กติกา
หลายท่านคงเคยเล่น Blog tag หรือ wallpaper tag มาแล้ว กติกาก็จะคล้ายๆกัน แต่คราวนี้ เรามาทำให้เกิดสาระประโยชน์ในการเรียนรู้ยิ่งขึ้น โดยจะ tag กัน โดยเอากลเม็ดเคล็ดลับ หรือยอดวิชาส่วนตัวออกมาเผยกัน
............................................................
มาเล่น Trick Tag กันเถอะค่ะ
วิธีเล่น ก็คือ
1. ให้ท่านบอกเคล็ดลับส่วนตัวของท่าน เรื่องอะไรก็ได้ โดยทริคดังกล่าว ต้องเป็นกลเม็ดเคล็ดลับ ที่ท่านค้นพบมาเอง หรืออาจจะไปอ่านเจอที่ไหน แล้วนำมาใช้พบว่าบังเกิดผล กล่าวคือ เป็นเคล็ดลับส่วนตัวที่ผ่านการพิสูจน์โดยตัวท่านเองมาแล้ว โดยให้บอกมา 2- 5 trick
2. ให้ tag ส่งต่อไปยังเพื่อน หรือคนรู้จัก 2 - 5 คน โดยให้ copy ข้อความวิธีการเล่น (ซึ่งพิมพ์ด้วยข้อความสีแดงนี้) ทั้งหมด ส่งไปให้กับคนที่ท่าน Tag ไปด้วย
มาเล่นกันเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
ขอบคุณค่ะ ^__^...............................................................
ในฐานะคนตั้งกติกา ก็ขอเป็นคนเริ่มต้นก่อนนะคะ ^___^
Trick ส่วนตัวของ k-jira
1. การชงกาแฟ
:: ให้เอาน้ำใส่ถ้วยกาแฟ ประมาณ 150 ซีซี ( 5 ออนซ์) จากนั้นเวฟกับเตาไมโครเวฟ ไฟแรงเป็นเวลา 1 นาทีครึ่ง น้ำที่เวฟกับเตาไมโครเวฟ จะชงกาแฟออกมาได้หอมและอร่อยกว่าน้ำที่กดออกจากกาต้มน้ำไฟฟ้าเสียอีกค่ะ เมื่อเอาถ้วยกาแฟออกมาจากเวฟ ให้ใช้ช้อนคนน้ำเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำมันเดือดขึ้น เวลาใส่กาแฟ จึงค่อยตักกาแฟใส่ แล้วใส่น้ำตาล จากนั้นค่อยใส่คอฟฟี่เมต
ชงวิธีนี้ ได้รับการพิสูจน์จากเพื่อนหลายคนที่มาชิม บอกว่าอร่อยค่ะ ^__^
2. การเจาะเลือด แทงน้ำเกลือ หรือฉีดยา
::: จะสังเกตว่าเข็มฉีดยานั้น มันจะมีปลายตัดทะแยงเฉียงๆ ดังนั้นเวลาแทงเข็มลงบนเนื้อ ให้ใช้ปลายแหลมของเข็มจิ้มลง โดยปลายตัดเปิดขึ้นข้างบน วิธีนี้คนไข้จะเจ็บน้อยกว่าการจิ้มเข็ม ใน position อื่นๆค่ะ ที่สำคัญ ก่อนจะแทงเข็ม ให้ดึงผิวหนังบริเวณจะแทงให้ตึงๆสักหน่อย แล้วการรัดทูนิเก้ ถ้าเป็นสายยางเหลือง แนะนำว่าควรรัดบนเสื้อ หรือใช้ผ้ารองก่อนรัด เนื่องจากการรัดลงบนเนื้อตรงๆ จะเจ็บมากเลยค่ะ T_T
3. การเจาะ DTX (ตรวจหาน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว)
- ถ้าหากไม่มีปากกาเจาะเลือด ให้ใช้เข็มเบอร์เล็กๆ เช่น เบอร์ 26 หรือ 27 แทน อย่าใช้แลนเส็ทเลย เพราะว่ามันเจ็บมาก
