<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมานั้น ตั้งใจจะอธิบายความคิดจริงๆของผมในการเขียน แต่ไม่ได้คาดหวังว่าใครจะอ่านแล้วเข้าใจว่าความคิดจริงๆของผมคืออะไร แต่ก็ขอเขียนเล่าไปตามความเป็นจริง ว่าที่ผมคิดเป็นอย่างนั้นจริงๆไม่เคยคิดจะดูถูกใครแต่ประการใดทั้งสิ้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นเหตุมาจาก เมื่อผมสอนหนังสือ ผมชอบใช้วิธีการ story telling ให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจบริบทของเรื่องและตัวละคร ที่จะทำให้ได้บทเรียนต่างๆ แล้วแต่คนฟังแต่ละคนจะ “in” กับเรื่องที่เล่า และจับประเด็นสำคัญได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือ การติดตามเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ แต่บางทีการฟังการเล่าก็อาจถูกขัดจังหวะ ทั้งด้วยปัจจัยภายในและภายนอก ที่ทำให้ไม่เกิดอาการ “in” กับเรื่อง เลยอาจทำให้สรุปเรื่องแบบแยกส่วน จนทำให้จับประเด็นไม่ถูกต้องได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่นเรื่องกระต่ายกับเต่าวิ่งแข่งกัน คนที่ฟังตลอดก็จะสรุปตามเป้าหมายว่า การมุมานะก็อาจทำให้ทำงานสำเร็จทั้งที่ความสามารถด้อยกว่า </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่คนฟังบ้างไม่ฟังบ้าง หรือฟังเฉพาะตอนจบก็จะบอกว่า </p> <ol style="margin-top: 0cm">
</ol><p> นอกจากสมาธิการฟังเรื่องเล่าจะสำคัญแล้ว กระบวนทัศน์ของผู้เล่าและผู้ฟังต้องปรับให้สอดคล้องกันด้วย ไม่งั้นภาพที่มองจะเป็นคนละเรื่องกันเลย </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่นเมื่อต้นปีที่แล้วผมไปช่วยงานพัฒนากลุ่มเกษตรกรที่ประเทศ สปป. ลาว ผมแทบเอาตัวไม่รอด เพราะคนลาวเขาเจ็บปวดมากับระบบ “กลุ่ม” และระบบ “สหกรณ์” ซึ่งสื่อความหมายว่าเป็นระบบ “นารวม” ที่เขาต่อต้านกันอยู่ในใจ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กว่าจะอธิบายได้ ต้องใช้เวลาตั้งนาน ว่าไม่ใช่กลุ่มนารวมอย่างนั้น แต่เป็นกลุ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทุกคนยังทำเกษตรในพื้นที่ของตัวเองเหมือนเดิม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> บางทีประสบการณ์และความสนใจก็เป็นประเด็นสำคัญ </p><p>เช่นเมื่อสักสองเดือนมาแล้ว ผมพยายามพัฒนาความคุ้นเคยผ่านบล็อกกับ ดร. จันทวรรณ ในจังหวะที่ท่านนำเสนอเรื่อง Javascript </p><p>โดยผมพยายามทำความเข้าใจว่า Javascript ในเชิงภาษาศาสตร์นั้นมันมีที่มาอย่างไร แต่ท่านก็พยายามจะตอบผมในนามของ ภาษาคอมพิวเตอร์ และแนะนำให้ผมไปอ่านตาม link ต่างๆ ผมก็ไปอ่านทุกอันที่ท่านแจ้งมา </p><p>ผมก็ยังไม่ได้คำตอบว่า Javascript มันเกี่ยวกับภาษา Java (เกาะชวา) และประเทศอินโดนีเซียอย่างไร