จากบันทึกประสบการณ์ร้อนตอน1 และ2 ปัจจุบันประสบการณ์จากการทำงานห้องปฏิัิบัติการนอกเวลา(จำเป็น)ก็หายร้อนซะแล้ว เพราะนี่ก็ล่วงเลยมาครบสัปดาห์พอดิบพอดี  แต่ผู้เขียนยังติดค้างคาใจกับความรู้สึกที่หลายท่านบอกกับผู้เขียนว่าแล้วจะ "ติดใจ"

อย่างอื่นขอบอกก่อนเลยว่าอยู่เวรนอกเวลามีข้อดีแน่ ๆ นอกจากได้สตางค์แล้ว ผู้เขียนยังได้

  • พบปะผู้คนในภาค อย่างน้อยก็ 8 คนแน่ ๆ ที่อยู่รวมกันจากหน่วยต่าง ๆ กับเวลาที่ใช้ร่วมกัน 8 ชั่วโมง อย่างน้อยเราก็ได้คุย คุ้ย คุยกันบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะช่วงแรกจะคุยมากหน่อย แต่พอช่วงหลังชักติดพัน แต่ละคนก็วุ่นอยู่กับงาน งานและงานของตัวเอง
  • ได้เรียนรู้การทำงานเพิ่มขึ้น แม้เราจะปฏิบัติงานด้านเคมี แต่เครื่องไม้เครื่องมือก็ใช่ว่าจะเหมือนกันซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั่น เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ หรือแม้แต่ระบบโปรแกรมของการทดสอบก็ใช่ว่าจะเหมือนกันซะทีเดียว พบข้อดีและข้อเสีย เห็นความเหมือนและความแตกต่างในการทำงาน
  • ได้ทานอาหารฟรี สำหรับผู้เขียนไม่ได้ทานอาหารเวรมานานหลายปี ก็รู้สึกว่ารสชาดอร่อยดี วันนั้นเป็นข้าวผัดปูกับต้มยำทะเล
  • ได้นำมาเขียนบันทึก ไม่น่าเชื่อตัวเองเหมือนกันอยู่เวรนอกเวลาแค่ 8 ชั่วโมงเองเขียนไป 3 บันทึก(รวมบันทึกนี้) จริง ๆ แล้วเกรงใจตัวเองอยู่เหมือนกัน และพยายามเขียนอย่างรวบรัดที่สุด

ผู้เขียนตั้งใจว่าหากมีเวลาจะขอเรียนรู้การทำงานของเพื่อน ๆ ต่างหน่วยงานบ้าง แต่ที่ไหนได้ "ตัวเกือบเป็นเกลียวหัวเกือบเป็นน๊อต" หากติดเครื่องนับระยะทางไว้ที่ขาก็ดีคงได้หลายโล (ระยะทาง)อยู่ จะว่าไปงานไม่เยอะแต่หลั่งไหลมาเรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย เหมือนแม่น้ำเ้จ้าพระยาประมาณนั้น ของเก่าไม่ทันออกผล ของใหม่ก็มาทีละราย สองราย ผู้เขียนชอบแบบว่า มาเป็นกอบเป็นกำ มากกว่าเพราะสะใจดี แม้ทำไปทำมาชักคุ้นและชำนาญมากขึ้น 

เอาเป็นว่าผู้เขียนขอเล่าด้วยภาพและเชิญชมห้องปฏิบัติการนอกเวลา แม้ไม่มีตัวประกอบกับการทำงานของผู้เขียนหรือใคร ๆ ที่อยู่เวรปฏิบัติการนอกเวลา


จุดนี้รับสิ่งส่งตรวจร่วมกันทุกหน่วย ไม่ว่าจะหน่วยโลหิต หน่วยเคมี หน่วยจุลชีววิทยาและหน่วยจุลทรรศน์ศาสตร์ สำหรับการส่ง โดยมีหน้าต่างเล็ก ๆ รับส่งสิ่งส่งตรวจดังภาพข้างล่าง  

จากจุดรับสิ่งส่งตรวจเมื่ออ่าน Barcode แล้วก็หันหลังมาให้ Lab. No. ด้านหลังโดยมีโต๊ะสำหรับวาง Sticker Lab. NO.ดังภาพข้างล่าง