- ในการเจาะ ให้จับเข็ม ตรงโคนเข็ม ไม่ใช่ตรงกระเปาะเข็ม โดยคีบจับด้วยนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือ จากนั้นใช้นิ้วกลางประคองนิ้วชี้ไว้ พร้อมกับวางนิ้วกลางลงบนปลายนิ้วที่จะเจาะของผู้ป่วย
- ใช้ปลายนิ้วกลางนี้แหล่ะ เป็นจุดฟัลครัม เพื่อขยับนิ้วชี้นิ้วหัวแม่มือจิ้มปลายเข็มบนปลายนิ้วของผู้ป่วย
- นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของอีกมือ ที่จับปลายนิ้วของผู้ป่วย ให้ค่อยๆบีบเบาๆ เพื่อรีดเลือดขึ้นมาขังบนปลายนิ้ว
- กระดกจุดฟัลครัมเพื่อใช้ปลายแหลมของเข็มจิ้มแบบช้า อย่าเร็ว เพราะเราจะคุมมือและความลึกไม่อยู่ อย่าให้ลึก เอาแค่จิ้มลงไปในปลายนิ้วเล็กน้อย
- บีบเลือดออกมาให้เป็นเม็ดแค่ครึ่งหนึ่งของหัวเข็มหมุด ให้มันซึมเข้าไปในช่องของแถบ DTX แค่พอเต็มก็พอ
หลายคนที่เจาะ DTX กับเข็ม จะใช้วิธีจิ้ม ซึ่งจะหวาดเสียว และเจ็บค่ะ เพราะว่าควบคุมความลึกของเข็มไม่ได้ k-jira ได้เทคนิคนี้มาโดยการเจาะ DTX ให้กับตัวเองค่ะ พบว่าการเจาะแบบช้า จะเจ็บน้อยกว่าเจาะแบบเร็ว พิสูจน์มากับตัวเอง และจากคนไข้หลายคนที่ไปเจาะ DTX ให้ค่ะ บอกว่าไม่ค่อยเจ็บเลย บางคนก็แทบไม่รู้สึกว่าโดนเจาะ บอกว่าแค่แสบๆเท่านั้นเอง ^__^
4. เกี่ยวกับการแบคอัปข้อมูลในเครื่องคอมค่ะ
trick อันนี้ไม่รู้ว่าเป็น trick นะ จวบจนกระทั่งไปคุยกับเพื่อน เพื่อนบอก เออ.. น่าสนใจแฮะ ขอเอาไปใช้มั่ง (แต่คิดว่าหลายคนก็อาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว)
จะเห็นว่าในเครื่องคอมของเรานั้น มีข้อมูลมากมายค่ะ ทั้งงานที่พิมพ์ที่ทำ ตลอดจนพวกไฟล์ต่างๆที่เราสร้างขึ้น หรือดาวนโหลดมาจากในอินเตอร์เนต ซึ่งพอเครื่องคอมโดนไวรัสที ถ้าเราไม่ได้แบคอัปไว้ มันก็จะหายสาปสูญไปกับสายลม
ข้อมูลในเครื่องของ k-jira จะเยอะมาก โดยเฉพาะพวกภาพถ่ายดิจิตอล หรือภาพ VDO ที่ถ่ายไว้ หรือไฟล์เพลงต่างๆ เมื่อก่อนจะใช้การแบ่งฮาร์ดดิสก์ออกเป็นหลายพาร์ติเคิล แล้วใช้สัก 1 ไดร์ฟ เพื่อเก็บข้อมูลแบคอัป แต่วิธีนี้ถ้าฮาร์ดดิสก์เจ๊ง ข้อมูลเราก็เจ๊ง ต่อมาเลยใช้การไรท์ลงแผ่นซีดี ปรากฏว่าข้อมูลเป็นสิบกิ๊กกะไบต์ ต้องใช้เวลาไรท์เพื่อแบคอัปกันเป็นวันๆ หมดแผ่นซีดี เป็นกล่องๆ เวลาจะเอากลับมาใส่เครื่อง ก็หากันเวียบหัว