ผมถามวนไปวนมาตั้งหลายรอบ </p><p></p><p>ในที่สุดท่านก็ตอบมาว่า คนที่คิดภาษานี้ ชอบกินกาแฟจากชวา ซึ่งผมก็หาข้อมูลดังกล่าวไม่เจอ แต่ก็เชื่อไว้ก่อน ทั้งๆที่ไม่ทราบว่าเป็น Joke หรือเรื่องจริงจนถึงวินาทีนี้ </p><p></p><p>ดังนั้นการเล่าเรื่องที่จะทำให้เราเข้าใจตรงกันนั้น บริบท กระบวนทัศน์ และความสนใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เรา Share joke กันได้แบบ seamless </p><p>(ผมขอโทษที่ใช้ภาษาอังกฤษ กันการตีความหมายผิดครับ) </p><p></p><p>การใช้ภาษาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้ดี เช่นคำว่า Watchdog ตอนนี้ผมไม่กล้าแปลเป็นภาษาไทยแล้วครับ เพราะแปลครั้งเดียวก็สาหัสแล้ว</p><p> ในต่างประเทศ พอพูดถึงสัตว์เลี้ยงแล้วเขาจะยกย่องสัตว์ชนิดนี้ เทียบเท่าหรือเหนือกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ เลี้ยงดูอย่างดี และบางทีก็เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน กินนอนด้วยกัน บางทีก็ไว้เฝ้าบ้าน แต่นิสัยสัตว์ชนิดนี้จะรักของ และซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ จะคอยดูแลสิ่งต่างๆแทนเจ้าของ ที่เรียกว่า Watchdog จนมึกลุ่มคนไทยเอาชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อบริษัทที่ทำงานด้านการติดตามตรวจสอบการพัฒนาประเทศ ที่ถือเป็นการ ยกย่อง คนที่ทำความดี ดูแลความเรียบร้อยของชุมชนในสังคม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทีนี้ใน gotoknow ก็มีทีมที่ทำงานแบบนี้ อยู่เพื่อดูแลความเรียบร้อยของระบบ แบบ watchdog แต่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่นี้เพียงอย่างเดียว ยังทำงานพัฒนาระบบให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หน้าที่ดูแลระบบ ก็เป็นงานหนึ่งที่ทำอย่างจริงจัง เปรียบเสมือน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“Watchdog” ของระบบ ใครมาทำอะไรผิดหลักการและนโยบาย จะได้รับการจัดการและดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ระบบเป็นไปตามเป้าประสงค์ของประเทศ สังคม และหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ที่เป็นฝ่ายกำหนดนโยบายมาว่าจะให้ใครเข้า มาทำอะไร หรือไม่ให้ใครเข้ามา </p><p>แต่พอผมแปลคำนี้เป็นภาษาไทยเท่านั้นละครับ เป็นเรื่องเลยละครับ มีการเรียงหน้าปูพรมมาที่ผมเป็นทีมแบบกองทัพมดแดงเลยครับ </p><p>และผมก็เลยเพิ่งได้ความรู้ว่า นอกจาก ดร. จันทวรรณ แล้วยังมี ดร. ธวัชชัย และดูเหมือนจะมีคุณโอ๋-อโณ ด้วย </p><p>นี่เท่าที่เห็นนะครับ </p><p>ยังมีคนไม่แสดงตน บอกแต่ว่า “รับไม่ได้” ที่ผมแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย รู้ยังงี้ไม่แปลก็คงจะดีกว่า </p><p>หรือแม้ไม่แปล