สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสไปสัมมนาที่กรุงชิง
จ.นครศรีธรรมราช
การสัมมนาดำเนินการไปโดยบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่วางไว้นอกเหนือจากเนื้อหาวิชาการคือการได้คุยกันในระหว่างสมาชิกในที่ทำงานในบรรยากาศที่แตกต่างไปจากความจำเจ
ได้ยิ้มร่า หัวเราะร่วน ในท่ามกลางธรรมชาติที่อบอุ่น
ถือเป็นการพักผ่อนประจำปีไปในตัว การร่วมสังสรรทำกิจกรรมร่วมกันเป็น งานที่ควรจัดให้มีบ่อยๆ
ปีละหลายครั้งยิ่งดีเพราะความจริงอย่างหนึ่งในที่ทำงานคือเมื่อทำงานร่วมกันไปนานๆ
ซึ่งธรรมดาของการอยู่ร่วมกัน ใกล้กันมากๆ เจอหน้ากันทุกวัน
กระทบกระทั่ง กระแทก กระทั้น โดยไม่ตั้งใจ
มีผู้ประสงค์ดีแต่หวังร้ายสร้างเรื่อง
สร้างข่าวเป็นผลต่อความแตกแยกกันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากมาย
ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนที่คอยประสานรอยร้าวเป็นกาวใจทำหน้าที่อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย
(เป็นประเภทของคนที่อยู่ในสังคมตามธรรมชาติ) การจัดให้ได้ร่วมทุกข์
ร่วมสุข ร่วมผจญภัย ร่วมอยู่ในบรรยากาศของความผ่อนคลาย...มีเวลาเว้นว่าง
ไปเที่ยวด้วยกัน มีโอกาสเปิดใจจับเข่าคุยกัน คนที่เคยทะเลาะกัน เกือบๆ
จะเหม็นหน้ากัน...หรือเหม็นหน้ากันไปแล้วอาจคลายสถาณการ์ให้ผ่อนคลาย...คิดทบทวนคืน
ดีกันได้...กิจกรรมที่เลือกควรตั้งใจให้มีกิจกรรมร่วมทุกข์ร่วมสุขเช่น
มีการปีนเขาลอดถ้ำ
ให้ได้ยิ้ม...จับมือ....คล้องแขน....ยื่นมือไปช่วยดึงกันขึ้นไป...
ที่กองการเจ้าหน้าที่ ที่ดิฉั้นทำงานอยู่
มีคณะกรรมการวิชาการของกองฯ
4-5 คน
ช่วยคิดรูปแบบการสัมมนาพัฒนาบุคลากรประจำปี จาการตรวจประเมินคุณภาพภายใน(ดึงจากประเด็นที่ต้องปรับปรุงมาทำต่อ)ในเรื่องของวิชาการ
มีคณะทำงานอีกชุดคอยจัดสันทนาการทำกิจกรรมเอ็นเทอร์เทรน สองทีมทำงานประสานดูแลให้พวกเรามีความสุขในการไป
สัมมนานอกสถานที่
รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรไปร่วมสัมมนาให้มากที่สุดเพื่อความพร้อมเพรียง
คอยลำดับรายการ เก็บประเด็นเนื้อหาจากการสัมมนามาทำต่อ
ถือเป็นการพัฒนาบุคลากรอย่างหนึ่งสอนให้รู้เรื่องการรประสานงานติดต่อ
การฟังความคิดคนอื่น รวมถึงฝึกการบริหารจัดการโครงการ
ดูแลความสุคนหมู่มาก ซึ่งไม่ใช่ง่าย
ที่จะต้องดูแลให้มีความสุขได้ถ้วนหน้าประเด็นสำคัญคือสามารถประสานความต้องการของคนหลายวัย
หลายความชอบได้อย่างลงตัวที่สุด
เพื่อจะได้มีสมาชิกร่วมโครงการให้มากที่สุดโดยไม่ต้องใช้มาตรการบังคับไป...
สัมมนานอกสถานที่:ความจำเป็น
ร่วมอยู่ในบรรยากาศของความผ่อนคลาย...มีเวลาเว้นว่าง เที่ยวด้วยกัน จับเข่าคุยกัน คนที่เคยทะเลาะกัน เกือบๆ จะเหม็นหน้ากัน...หรือเหม็นหน้ากันไปแล้ว ก็อาจคลายสถาณการ์คืนดีกันได้...มีการปีนเขาลอดถ้ำ ให้ได้ยิ้ม...จับมือ....คล้องแขน....ยื่นมือไปช่วยดึงกัน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นางสาว วราภรณ์ คงหอม · 26 ก.พ. 2550
นางสาว วราภรณ์ อ้อน ทรัพย์ศฤงศิริ · 26 ก.พ. 2550
Oh O · 26 ก.พ. 2550
ทัศนีย์ · 26 ก.พ. 2550
ธรรศ ธนบรมัตถ์ (สายป่าน; WisdomInside) · 26 ก.พ. 2550
เจียรนัย · 26 ก.พ. 2550
คุณจิ๊บคะ
การสัมมนานอกสถานที่เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรเป็นอย่างดี อีกส่วนหนึ่งคือเป็นการได้ให้ทุกคนได้ไปชาร์ตแบตเตอรี่ เพื่อเสริมกำลังกาย กำลังใจ เพื่อจะได้นำมาปรับใช้ในการทำงานต่อไป
การไปครั้งหนึ่ง ๆ นั้น กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์จะเป็นการละลายพฤติกรรมของบุคลากร เพื่อขจัดสิ่งที่บางคนอาจจะคั่งค้างอยู่ในใจ การได้ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงเสนอความคิดเห็น (อย่างไร้ขีดจำกัด)การได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยเหลือกัน จะทำให้ภาพแห่งความทรงจำเหล่านี้ กลับคืนมาหาพวกเรา ยามที่เราเหนื่อยแรง และหมดใจกับการทำงาน(ในบางครั้ง) ภาพแห่งการร่วมทำกิจกรรมเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ จะผุดขึ้นมาในความคิด และทำให้เราได้คิดถึงวันที่เราได้ทำกิจกรรม ขจัดปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนั้น ในวันที่เราประสบปัญหาในการทำงาน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ทีมงาน ฯลฯ จะเป็นแรงร่วมสู้เพื่อให้งานได้ประสบผลสำเร็จตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ เพียงแค่เราเปิดใจ เท่านั้น
(หัวอก)ฝ่ายพัฒนาบุคลากร ยิ้ม ๆ ๆ ๆ
ส่งใจร่วมเชียร์ค่ะ
(ปีนี้เราจะไปทะเล.....แล้วจะมาเล่าสู่กันฟัง)