" Ask not what your country can do for you,but what you can do for your country." " จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวท่านเองว่าจะให้อะไรประเทศชาติของเราได้ บ้าง" ถ้านำมาใช้ในระดับหน่วยงานให้แคบลง จงอย่า ถามว่าหน่วยงานจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวท่านเอง ว่าจะให้อะไรแก่หน่วยงานของเราได้บ้าง วรรคทองของ John F. Kennedy นี้มีความ เหมาะสมไว้ให้คิดสะกิดใจในการทำงาน หากเราลดละ การทำงานที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนตนมากเกินไปก็เป็นหน ทางที่ทำให้ไม่สง่างาม ยามนี้คิดถึงบันทึกในอดีตที่มีคน ถามคึกฤทธิ์ว่า หากมีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วน ตนกับประโยชน์ส่วนรวมควรจะเลือกสิ่งใด คึกฤทธิ์ ได้ ตอบว่า ผู้ที่เลือกประโยชน์ส่วนตนนั้นเหมาะที่จะเป็นพ่อ บ้าน ผู้ที่เลือกประโยชน์ส่วนรวมนั้นเหมาะที่จะเป็นพ่อ เมือง
ข้อคิดคิดดีๆจาก ผอ.ถ้าในสังคมไทยเป็นอย่างก็ดีค่ะแต่บางครั้งสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยในสังคมไทยส่วนใหญ่เห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม บางครั้งทำอะไรให้กับส่วนรวมแต่กับมองข้ามจึงทำให้เกิดความท้อแท้ แต่จะไม่ท้อถอยจะทำความดีต่อไป
สุขแท้พึงมีในความสงบ
• ความสุขที่หวังว่าจะได้จากผู้อื่น นั้นเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง เพราะผู้อื่นที่จะสนองความสุขแก่เรานั้นเขายย่อมพิจรณาเหมือนกันว่า เป็นความสุขความพอใจของเขาด้วยหรือไม่ เขายังต้องพิจารณาถึงเงื่อนไขทางสังคมอีกด้วย เกียรติของเขา อนาคตของเขาย่อมสำคัญกว่าความสุขของเรา
• ตัวเราเองเท่านั้น ที่จะมองเห็นความสุขของเรานั้นสำคัญ คนอืนหาคิดอย่างเราไม่ การหวังความสุขจากผู้อื่นจึงเป็นการทรมานอย่างหนึ่ง ทางที่ดี คือเลิกหวังเสียดีกว่า พยายามมองหาความสุขจากการสงบใจ ซึ่งหาได้ง่าย ประณีตมั่นคง และปลอดภัยกว่า
• ขอให้ผู้มุ่งหวังความสุขที่แท้จริง พึงแสวงหาความสุขจากการสงบใจเถิด จะไม่ผิดหวัง ถ้าจะผิดหวังก็ตรงที่สงบใจไม่ได้สักทีคอยจะฟุ้งซ่าน อยากได้ความสุขจากผู้อื่นอยู่ร่ำไป
ประโยคที่ว่า “หากมีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วน ตนกับประโยชน์ส่วนรวมควรจะเลือกสิ่งใด” ตอบว่า ผู้ที่เลือกประโยชน์ส่วนตนนั้นเหมาะที่จะเป็นพ่อ บ้าน ผู้ที่เลือกประโยชน์ส่วนรวมนั้นเหมาะที่จะเป็นพ่อ เมือง
เป็นประโยคคำถาม และคำตอบที่ ดีมากๆๆๆๆๆ แต่ความเป็นจริงประโยชนต์ส่วนตนนั้นทิ้งได้ทั้งหมดไหม …คงไม่ได้ทั้งหมด….แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดและทำพอดูงาม ไม่ใช่เห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นส่วนใหญ่..ฝักใฝ่แต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก…..ช่องทางไหนได้ประโยชน์ฉันรู้หมด แต่ช่องทางที่ทำให้เกิดผลงานมีน้อยนิด… น่าจะลองถามตนเองว่า….