ผู้อ่านก็อาจจะไปแปลคำนี้จากบริบทภาษาอังกฤษที่ "ยกย่อง" ให้เป็นบริบทของภาษาไทยที่เป็นการ “ดูถูก” อีกเหมือนเดิม </p><p>เรียกว่างานนี้ไม่มีทางรอดแน่ เลิกใช้คำอุปมาอุปไมยไปเลยเห็นท่าจะดีกว่า </p><p></p><p>เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ใครคิดว่าตนรู้สึกว่าตนเสียหายจากการแปลคำว่า Watchdog เป็นภาษาไทย แสดงตัวมาให้หมดเลยทีเดียวครับ จะรับได้ไม่ได้ไม่ว่ากัน เพราะผมไม่มีเจตนาร้ายกับใครอยู่แล้ว </p><p>ผมจะได้ขอโทษซะให้ครบหน้ากัน แล้วเราจะได้ทำงานพัฒนาการจัดการความรู้ด้วยกันอย่างเข้าใจกันต่อไป กินแหนงแคลงใจกันไปไม่เห็นจะมีใครได้ประโยชน์สักคน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตอนนี้ผมขอโทษในความผิดพลาดของผมต่อ ดร. จันทวรรณ น้อยวัน เป็นหลักก่อนนะครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ส่วน ดร. ธวัชชัยนั้นผมไม่เคยกล่าวหรือคิดถึงท่านในมุมนี้เลย เพียงเข้าใจว่าเป็ผู้ช่วย ดร. จันทวรรณ (ตำแหน่งอะไรก็ไม่ทราบจริงๆครับ) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เมื่อท่านแสดงตัวออกมาผมก็ขอโทษด้วยก็แล้วกัน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และผมไม่แน่ใจว่าคุณโอ๋-อโณ นี่เกี่ยวกับทีมผู้ดูแลระบบอย่างไร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่ทราบจริงๆครับ ถ้าใช่และโดนพาดพิง ก็ขอโทษด้วยครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>(แต่ผมจำได้ว่า ผมไม่เคยพาดพิงถึงคุณโอ๋-อโณ แม้แต่ครั้งเดียวนะครับ- ที่ลบความเห็นออกตอนเย็นวานเพราะสิ่งที่ท่านกล่าวนั้นไม่เป็นจริง อาจทำให้เกิดความสับสนกับผู้อ่านทั่วไปและไม่เป็นประโยชน์กับใครเลยครับ โดยเฉพาะที่บอกว่าผมไม่เคารพคนอื่น ก็เลยขอลบ และได้อธิบายไว้ใน email แล้วครับ) </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การขอโทษนั้นไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ ผมจะเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ ไม่พาดพิงถึงท่านในฐานะผู้ดูแลระบบอีกต่อไป แต่ในฐานะบุคคลทั่วไปอาจจะเลี่ยงยากครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(เช่นพูดว่าคนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก ยังไงก็โดนท่านแน่นอนครับ) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>และถ้าผมพลาดจนทำให้ท่านหงุดหงิดคราใดก็กรุณาเตือนด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ท่านจะถนัด และถ้าไม่เหมาะสมเชิญลบงานเขียนของผมทันทีเลยครับ ตามสิทธิ์ที่ท่านมี ผมจะทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของไทยและของโลกต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ครับ </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบคุณมากครับ ด้วยความจริงใจ ๑๐๐% ครับ และไม่โกรธท่านแม้แต่นิดเดียวครับ ดีใจด้วซ้ำที่ได้ “มีวันนี้ “ครับ ที่ผมมีโอกาสอธิบายความคิดของผมให้ท่านฟัง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โอกาสอย่างนี้หายากจริงครับ</p>
