จริงๆแล้วไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอกที่จะพบนักเรียน ครูอ้อยกับนักเรียนพบกันบ่อยมาก แต่พูดเป็นทางการ หมายถึง นักเรียนจะพบกับครูอ้อยในชั้นเรียนของตนเอง เป็น...ครั้งสุดท้ายก่อนสอบปลายปี
การพบครูอ้อยในชั้นเรียนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการสอบปลายปีนั้น มีความหมายมาก เพราะครูอ้อยต้องการปัจฉิมนิเทศเพื่อส่งตัวนักเรียนขึ้นชั้น ป.5 ด้วย
ครูอ้อยสั่งสอนอบรมนักเรียน และแนะนำนักเรียนในการเรียนชั้น ป.5 ให้นักเรียนด้วย
การพูดของครูอ้อยนั้น เหมือนกับการคุยกับนักเรียน ดูๆแล้ว นักเรียนจะมีความสุขมาก เพราะตาละห้อย และไม่ซุกซนแบบทุกวัน
แบบฝึกที่นักเรียนได้ทำในชั่วโมงสุดท้ายที่มีความหมายนี้ มี 10 ข้อ เหมือนกับการเขียน Dictation แต่กว้างกว่า นักเรียนมีสิทธิคิดเขียนคำศัพท์ได้กว้างกว่าครูกำหนด
เช่น จงเขียนคำศัพท์อะไรก็ได้ที่ขึ้นต้นด้วย a นักเรียนจะถามครูอ้อยทันทีว่า คำนาม หรือ คำกริยาก็ได้ใช่ไหมครับ นักเรียนถามเพียงเท่านี้ ครูอ้อยก็ดีใจแล้ว ที่นักเรียนรู้จักคำนามและคำกริยา โดยไม่นำมารวมกัน
ครูอ้อยอยากให้นักเรียนมีโลกทัศน์กับคำศัพท์กว้างๆ จึงกำหนดโจทย์บังคับว่า.... จงเขียนคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย S ที่อยู่ในโรงเรียนนี้ และมี ตัวอักษรมากกว่า 5 ตัว..มองหน้านักเรียนแล้ว..คิดกันอย่างสนุกสนาน คิดอย่างเดียวไม่พอ..เธอ..เขียน ครูอ้อยเดินดูที่เธอเขียน ส่วนใหญ่เขียนได้ถูกต้อง
เมื่อนักเรียนเขียนได้ครบ 10 ข้อแล้ว ครูอ้อยจึงสรุปว่า...การเรียนในชั้น ป.5 นั้นเป็นแบบนี้ ต้องฝึกการคิด แล้วนักเรียนจะคิดไม่ออก หากนักเรียนไม่อ่าน
ดังนั้น วันนี้ตอนเย็น หรือ วันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ก่อนสอบ นักเรียนต้องทบทวนคำศัพท์ในหนังสือเรียน...
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นกุศโลบายให้นักเรียนอ่านหนังสือของครูอ้อย.....นั่นเอง