ต่อมา.. เปลี่ยนไปใช้การไรท์ลงแผ่น DVD ค่ะ โดยซื้อไดร์ฟ DVD Writer แล้วจะใช้การแบคอัป ลงแผ่น DVD ครั้งแรก ก็เปลืองแผ่นราว 10 แผ่นค่ะ เขียนหน้าแผ่นให้ชัดว่า มีอะไรอยู่แผ่นไหนบ้าง ถ้าให้ดี ก็แยกเป็นหมวดๆไว้ว่า แผ่นนี้ ข้อมูลวิชาการ แผ่นนี้พวกรูปภาพ แผ่นนี้รูปถ่าย แผ่นนี้เป็นเพลง ฯลฯ แล้วเขียนวันที่ที่แบคอัปไว้
จากนั้นซื้อ สมุดที่ใช้เก็บซีดี มาใส่แผ่น DVD ถ้าแผ่นไหนสำคัญมา ก็อาจจะ copy ไว้สัก 2 ชุด กันเหนียว
ทีนี้ หากช่วงไหน สร้างไฟล์งานไว้เยอะ ก็จะแบคอัปถี่ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าหากสร้างไฟล์ไว้น้อย ก็อาจจะทำ เดือนละ 1 ครั้ง แต่จำนวนแผ่นที่ใช้แบคอัปจะลดลง เพราะจะไรท์เฉพาะไฟล์ที่สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น
ถ้าหากจำนวนไฟล์ ขนาดไม่ใหญ่มาก ก็อาจจะทำเป็นโฟลเดอร์ตั้งชื่อเป็นวันที่ไรท์ไว้ ก่อนที่จะแบคอัป เพื่อสะดวกต่อการค้นหา โปรแกรม Nero มีคำสั่งที่สามารถไรท์ไฟล์เพิ่มเติมได้ โดยไม่ต้องใช้แผ่น RW ให้เปลืองตังส์เพิ่ม
เก็บแผ่น DVD ที่ไร้ท์แบคอัปไฟล์ข้อมูล ไว้ในสมุดอัลบัมซีดี ทำทะเบียน เขียนชื่อ วันบันทึกไว้ เวลาค้นหาจะค้นได้ง่าย ว่าอะไรอยู่ตรงไหน
วิธีนี้ก็ไม่ต้องกลัวไวรัสเข้ามาทำลายไฟล์ให้สูญหายอีกต่อไปค่ะ เพราะเราได้เก็บไฟล์ที่มีค่าของเราไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว
หมั่นแบคอัปบ่อยๆ ความถี่ขึ้นอยู่กับ จำนวนไฟล์งานที่เราสร้างขึ้น เมื่อเครื่องโดนไวรัส ก็ส่งไปให้ร้าน format ลงวินโดว์ใหม่ ไม่ต้องคอยกังวลกับไฟล์ที่จะสูญหายอีกต่อไป แม้อาจจะสูยหาย หรือเสียหายบ้าง ก็เพียงเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้หน้ามืด หากว่ามันหายไปหมดทั้งเครื่องอย่างเมื่อก่อน
^_____________^
............................................
เอาทริคส่วนตัวของ k-jira 4 ข้อไปก่อนนะคะ อยากจะอ่านทริคของคนอื่นมั่งค่ะ
แล้ว trick tag ท่านต่อไป ขอเป็น
1. น้อง ขจิต :: นาย ขจิต ฝอยทอง
2. พี่ โอ๋ :: โอ๋-อโณ
3. พี่เม่ย :: พี่เม่ย
4. น้องมะปรางเปรี้ยว :: มะปรางเปรี้ยว
5. พี่อ๊อบ :: Miss somporn poungpratoomอา.. อยากเอาอีก แต่หมดโควต้าเสียแล้ว .... มาเล่นกันหน่อยนะคะ ^___^
สวัสดีค่ะ คุณk-jira…Tag นี้ดียี่ยมค่ะ..ทำให้ได้ทบทวนตนเองว่าอะไรที่เราคิดว่า..เป็นเทคนิคดีๆที่ค้นพบด้วยตนเองที่เพื่อนๆน่ารู้…ขอบคุณค่ะ…น่าสนุกและสร้างสรรค์…แต่ดิฉันยังเข้าระบบไม่ได้เลยตอนนี้อาจจะร่วมสนุกไม่ได้ค่ะ….อ้าว..ไม่ได้Tagดิฉันซะหน่อย..ทำร้อนตัว..อิ..อิ..
