มาถึงบรรทัดนี้น้ำตาผมแห้งแล้วครับ แต่ความปิติสุข ไม่ได้แห้งหายตามไปแต่อย่างใด

   ขออภัยครับหากบางท่านจะรีบเข้ามาด้วยความตกใจ ว่าผมเป็นอะไรไป
    ความจริงผมไม่ใช่คนเจ้าน้ำตา  ผ่านพบเรื่องหนักๆอันเป็นปัญหาในชีวิตมาจนหลายคนสงสัยว่าทำใจสงบ หรือเยือกเย็นอยู่ได้อย่างไร  ถ้าเป็นเขาคงบ้าไปนานแล้ว ฯลฯ
    สรุปว่าชีวิตได้สร้างความแกร่งทั้งกายและใจให้ผมไว้เป็นเกราะป้องกันตัวเองได้ค่อนข้างน่าพอใจครับ
   แต่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าเป็นน้ำตาจากความปิติสุข  ผมนี่แหละครับ  คนเจ้าน้ำตาตัวจริง  แค่เห็นหมาแมวหยอกล้อ  รักใคร่ห่วงใยกัน ก็น้ำตาซึมได้แล้วครับ แต่วันนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่น้ำตาซึมครับ  ถึงขั้นไหลและต้องเช็ดหลายครั้งเลยล่ะ  เหตุเกิดจากการที่ผมเขียนบันทึกเรื่อง ครูสุวรรณ "ครูผู้ลิขิตชีวิตผม"  เขียนไว้ตั้งแต่วันครู 16 มค. 50 แล้วก็ให้พาลคิดถึงคุณครูจึงค้นหาเบอร์โทรศัพท์และโทรไปคุยกับท่านเป็นครั้งแรก เมื่อ 17.04 น. เมื่อวานนี้ (27 กพ. 50 ) ครับ เพื่อประหยัดเวลา ขอนำสิ่งที่ผมเขียน และบางคนเขียนต่อท้ายบันทึกเรื่องดังกล่าวมาวางให้เห็นดังนี้ครับ
    
  

 
Handy เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 17:47 (177120)

เข้ามาบันทึกความสุขเพิ่มเติมครับ
    เมื่อเวลา 17.04 น. ผมลองโทรศัพท์ไปที่บ้านคุณครูสุวรรณ  เป็นการโทรครั้งแรก ผู้รับสายเป็นลูกสะไภ้ ที่คุยด้วยแล้วรู้สึกได้ถึงความมีน้ำใจ  ถามไปก็ได้ความว่าเป็นศรีภรรยาของน้อง ที่เคยขับมอเตอร์ไซค์ไปถ่ายเอกสาร สมุดภาพที่ครูเก็บไว้ให้ผม และไม่ยอมรับค่าถ่ายเอกสาร แถมได้ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างดีให้ผม ที่สนามบินสุราษฎร์ธานี .. ผมดีใจที่ได้เห็นคุณครูอยู่ท่ามกลางความดี และคนดี
    เมื่อถามถึงสุขภาพ ครูบอกว่าด้วยวัย 82 ก็ยังแข็งแรงดี  ไม่มีปัญหา  แถมบอกว่า พยายามใช้ชีวิตแต่ละวันทำประโยชน์สู่สังคมให้มากที่สุด และจะทำไปเรื่อยๆ .. ปลื้มครับ  และอยากบอกคุณครูว่า ผมก็จะเดินตามรอยครูนั่นแหละ  ตามรอยเท้าครูผู้ลิขิตชีวิตผมครับ

  .........................

พิริยะ สุวรรณรักษ์ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 01:23 (177626)

สวัสดีครับ อาจารย์ HANDY ที่เคารพ

    ได้อ่านเรื่องที่อาจารย์ HANDY เขียนถึงคุณพ่อแล้วรู้สึกประทับใจมากๆ ครับ ดีใจมากที่สิ่งที่คุณพ่อทำไป ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ ลูกศิษย์  อีกหลายๆ ท่านดำเนินตามรอยที่คุณครูได้ปูทางไว้ให้

     คุณพ่อเองก็รู้สึกดีมากที่ลูกศิษย์ของท่านเป็นคนดี มีหน้าที่การงานที่ดี และได้สร้างประโยชน์มากมายให้สังคม ท่านจำลูกศิษย์ของท่านได้แทบทุกคน และมักถ่ายทอดเรื่องราวในอดีต  ตลอดจน คอยสั่งสอน ลูกๆให้เป็นคนดี ผ่านประสบการณ์ ของท่านเองและบรรดาลูกศิษย์ลูกหา  คุณพ่อรู้สึกภูมิใจในความเป็นครูของท่านมาก ท่านได้เก็บรูปเก่าๆและบันทึกที่เขียนไว้ สมัยเป็นครู ไว้อย่างดี และมักนำมาให้ลูกๆ หลานๆ ดูด้วยอารมณ์อิ่มใจทุกครั้ง

           จนทุกวันนี้คุณพ่อก็ยังเป็นแบบอย่างที่ดีของทุกคนเสมอ ท่านทำทุกวันให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับครอบครัวและสังคม ตลอดมา ทุกคนในครอบครัวเรารักกันมากและ ยึดมั่นอย่างที่พ่อได้สอน ว่าให้สร้างสถาบันครอบครัวให้ดี เพื่อสังคมที่ดี   พวกเราภูมิใจในตัวคุณพ่อมาก เพราะ นอกจากท่านเป็นครูผู้ลิขิตชีวิตของอาจารย์ HANDY แล้ว ท่านยังเป็นพ่อที่ประเสริฐของพวกเราอีกด้วย

         สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอาจารย์ HANDY ที่มองเห็นความสำคัญของการเป็นครูที่ดี  ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความต่างๆ ของอาจารย์จะได้รับข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์ อย่างดีเยี่ยม และผมยังเชื่อมั่นอีกว่า  อาจารย์ได้ดำเนินรอยตามแบบอย่างคุณครูผู้ลิขิตชีวิตชื่อ สุวรรณ สุวรรณรักษ์ แล้วล่ะครับ 

                                      พิริยะ สุวรรณรักษ์
 .................................

      อย่างนี้แล้วจะไม่ให้ผมหลั่งน้ำตาเขียนบันทึกได้อย่างไรกันครับ  ใครทำได้ก็ทำเถอะครับ  ผมทำไม่ได้และก็ไม่อยากฝืนใจทำด้วย  มาถึงบรรทัดนี้น้ำตาผมแห้งแล้วครับ  แต่ความปิติสุข ไม่ได้แห้งหายตามไปแต่อย่างใด

    " อาจารย์ได้ดำเนินรอยตามแบบอย่างคุณครูผู้ลิขิตชีวิตชื่อ สุวรรณ สุวรรณรักษ์ แล้วล่ะครับ "

    ขอบคุณครับน้อง พิริยะ  พี่สัญญาว่าจะเดินต่อ และชักชวนคนเดินทางนี้กันให้มากยิ่งขึ้น  และมั่นใจว่าเส้นทางนี้จะไม่เงียบเหงาครับ  ให้คุณครูสบายใจได้