ยิ้มได้แล้วครับ หายง่วงเหมือนปลิดทิ้งเลยครับ
ผม.แวะไปสุ่มอ่านมาหลายๆ blog ..แล้วมองแบบกลางๆ ผมรู้สึกว่า...ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ชุมชนแห่งนี้จะรบกันด้วยความคิดมากกว่าช่วงแรกๆ ของ G2K ...ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเริ่มรับทฤษฎี คือ เรียนรู้ รู้จัก รู้ทางกันมากขึ้น...และหลังจากได้ร่ำเรียนวิชากันมาบ้างพอสมควรระยะหนึ่งแล้ว ก็อดคิดไม่ว่าว่าเป็น "ช่วงลองวิชา"
แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ..คนทำดี คิดดี พูดดี (เขียน Blog ดี) ก็ไม่น่าจะเดือดร้อนใจให้เสียความปกติสุข
ขอบคุณครับ
กราบสวัสดี ดร.แสวง ลูกศิษย์ ดร.มัตติกา รุ่นปู่ ครับ รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ อาจารย์ได้แวะเข้ามาทักทาย และขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ
ผมได้มีโอกาสทำงานเพื่อชุมชนและท้องถิ่น คล้ายกับลักษณะงานของอาจารย์ ซึ่ง ต้องขอคำแนะนำปรึกษาอาจารย์บ้างนะครับ
ลูกศิษย์ ดร.มัตติกา รุ่น หลาน
ดีใจที่ได้เห็นดร.แสวงมาชี้แจงในบันทึกของตนเองอย่างชัดเจนเช่นนี้ค่ะ จะได้เขียนแสดงความคิดเห็นกันได้ และขอความกรุณาอย่าลบความเห็นของดิฉันในครั้งนี้ เพราะเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับบันทึกนี้นะคะ
ขอชี้แจงก่อนว่า เป็นผู้ใช้ระบบเหมือนกันกับท่าน ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยส่วนตัวอันใดกับอ.จันทวรรณและอ.ธวัชชัยมาก่อน แต่เพราะศรัทธาในแรงพลังที่อาจารย์ทั้งสองทุ่มเทจึงช่วยทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ทำให้ได้รู้จักและคุ้นเคยกันในเวลาต่อมา แต่ดิฉันก็ยังคงความเป็นอิสระทางความคิด ไม่ได้ตั้งตัวเป็นพวกเดียวกับใครเลย และคิดว่าสมาชิกบล้อกเกอร์ท่านอื่นๆก็คงคิดเห็นเช่นนั้น
เกรงว่าที่เขียนจะหายไป ขอ post ก่อนนะคะ
ดิฉันต้องขอเรียนว่า ดิฉันไม่ได้รู้สึกไม่ดีกํบคำว่าหมาเฝ้าบ้าน ที่ท่านใช้ แต่รู้สึกไม่ดีกับ context ทั้งหมดที่ท่านเขียน ที่รวมทั้งการใช้คำว่ากลัวติดโรคกลัวน้ำฯลฯ ซึ่งเราคนอ่านจะรู้สึกว่ามันรุนแรงเกินไป ทั้งๆที่เราไม่ใช่คนโดนว่าโดยตรง จึงทักท้วงไว้ในบันทึกของคุณ"คนไร้กรอบ"
ส่วนในบันทึกของท่าน ที่ดิฉันไปเขียนความเห็นแล้วโดนลบ เกือบจะในทันที (อันเป็นที่มาของความรู้สึกเสียใจในความคาดหมายของตัวเอง ว่าท่านจะเป็นคนใจกว้าง ตรงไปตรงมา) นั้น เนื้อความส่วนใหญ่ที่เขียน ก็คือเสนอความเห็นของตัวเอง ว่าไม่เห็นด้วยกับการไปตัดสินผู้อื่น และวิจารณ์เปรียบเทียบว่าคนนั้นคนนี้โดยไม่ไปสื่อสารโดยตรงกับเจ้าตัว และมีหนึ่งท่อนที่เขียนว่า