สวัสดีค่ะ
โอ้..เมื่อคืนนั่งพิมพ์ trick tag ได้นอนเอาตีห้า วันนี้เลยตื่นเกือบเที่ยงแน่ะ แหะๆ กำลังใจตุ๊มๆต่อมๆ ว่าเอ.. จะมีใครมาเล่น Trick tag กับเรามั้ยน๊อ
วันนี้พอตื่นมาก็เปิดคอมเลย
ดีใจ... ที่มีเสียงตอบรับให้
ขอบคุณมากค่า.. รักทุกคนที่สุดเลย ^__________^
............................
น้อง ขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะ คุณ กฤษณา สำเร็จ
^___^
สวัสดีค่ะ คุณ Bright Lily
^___^
สวัสดีค่ะ คุณ nidnoi
สวัสดียามเช้า (เช้าแบบเกือบเที่ยง) ค่ะ พี่เม่ย
สวัสดีค่ะ คุณ แผ่นดิน
tag อันนี้ดีมากๆ เลยครับ เขาเล่นมาก่อนหรือ k-jira คิดเองครับ อ่านจาก k-jira แล้วได้ประโยชน์มาก ข้อเรื่องแบ็คอัพเนี่ยทำให้เห็นว่า k-jira (ว้า พิมพ์ยากจัง) มีระเบียบและรอบคอบมาก เหมือนกับที่แสดงให้เห็นบน desktop เลยนะครับ
ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่า DVD ที่ว่าเราเขียนทับไฟล์ชื่อเดิมได้ไหม เพราะของผมบางทีไฟล์เดิม แต่มีแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ผมใช้ norton ghost อยู่ครับ แต่ก็จะมีปัญหาถ้า hard disk เจ๊ง อ้อ คิดได้วิธีหนึ่งครับ คือ ก็อปตัว image file มาลงใน dvd เลย ก็น่าจะเร็วดีนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ มาโนช
Tag อันนี้คิดเองค่ะ แต่อาศัยพัฒนาความคิด มาจากการเล่น Blog Tag ฉบับ original มาอีกที ถือว่าใช้แนวคิดจาก KM มาพัฒนาค่ะ ต้องขอขอบคุณระบบ KM ที่ช่วยกล่อมเกลาค่ะ ^__^
เรื่อง DVD เนี่ย เราจะไรท์ทับลงบนไฟล์เดิมไม่ได้ค่ะ สำหรับ k-jira จะใช้เทคนิคการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ไรท์ใส่ในโฟลเดอร์อีกที โดยชื่อโฟลเดอร์จะตั้งตามชื่อวันค่ะ เช่นถ้าไรท์วันนี้ก็เป็น โฟลเดอร์ชื่อ 24-02-50 แล้วถ้าไรท์ในวันเดียวกัน ก็จะเติมอักษรภาษาอังกฤษไว้ข้างหลัง แทนลำดับก่อนหลัง เช่น 24-02-50a 24-02-50b
จากนั้นก็เอาไฟล์ใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นแล้วต้องการแบคอัป หรือว่าจะใส่ทั้งกลุ่มไฟล์และโฟลเดอร์เลยก็ได้ ลงในโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นดังกล่าว
พบว่าสะดวกในการค้นหามากเลยค่ะ เพราะตัวแผ่นดิสก์ เราก็ใส่อัลบัมเรียงลำดับไว้อยู่แล้ว