ทำงานเพื่อเป็นพ่อบ้าน หรือ เป็นพ่อเมือง…..ฝากให้ท่านที่กำลังคิดถึงประโยชน์ที่พูดถึง..นำไปคิดบ้างนะ… ข้อคิดต่อ……เรื่องประโยชน์ส่วนตน ถ้าลูกน้องคิด….ก็ต้องอยู่ในความดูแลควบคุมของเจ้านาย…..ถามว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน..น้อยมาก แต่ถ้า…. เจ้านายคิด..มีอำนาจที่จะพึงกระทำได้…ถามว่า…..ใครจะห้าม…. แต่ถ้า…ทุกคน เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว อะไรต่างๆก็น่าจะดูดีนะ และคำจำกัดความนี้ก็น่าจะเป็นคำจำกัดความที่น่าจะใช้ได้นะ
ถ้าเลือกทั้ง 2 อย่าง เป็น อดีต พ่อเมือง หรือเปล่าคะ
เป็นข้อความที่ดีมากเลยค่ะ
เป็นข้อความที่พูดแล้วกินใจมากเลยครับ...
ผมชอบความคิดของคุณ H5N1 นะ เหมาะสมและรุ่มลึกดี สำนวนก็ไทยแท้
อย่างที่ทราบคนส่วนใหญ่รู้ว่า
.....เมื่อเห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม คาดการณ์ได้ว่าฝนจะตกในไม่ช้า
.....ลูกมะม่วงที่อยู่บนต้น อีกไม่นานก็จะสุก
.....ถ้าทำงานไม่เสร็จตามเวลา ย่อมถูกหัวหน้างานตำหนิ
.....ถ้ารัฐบาลดำเนินนโยบายเช่นนี้ ในทางทฤษีแล้ว ผลที่ออกมาน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย
ลองคิดดูบ้างเป็นไร
เมื่อถึงที่สุด
แล้ววันหนึ่ง
เราจะพบเส้นทางเล็ก ๆ มากมายที่งดงาม
แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางอย่างยาวนาน
เมื่อท่านเป็นผู้รับมากกว่าผู้ให้
ขอบคุณคะในทัศนะสอนใจที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
หากมองถึงปัญหา…ทั้งสองด้านล้วนแล้วแต่สำคัญทั้งนั้น … หากอยู่กับครอบครัวแต่มุ่ง แต่งาน เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า ก็จะเกิดปัญหาครอบครัวขึ้น หากแต่อยู่ที่ทำงานแล้วมุ่งหาแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ก็เกิดปัญหาเช่นกัน ดังนั้นเราควรหันมามองถึงสาเหตุและการแก้ปัญหาเพื่อรักษาทั้งสองอย่างให้สมดุล เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ เราควรจัดสรรเวลาให้ถูกต้องและเหมาะสมกับทุกๆ บทบาท ความเอาใจใส่ก็ควรให้เป็นเวลา เวลาใดควรเอาใจใส่เรื่องใด แค่เราจัดการกับตัวเองได้ เราก็จะมีความสุข ครอบครัวมีความสุข และก็จะทำงานอย่างมีความสุขนะคะ
ขอขอบคุณทุกข้อความที่ทำให้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนการเรียนรู้ ส่วนการที่คนเรามีมุมมองในทิศทางที่เป็นบวกก็จะนำไปสู่การมองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดีจะมองเห็นโอกาสในทุกวิกฤต ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองเห็นวิกฤตในทุกโอกาส เพราะฉนั้นอย่ากลัว จงกล้าที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี และนำมาสู่การสร้างสรรค์ผลงาน กศน. ต่อไป
เห็นด้วยกับข้อความนี้คะ ขอบคุณนะคะที่ให้ข้อคิดที่ดี
ก็......ทุกอย่างก็ต้องเดินสายกลาง.........นั้นแหละค่ะ