 เดินอ้อมโต๊ะมาอีกด้าน จะมีจุดรับสิ่งส่งตรวจจากท่อลมทั้งสองแบบ โดยแบบด้านขวาผู้เขียนคุ้นเป็นอย่างดีเพราะที่ห้องเค็มเรา็มี แต่ด้านซ้ายที่เป็นท่อสีเทา เป็นท่อที่ต่อตรงมาจากคลินิกฉุกเฉิน ซึ่งระบบค่อนข้าง Soft มาก และถ้าไม่สังเกตุแทบจะลืมไปเลย ผู้เขียนก็เพิ่งได้รับและได้ใช้เป็นครั้งแรก โดยมีพี่เจี๊ยบเป็นคนสอนให้ ง่ายมาก ๆ  

ดังที่บอกว่า Lab. นอกเวลารวมกันหลายหน่วย ที่เห็นไกล ๆ ซึ่งเป็นปีกซ้ายของห้องจากหน้าต่างรับสิ่งส่งตรวจเป็นของหน่วย Hemato 

 และพื้นที่เคาน์เตอร์ของปีกขวาเป็นพื่้นที่ของหน่วย Micros. หรือจุลทรรศน์ ซึ่งผู้เขียนแอบอิจฉาเล็ก  ๆ เพราะมันใกล้กับจุดรับสิ่งส่งตรวจเหลือเกิน

และ่จากหน้าต่างที่ลึกเข้าไปเป็นพื้นที่ของหน่วยเค็มเรานี่เอง ซึ่งบอกตามตรงจากการสัมผัสการทำงานพบว่า หน่วยเคมีเราใช้ระยะทางไกลกว่าชาวบ้าน เพราะรับสิ่งส่งตรวจด้านหนึ่ง หันหลังมาให้ Lab. NO. แล้วเดินไปปั่นและลงทะเบียน เตรียมสิ่งส่งตรวจอีกฟากหนึ่งทีเดียว ดังภาพข้างล่าง

 จากภาพด้านบน ยังมีหน่วยจุลชีววิทยาแอบอยู่ใกล้กันกับหน่วยเคมีด้านขวามือจากภาพ และหลังจากปั่นแยกสิ่งส่งตรวจแล้วด้านซ้ายมือจะเป็นที่วางของเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ  Hitachi 912 (ภาพล่าง)ซึ่งการใช้ก็พบความเหมือนในความแตกต่าง ผู้เขียนเพิ่งอยู่เป็นวันแรกเลยยังไม่กล้าลองโดยใช้ Primary Tube แต่พบว่าผู้เขียนไม่ชอบระบบการ Print out ของเครื่องพิมพ์เลย เพราะพิมพ์ช้ามาก ทั้ง ๆ ที่จากหน้าจอมอนิเตอร์ผลออกแล้วก็ตาม 

      <p> และภาพข้างล่างก็เป็นจุดเตรียม และเครื่องปั่นรวมถึงเครื่องสำหรับการทดสอบ Osmolality และวันที่ผู้เขียนอยู่เวรอย่างที่บอกไม่มีแอร์ใช้ เครื่อง Osmolality จะไม่ Freeze ซึ่งผู้เขียนต้องงัดกลยุทธ์เคล็ดลับหรือฟลุ๊กก็ไม่ทราบกว่าจะสำเร็จ </p><p> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/063/410/original_ER5.JPG?1352523806" border="0" width="400" height="300"></p> <blockquote><p><span style="background-color: #ccffff">แต่ถ้าถามว่า</span><strong style="background-color: #ccffff">"ติดใจ"</strong><span style="background-color: #ccffff">มั๊ย ? บอกตามตรง ก็ </span><strong style="background-color: #ccffff">"ติดใจ" </strong><span style="background-color: #ccffff">ค่ะ  แต่ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่อยู่ เพราะเห็นใจคนที่อยู่ทำงานร่วมกับเรา เพราะกลัวเขาจะเหนื่อยกว่าปกติ แต่ที่แน่ ๆ "ติดใจ" ไม่เท่าไรแต่ "ติดละคร" แน่ ๆ หลังจากวันนั้นระหว่างทำงานไปด้วยก็ได้ดูละครไปด้วยตามคำชักชวนของพี่เจี๊ยบ พบว่าหลังจากนั้นคืนวันเสาร์-อาฑิตย์ผู้เขียนก็ยังเฝ้าดูละครเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ จากเดิมที่ผู้เขียนไม่เคยดูละครเลย แต่ผู้เขียนพบว่าไม่ว่าปริมาณงานก็ดี หรือจะได้ดูหนังดูละครก็ดี แต่สิ่งเหล่านี้เป็นการฆ่าเวลาได้อย่างดี วันหลังถ้ามีโอกาสได้อยู่อีกจะหยิบหนังสือไปอ่านสักเล่ม (แต่ก็ไม่ทราบว่าจะได้อ่าน เอ๊ย !อยู่อีกรึเปล่า)</span><br> </p></blockquote>