะเขือยาวแต่ลูกเล็กคุณบุญเลิศบอกว่าเป็นลักษณะพิเศษของมะเขือที่นี่)   


อาหารมื้อแรกที่ไปถึงประมาณบ่ายโมงกว่า  ๆ

หลังจากอิ่มหนำสำราญ และรอเวลาไปล่องแก่งพวกเราก็ลงเล่นน้ำบริเวณริมธารอย่างสนุกสนาน และหัวเราะเรือลำที่ล่องแก่งผ่านไปมา โดยเราไม่คาดคิดว่าชะตากรรมของเราก็ไม่แตกต่างกันเลย

ล่องแก่งคราวนี้ ขึ้นอยู่กับพวกเราจะเลือกพายเอง หรือจะให้เขาพายให้ก็ได้ ไม่ได้คิดราคาเพิ่มแต่อย่างใด แต่ส่วนใหญ่พวกเราเลือกที่จะเป็นผีพราย เอ๊ย ! ฝีพายกันเอง  เอาเป็นว่าใครชอบใครรักใคร ไว้ใจใคร ก็จับคู่หรือรวมทีมนั่งลำเดียวกัน ตามสะดวกและตามสมัครใจ

เรือลำของผู้เขียนมีแดประจิม พี่ผอบ และผู้เขียน เพราะชอบความตื่นเต้น ท้าทายเลยเลือกพายกันเอง ก่อนจะล่องกันจริง  ๆ จัง ๆ เขาก็ให้พวกเราฝึกซ้อมและควบคุมเรือ กันก่อน ซึ่งพวกเราก็ทำได้ดีมากไม่ผิดพลาด อาจเพราะน้ำมันนิ่ง แต่เรายังไม่รู้ว่าความจริงมันช่างแตกต่างกันมากมายนัก


ลำของผู้เขียน ได้ชื่อว่าพายเป็นจระเข้ขวางคลอง มีแดประจิม พี่ผอบ

อย่างที่พี่โอ๋เล่าไว้ในบันทึกเปรียบเสมือนปรัชญาชีวิต แล้ว เพราะเมื่อถึงเวลาจริง เราไม่สามารถบังคับได้อย่างใจ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสายน้ำที่เชี่ยวแรง และแอ่งหรือแก่งบริเวณที่ตื้นเขิน หรือร่องน้ำหลายทาง อีกทั้งอุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นขอนไม้ โขดหินที่ขวางทางไว้ ฉะนั้นเมื่อถึงยามคับขัน การแก้สถาณการณ์ที่ดีที่สุดก็คือ รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ชีวิตใครชีวิตมัน หลบ  ๆ แล้วก็เอาตัวรอดกันเอาเอง

ดังนั้นระหว่างทางก็มีหลายท่านเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง เปลี่ยนใจ ให้ฝีพายตัวจริงเสียงจริงพายให้ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อย ไปไม่ถึงฝั่งฝันสักกะที มัวแต่เข้าพงเข้าป่า ชมต้นไม้ใบหญ้า หลุดจากพุ่มโน้นไปเข้าพุ่มนี้ หรือจะคว่ำ ซะจนเหนื่อย หรือเรือแตก คนเลยต้องแยกกันนั่งลำอื่น ๆ แทบจะไม่มีลำไหนที่ไม่พลิกไม่คว่ำ นอกจากมีฝีพายตัวจริงพายให้ ลำของผู้เขียนคว่ำจนนับครั้งไม่ถ้วน กล้องที่เตรียมไปตกน้ำทุกตัว อย่างกล้องของพี่พินิจ ก็ไม่แน่ใจว่าจะยังใช้ได้หรือเปล่า แต่กล้องของคุณปรือ โชคยังดีที่เจ้าตัวเตรียมถุงพลาสติกไว้

 
ภาพนี้เป็นฝีมือจากกล้องคุณปรือ ที่จอดเรือรอถ่ายไว้


 เรือลำพี่โอ๋ ป้าดาและน้องฟุง ลำนี้เขาพายเก่งมาก

สำหรับกิจกรรมแตก เอ๊ย ! สานสัมพันธ์นี้ พวกเราได้อะไรกันบ้างนอกจากความเหนื่อยหอบ (เมื่อไรจะถึงสักกะที กับระยะทาง 6 - 7 กม.)

  • ได้ความสนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อเห็นเรือลำอื่นพายเข้าพุ่มไม้ หรือพลิกคว่ำ
  • การทำงานเป็นทีม ฝีพายข้างหน้าและข้างหลังต้องสัมพันธ์กัน 
  • การลองผิดลองถูก PDCA หลายรอบ เอาเป็นว่าดึง KM tool นำมาใช้เกือบหมดกะว่าจะได้ Best Practice อย่างเรือผู้เขียนลองสลับฝีพาย หน้า หลัง กลาง เป็นว่าเล่น หรือจะสุนทรีสนทนา AAR แต่ก็ยังไม่ได้ Best Practice สงสัยต้องไปแก้ตัวใหม่
  • ได้ความเป็นผู้นำ ลักษณะการเป็นผู้นำของคนในลำเดียวกัน ประมาณว่า ไปทางโน้นสิ ทำอย่างนี้สิ (ออกคำสั่ง) 
  • ความเสียสละ จากการลงไปลาก ลงไปเข็นลำเรือออกจากพุ่มไม้ หรือการติดอยู่ในแอ่งที่ตื้นเขิน หรือเสียสละแบบว่าใครจะพายก็พายไปเถอะ (แซว แซว)
  • ออกกำลังกาย นอกจากกล้ามเนื้อท้องจะแข็งแรงจากการหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งแล้วกล้ามเนื้อแขนและขาก็ต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ
  • เป็นต้น

เอาเป็นว่าเรือลำของผู้เขียนประมาณว่าออกต้น  ๆ แต่ถึงหลังสุด แต่เราไม่ย่อท้อเพราะเรามีนัดกันจะไปแก้ตัวใหม่ นั่นคือคราวหน้าต้องออกก่อนคนอื่น ๆ สักชั่วโมงก็แล้วกัน --5555