ส่วนเรื่องการโกสต์ไฟล์ทั้ง HD ก็ดีค่ะ ใส่ในแผ่น DVD ได้เลย ช่างคอมชอบโกสต์ไฟล์ค่ะ เพราะมันง่ายเวลาที่จะเอาข้อมูลกลับ
แต่มีข้อเสียนะคะ คือการยกมาทั้งกะบิ ถ้าหากใน HD นั้นมีไวรัสอยู่ ก็เอาไวรัสมาด้วยนะคะ
แล้วพวกโปรแกรม พอใช้ไปสักพัก ก็อาจจะมี error มิสู้ แบคอัปเอาไฟล์มา จากนั้นลงโปรแกรมใหม่ คอมจะได้แล่นฉิวทำงานสะดวกค่ะ
อ้อ..พูดถึงเรื่องช่างคอม k-jira ไม่ค่อยชอบลงวินโดว์เองเลยค่ะ รู้สึกเสียเวลาและอารมณ์มาก แค่ลงโปรแกรมใหม่ในแต่ละครั้ง (บางโปรแกรมที่ช่างไม่มี) ก็เหนื่อยแล้ว
ดังนั้นจึงใช้บริการช่าง เป็นบริการที่เหมือนทำประกันรถยนต์เลยค่ะ อิอิ คือจ่ายให้เขาเป็นรายครึ่งปี แล้วถ้าคอมเรามีปัญหา ก็ตามเขาได้ตลอด บางทีเขาก็มาทำให้ที่ห้อง บางทีก็มายกเครื่องให้ ถ้าหากแค่แก้ไขโปรแกรม หรือฆ่าไวรัสก็ไม่ต้องต่ายอะไร แต่ถ้าต้องซ่อมเพิ่มเติมอะไหล่ ก็จ่ายแค่ค่าวัสดุอุปกรณ์ บางทีอยากต้องการอะไรใส่เพิ่มให้เครื่อง โทรถามราคา ถ้าโอเค ก็บอกเขามาใส่ให้
รู้สึกสะดวกดีค่ะ ตอนนี้ที่ใช้อยู่ ค่าบริการตก 600 บาท/ครึ่งปี (ความจริงเขาขึ้นราคาแล้ว แต่สำหรับลูกค้าเก่าอย่าง k-jira เขายังให้คงราคาเดิมค่ะ) ว่าไปแล้วก็คุ้มนะคะ บางที 6 เดือนแล้วเครื่องก็ไม่เกิดปัญหาหรอกค่ะ แต่ถือว่าเป็นหลักประกัน ที่ทำให้เราทำงานกับเครื่องคอมได้สะดวกและวางใจ ว่ามีคนช่วยดูแลเราอยู่
แต่ว่าไปแล้ว เครื่องคอมใช้ไปนานๆ ขยะของระบบจะเยอะค่ะ บางทีโปรแกรมบางอย่างที่ใช้บ่อยก็จะรวน บางทีก็มีโปรแกรมใหม่ๆเวอร์ชั่นใหม่ๆมา เราอาจจะไม่รู้ แต่ข่างเขามี
ดังนั้น k-jira จึงนิยมล้างเครื่องใหม่ทุก 6 เดือนค่ะ ถึงแม้ว่าคอมจะไม่มีปัญหาก็ตาม ทำให้คอมที่ใช้อยู่ ค่อนข้างคุณภาพการทำงานดีเลย วิ่งฉิวเหมือนวัยรุ่นสดใหม่ซิงๆ ไม่มี error อะไรให้ขัดกวนใจเวลาทำงาน แล้วก็จะมีโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆ ให้ใช้ทุกครึ่งปีด้วย
ท่านใดที่มีความรู้เรื่องช่างคอม งานอดิเรกนี้ก็น่าสนใจนะคะ เดี๋ยวนี้หลายบ้าน มีคอมพิวเตอร์เป็นของประจำบ้านกันไปหมดแล้ว เชื่อว่าคงมีลูกค้าสนใจมากมายแน่ๆค่ะ
^__^