ขอประท้วงที่ท่านใช้คำไม่เหมาะสมอย่างมากต่อผู้พัฒนาระบบ
(จำข้อความที่เขียนไม่ได้เป๊ะ แต่ไม่คิดว่าเขียนอะไรที่"ไม่เป็นจริง อาจทำให้เกิดความสับสนกับผู้อ่านทั่วไปและไม่เป็นประโยชน์กับใครเลยครับ ")
รวมทั้งได้เขียนความคิดเห็นว่า ท่านควรจะไปสื่อสารบอกคนที่ท่านคิดว่าเขาเขียนไม่ตรงกับที่ท่านคิดว่าควรจะมีใน GotoKnow โดยตรง ไม่มาเปรียบเทียบกระทบไปกระทบมาให้คนเดาเอาเองเช่นนี้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เราควรจะช่วยกันแก้ไข แล้วเจ้าของบันทึกเขาจะได้บอกเหตุผลคุยกันว่าทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น ฯลฯ เพราะพื้นที่ใน GotoKnow เป็นของทุกคน ทุกคนมีอิสระที่จะพุด จะทำสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ควรมีใครมาเที่ยวตัดสินกะเกณฑ์ว่า ไร้สาระหรือไม่
ขอเรียนตรงนี้ว่า คงไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้ว และยอมรับในบุคลิกของดร.แสวง ชอบความคิดความเห็น แต่คงยังรับไม่ได้กับการแสดงออกบางอย่าง แต่ก็เห็นว่าเราทุกคนควรพิสูจน์ตนเองด้วยกาลเวลา
อ้อ นึกขึ้นมาได้อีกอย่างว่า เขียนว่า
ดิฉันศรัทธาคนที่ตั้งใจดี มีคุณธรรม และเคารพผู้อื่น น่าเสียดายที่ดร.แสวงมีทั้ง 2 ข้อแรกอย่างเต็มเปี่ยม แต่ขาดข้อ 3 เป็นอย่างมาก
(ประมาณนี้แหละค่ะ เสียดายความเห็นนั้นมากๆ ที่โดนลบ เพราะคิดแล้วเขียนทันที)
ขอความกรุณาดร.แสวงว่า โปรดเก็บความเห็นนี้ไว้ ให้ชาวบล็อกเกอร์ท่านอื่นได้แลกเปลี่ยนความคิดกันนะคะ เพราะเป็นการสร้างวัฒนธรรมการวิจารณ์กันอย่างตรงไปตรงมา
ดีครับดี พูดให้หมดจด ไม่ต้องคาใจ มีเรื่องยิ่งใหญ่ที่ต้องช่วยกันทำเพื่อบ้านเมืองอีกมาก
ผมเห็นพลังอันยิ่งใหญ่นั้นชัดมากขึ้นก็ผ่านชุมชน GotoKnow นี่แหละครับ ผมภูมิใจ อิ่มใจ ที่ได้ร่วมเป็นเครือข่ายกับคนที่ผมมั่นใจแล้วว่าล้วน คิดดี ทำดี และ เห็นแก่ตัวน้อย ไม่รู้สึกเงียบเหงาวังเวงอย่างที่เคยเป็นมา
ผมจะอยู่ที่นี่และขอมีส่วนร่วมทำบ้านนี้ให้น่าอยู่ต่อไป และมั่นใจว่า จะไม่มีญาติคนไหนทำให้ผมผิดหวังครับ ผมเชื่อเช่นนั้นจริงๆ
ขอบคุณ คุณ Handy ค่ะ เห็นว่าการแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ไม่ใช่การทะเลาะกันโดยไม่มีเหตุผล เราทุกคนควรมีโอกาสอธิบายว่าตนเองคิดอย่างไร แล้วก็ต้องรับฟังว่าคนอื่นคิดอย่างไรเช่นกันค่ะ เรายอมรับกันได้ และเราต่างมีบทบาทของตนเอง ที่สามารถทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองของเราได้ค่ะ เราส่งเสริมคนทำดีให้กำลังใจคนทำดีคิดดี แต่ก็ยังคงยืนยันว่าเราไม่มีสิทธิไปตัดสินใครว่าเขาคิดไม่ดี ทำไม่ดี ไร้สาระ หากอยากจะตัดสินก็ควรบอกเจ้าตัวเขาโดยตรง