เมื่อวันที่ 3 และ 4 กุมภาพันธ์ 2550 ได้มีโอกาสร่วมเป็นวิทยากรในการสัมมนาเข้มสำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาเอก ชุดวิชา สัมมนาประเด็นและปัญหาเพื่อการวิจัยทางบริหารการศึกษา ณ ที่ทำการ มสธ.

จากการสัมมนาในครั้งนั้น มีข้อสังเกตให้คิดได้ว่า นักศึกษาในระดับปริญญาเอกกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ (หากไม่ใช่ทุกคน) มีระดับพื้นฐานด้านการศึกษา การคิดวิเคราะห์ (critical thinking) และการคิดแก้ปัญหา (problem solving) ที่ดีพอสมควร และในระดับที่ใกล้เคียงกัน จึงมีผลทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ แม้จะมาจากต่างที่ ต่างถิ่นกัน แต่ก็สามารถเข้ากันได้เป็นหนึ่งเดียวในระยะเวลาที่สั้น ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากระบบการคัดเลือกนักศึกษาของ มสธ. ที่ได้มีการเชิญนักศึกษามาเข้าสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล โดยใช้เวลาในการสัมภาษณ์โดยเฉลี่ยรายละประมาณ 30 นาที ทำให้คณาจารย์ผู้สอนทั้ง 8 คนได้มีโอกาสทำความรู้จัก และศึกษาอุปนิสัยใจคอ และระดับความคิดขั้นพื้นฐานของผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ แล้วจึงประชุมปรึกษาถึงระดับศักยภาพของผู้เข้าสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล เพื่อคัดเลือกไว้แต่เฉพาะผู้ที่สามารถแสดงออกถึงศักยภาพทางการศึกษาในระดับที่ไม่น้อยกว่าความคาดหวังขั้นต่ำของแขนงวิชาบริหารการศึกษา มสธ.

ผลจากการสัมมนาเข้มในครั้งนี้ ยังได้พบอีกว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีค่านิยมในการมองปัญหาในระยะสั้น และเป็นเชิงวัตถุ มากกว่าการมองปัญหาแบบระยะยาว หรือมองปัญหาในเชิงแนวคิดหรือหลักปรัชญาแห่งการเกิดของปัญหา และด้วยหลักการ วิธีการ และทฤษฎีที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อน นักศึกษามักมองข้ามหลักการ แนวคิด หรือทฤษฎีขั้นพื้นฐานที่จะใช้อธิบายจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ หรือปัญหาเหล่านั้นไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ นักศึกษายังมักสนใจไปที่ตัวอาการของปัญหา (symptom)  มากกว่าจะมองไปที่ตัวปัญหาที่แท้จริง การพยายามเข้าไปแก้ปัญหาจึงมักผิดพลาด หรือไม่ตรงประเด็น นักศึกษาบางท่านถึงกับกล่าวว่า การปฏิบัติที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้กับทฤษฏีเป็นคนละเรื่องกัน ไม่มีความเชื่อมโยงถึงกันแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ก็คือ การช่วยให้นักศึกษา ซึ่งมีพื้นฐานเดิมดีเป็นทุนอยู่แล้ว ได้มีโอกาสปรับแต่งแนวความคิด วิธีการคิดวิเคราะห์/สังเคราะห์ หรือการเข้าถึงปัญหาในรูปแบบใหม่ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา และนำไปปฏิบัติในองค์กรต่อไป การสัมมนาในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดีครั้งหนึ่งที่เดียว A+ จึงน่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการสัมมนา แต่ยังไม่รวมถึงรายงานที่นักศึกษาได้ทำมานำเสนอในวันนั้น...