เคยเข้าร้านขายยามั้ยครับ

คุณรู้มั้ยครับว่าร้านขายยามีกี่แบบ คำตอบง่ายๆคือ "หลายแบบ" แต่ผมจะแยกให้เห็นชัดๆดังนี้

1. ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ และมีเภสัชกรทำหน้าที่ตลอดเวลาปฎิบัติการ (เวลาที่ระบุบนป้ายแสดงชื่อผู้ปฏิบัติการ พร้อมเวลา)

2. ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ แต่ไม่มีเภสัชกรประจำในช่วงเวลาปฎิบัติการ หรือไม่อยู่เลย แต่ขายโดยเจ้าของร้านหรือบุคคลอื่น

3. ร้านขายยาหมอตี๋ (ร้านที่ไม่มีเภสัชและไม่เคยจะมี) หรือ ร้านข.ย. 2

วิธีสังเกตร้านที่ต้องมีเภสัชประจำ (แต่จริงๆอาจจะไม่มีอยู่) ให้สังเกตป้ายที่ระบุว่า "ร้านขายยาแผนปัจจุบัน" เป็นร้านที่ต้องมีเภสัชกรประจำครับ ส่วนร้าน ข.ย.2 หรือร้านหมอตี๋ (ไม่มีเภสัชกรประจำ) จะมีป้ายระบุว่า "ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จ"

แต่ปัจจุบันพบว่าร้าน ข.ย. 2 ขายยาทุกชนิดรวมถึงยาอันตรายด้วย ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งครับ เพราะอะไรผมจะยกตัวอย่างให้เห็นครับ

เย็นวันหนึ่งที่ร้าน มีลูกค้า ญ คนหนึ่งเข้ามาถามซื้อยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด แบบที่สตรีให้นมบุตรรับประทานได้ แต่ประจวบกับที่ร้านยาชนิดนี้หมดพอดี ด้วยความที่ผมหวังดีกับลูกค้า ไม่อยากให้ขี่รถจักรยายยนต์ไปซื้อร้านเภสัชที่ไกลออกไป ผมแนะนำให้ลูกค้าไปถามซื้อที่ร้าน ข.ย.2 (ร้านหมอตี๋) ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล

จากนั้นประมาณ 5 นาที เธอเดินผ่านหน้าร้านผมและหยุดคุยกับเพื่อนที่รถหน้าร้านผม ผมสังเกตเห็นในมือถือยาคุมมาด้วย แต่ไม่ใช่ชนิดที่ผมต้องการให้เธอใช้ ผมจึงเรียกเพื่อสอบถาม จึงได้ความจริงว่า ร้าน ข.ย.2 ดังกล่าวขายยาคุมกำเนิดชนิดที่ไม่สามารถใช้กับคนให้นมบุตรได้มาให้ แถมขายให้ 2 แผง และบอกเธอว่าใช้ได้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

ผมเกิดอาการโมโหมากทีเดียว แต่ต้องสงบใจเอาไว้ เพราะเภสัชต้องรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด (อ้าวๆๆไปกันใหญ่) แต่ผมพยายามให้คำอธิบายเธอว่า ยาดังกล่าวไม่มีอันตรายจริง แต่ไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากจะทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง จนไม่สารถให้นมบุตรได้ตามเดิม และแนะนำให้ไปซื้อที่ร้านเภสัชที่ไกลออกไปจนได้

เหตุการณ์นี้ทำให้พบเข้าใจทันทีว่า ทำไมอาจารย์ที่มหาลัยจึงพร่ำสอนเราเสมอว่า เภสัชต้องไม่แขวนป้าย (การให้ผู้อื่นยืมชื่อเพื่อเปิดร้านขายยา) สอนว่าเภสัชต้องดูแลร้านลอดเวลาทำการ

ไม่ใช่เพียงเราต้องทำตามหน้าที่เท่านั้น แต่การกระทำดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการทางสุขภาพที่ดีขึ้น เหมาะสม และปลอดภัย (แต่ต้องเป็นร้านเภสัชที่หมั่นหาความรู้นะครับ) และย้อนกลับมาสร้างให้วิชาชีพเภสัชกรรมเป็นวิชาชีพที่ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น เช่นเดียวกับในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา เป็นต้น

ผมไม่ได้บอกว่าร้านผมดีกว่าร้านอื่น หรือร้าน ข.ย. 2 แย่ทุกร้าน แต่ผมกำลังต้องการบอกว่า เราต้องทำเฉพาะในขอบเขตที่เหมาัะสม และถูกต้องเท่านั้น ข.ย.2 ขายได้แต่ยาบรรจุเสร็จ ก็ทำตามนั้น เท่านี้ทุกอย่างจะชัดเจน

แล้วต่อไปนี้คุณจะถามร้านที่คุณกำลังซื้อยามั้ยว่า "เภสัชกรอยู่มั้ยครับ" หรือสังเกตป้ายแสดงผู้ปฎิบัติการ แล้วถามหาเภสัชกรคนนั้น ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อคุณเองครับ