แล้วรับฟังความเห็นจากเขาว่า ทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น ไม่ไปกะเกณฑ์เปรียบเทียบเปรียบเปรยกระทบไปมา (แต่นี่ก็คือความเห็นของตัวเอง ที่ไม่ได้อยากจะบังคับให้ท่านเปลี่ยนตัวเอง เพียงแต่ระวังมากขึ้นเท่านั้นค่ะ เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้มากระทบตนเองโดยตรงหรอกใช่ไหมคะ เป็นความเห็นเพื่อส่วนรวมเท่านั้นเอง)
นั่นคือสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารกับดร.แสวงด้วยความเคารพในตัวตนของท่านเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ต้องขอกราบอภัย อ.ดร.แสวง เป็นอย่างสูง เกิดการเข้าใจผิด ผมเข้าใจว่าอาจารย์เข้ามา แวะทักทายผม และฝากข้อความไว้ ดังข้อความด้านล่าง
ศิษย์ อ มัตติการุ่นปู่ แวะมาทักทาย
ดีใจที่มีคนในแวดวงดินมาเจอกันในนี้นอกจากท่านดร.แหวง แห่งขอนแก่น ไว้มีโอกาสจะแลกเปลี่ยนสาระKMกันครับ
ซึ่งผมเข้าใจว่า อาจารย์เป็นศิษย์เก่ารุ่นพี่ ที่ ม.เชียงใหม่ จึงได้ใช่ข้อความที่ไม่สุภาพดังกล่าว จึงขอกราบขอโทษ อาจารย์เป็นอย่างสูงครับ
เรียนอ.แสวง
แต่ละคนก็มีมุมมองไม่เหมือนกัน ยังจำที่ราณีเข้าไปแสดงความคิดเห็น เรื่องนักวิชาการจะสู้วิชาเกินได้อย่างไร อาจารย์ดูพร้อมกันกับหลายคน แต่อาจารย์บอกว่าแต่ละคนก็มีมุมมองไม่เหมือนกันอาจารย์ยังแนะให้ราณีลองเขียนดูเลยค่ะ
ลองเข้าไปดูที่ ต่างมุม ต่างมอง(ตามไปดู)ตอนที่ 1
http://gotoknow.org/blog/Ranee/80092
และ ต่างมุม ต่างมอง(ตามไปดู)ตอนที่ 2
http://gotoknow.org/blog/Ranee/80094
วันนี้ผมติดประชุมไม่มีเวลามากนักขอตอบรวมๆนะครับ
สวัสดีค่ะ ดร. แสวง รวยสูงเนิน
อ่านบันทึกของท่านครั้งนี้ได้ข้อคิดอีกข้อนึงเลยค่ะว่า ในการเขียนบันทึกสิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างนึง ก็คือ การกล่าวพลาดพิงถึงบุคคลที่สามค่ะ ผู้อ่านอาจจะตีความผิด ไม่ตรงกับเจตนาของเรา อย่างที่ท่านกล่าวไว้บันทึกนี้ค่ะ
ขอบคุณที่ท่าน ออกมาแสดงเจตนาที่แท้จริงนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ
นี่ก็เป็นเสี้ยนตำนิ้วมือที่ทำให้เราทำงานอื่นๆไม่สะดวกครับ
เราจำเป็นต้องมาเคลียร์ ทั้งๆที่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยๆ แบบเสี้ยนตำนิ้วนั่นแหละครับ
บ่งออกแล่วแม้ไม่ใส่ยา หรือกินยาแก้อักเสบ ก็ถือว่าหมดเรื่อง หมดปํญหา เพราะมันเป็นเรื่องเล็กๆจริงครับ
แต่ด้วยความนิ่ง มั่นคง และจริงใจ ทุกคนก็เข้าใจซึ่งกันและกัน และทำงานร่วมกันได้ดังเดิม
ผมคิดว่าคงจะไม่มีอีกแล้วครับ
ประเทศชาติกำลังรอเราอยู่ครับ
ผมไม่อยากเสียเวลากับเรื่องแบบนี้อีกเลยครับ
ขอขอบคุณทุกๆท่านค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
อาจารย์...เยี่ยมมากครับ แล้วจะเข้ามาบ่อยๆ
ณฐิโลเก