ถ้าในด้านตัวโปรแกรมแล้ว k-jira ใช้ ghost จะง่ายดีนะครับ อย่างของผมใช้ hard 120 GB แบ่งเป็น 3 partition คือ drive C สำหรับลงโปรแกรม drive D ลงข้อมูลต่างๆ และ drive E ไว้เก็บไฟล์ ghost คือหลังจากเราล้างเครื่องและลงโปรแกรมใหม่หมดแล้วก็ ghost ตัว drive C เก็บเป็น backup ไว้ที่ drive E เลย ที่นี้วันหลังพอเครื่องแฮงค์บ่อย ช้า หรือมีไวรัส ก็เรียกเอา ghost ของ drive C ที่เรา backup ออกมาใช้ เร็วมากครับใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที ได้ widows สภาพเดิมของตอนเราลงเครื่องใหม่ ไม่ต้องมาไล่ลงทีละโปรแกรม
งานนี้ต้อง..Dek’Comscience เลยค่ะ…maintenanceคอมฯได้ก็ดีซีนะคะ…ไม่เคยมีความรู้เรื่องพวกนี้เลยค่ะ…พิมพ์อย่างเดียวเลย..ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอ มาโนช
พอดีที่เครื่องไม่มีโปรแกรมโกสต์น่ะค่ะ แต่เวลาตามช่างมา แล้วเขาล้างเครื่องลงใหม่ เขาก็จะโกสต์ไดร์ฟ C เก็บไว้ที่ ไดร์ฟอื่นเหมือนกัน เขาเคยสอนให้ค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสจำ เพราะรู้สึกยิ่งนานไป HD ในสมองมันน้อยลงเรื่อยๆ เลยยกหน้าที่นี้ให้ช่างไป อิอิ
แต่ที่ให้ลงโปรแกรมใหม่ดีกว่า เพราะอยากจะได้เวอร์ชั่นใหม่ๆน่ะค่ะ ^__^
เรื่อง HD มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ลืมบอกไป k-jira เคยโดน HD เจ๊งค่ะ ข้อมูลนิยายที่เขียนไว้ หายไป 100 กว่าหน้าคือเขียนได้ 100 กว่าหน้าแล้ว) ซึ่งพอหายไปก็คือหายเลยค่ะ เพราะจะเขียนใหม่ อารมณ์ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เสียดายมากๆเลย
ดังนั้นพอได้เครื่องใหม่ จึงขอช่างให้ใส่ HD 2 ลูกค่ะ ถ้ามีไฟล์ที่สำคัญ ก็จะแบคอัปเก็บไว้ใน HD ทั้ง 2 เลย เผื่อลูกใดลูกหนึ่งเสียหาย
แต่ต่อมา พอมี DVD drive ก็เก็บใส่แผ่น DVD แทน ในเครื่องจึงมีไฟล์เท่าที่จำเป็นต้องใช้น่ะค่ะ อันไหนไม่ได้ใช้นานๆ ก็แบคอัปเก็บ แล้วก็ลบออกไปบ้าง ให้ HD มันเบาๆ เวลาทำงานจึงทำงานได้เร็วน่ะค่ะ
^___^
พี่ กฤษณา คะ
ตอนซื้อคอมมาใหม่ k-jira โดนช่างคอมแซวทุกครั้งที่โปรไปหาว่า " คราวนี้ซนอะไรอีกล่ะคะพี่" (ตอนนั้นเป็นช่างประจำตัวที่ร้านซึ่งซื้อคอมมาค่ะ ตามบ่อยจนสนิทกันไปเลย ซึ่งเขาก็บริการดีมาก)
แต่ก็ยอมที่จะพลาดผิด เพื่อให้เกิดการเรียนรู้น่ะค่ะ เพราะผิดครั้งแรกแล้ว เราก็จะจำได้ แล้วจะไม่ได้พลาดเป็นครั้งที่สอง (ยกเว้นพลาดเรื่องอื่นใหม่ เป็นครั้งแรก อิอิ)
^________^