GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ผ้าป่าสามัคคีที่บ้านเกิดพ่อบ้านครูอ้อย

ทุกปีครอบครัวของครูอ้อยจะมีการทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างวัดหรือ  กิจการใดที่วัด  ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของพ่อบ้านของครูอ้อย  ชื่อ  วัดกุดสวาย  ตำบลพลับพลา  อำเภอโชคชัย  จังหวัดนครราชสีมา 
ครูอ้อยกับพ่อบ้านพร้อมทั้งเพื่อนๆของพ่อบ้าน  เดินทางโดยทางรถไฟ  พ่อบ้านจองที่นั่ง 2 ที่ชั้น 2 ครูอ้อยจึงนอนหลับไปตลอดทาง  พ่อบ้านเดินมาปิดหน้าต่างให้ และห่มผ้าให้เป็นระยะ 
ครูอ้อยได้รับคำเตือนจากตำรวจรถไฟให้ถอดสร้อยคอเก็บไว้  จะได้นอนหลับสบาย   ครูอ้อยนอนหลับรวดเดียวถึงโคราช  หกโมงเช้า  พอลงจากรถไฟ  ก็มีพี่เขยของพ่อบ้านมารับ  ใช้รถสองแถว  พอดีกับจำนวนคน  บ้านเกิดของพ่อบ้านนั้นห่างจากตัวเมือง  ประมาณ 30 กิโลเมตร  ครูอ้อยได้นั่งหน้าสบายอีกตามเคย

 
 
 
เมื่อถึงปั๊มน้ำมัน  รถก็จอดให้เข้าห้องน้ำ  ครูอ้อยรอไม่ไหว  จึงเข้าห้องน้ำคนพิการ  สมมติตัวเองว่า  พิการทางใจก็แล้วกัน 
ตลอดระยะทาง  เหม็นกลิ่น มันสำปะหลังเน่า  ครูอ้อยไม่เคยได้กลิ่นสักที  เพราะปิดกระจกรถ  แต่วันนี้นั่งรถสองแถวแบบ openair  จึงรู้กลิ่นเหม็นดี 
สัก 30 นาทีก็ถึงตลาด  พ่อบ้านแวะซื้ออะไรไม่รู้  แล้วก็เดินทางต่อเข้าหมู่บ้าน  ซึ่งมีโค้งสักประมาณ  55  โค้งได้

     
เมื่อถึงบ้าน  ครูอ้อยแนะนำให้สมาชิกอาบน้ำ  แต่ไม่มีใครเชื่อ  เขาพากันกินกันก่อน  ครูอ้อยเลยอาบน้ำอย่างสบายใจ  เสร็จแล้ว  ออกมากินผัดหมี่โคราช   ตามด้วยลาบเลือดคั่วสุก  อร่อยมาก  นานแล้วไม่ได้กิน  แลวตามด้วยขนมจีนน้ำยา  อร่อยมากเช่นกัน  มีโอกาสได้กินผักเป็นกาละมัง

     
เมื่อกินอิ่มแล้ว  ทุกคนก็นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน  รอเวลา  ผ้าป่าอีกสายหนึ่งจะเดินทางมาถึง  ประมาณ เที่ยง
หัวข้อที่คุยก็คือ..สมาชิกจะมาพิสูจน์ว่า...พ่อบ้านของครูอ้อยมีภรรยาเป็นคนแก่  และขี้เหร่...ครูอ้อยไม่ค่อยชอบฟังเธอเท่าไร  เพราะเธอดื่ม  และมีอาการเมา 
ครูอ้อยเริ่มเบื่อจึงแอบหนีไปนอนหลับ  ครูอ้อยหลับตั้งนาน  จึงได้ยินเสียงรถตู้ผ้าป่าอีกสายหนึ่งมาแล้ว  ครูอ้อยตื่นขึ้นมารับแขก  ส่วนใหญ่อาวุโส  มาจากกรุงเทพฯ  ลาดพร้าว 62  จากนั้นครูอ้อยก็ช่วยพ่อบ้านตัดซองเงินและนับเงิน  และเสียบติดต้นผ่าป่า

     
พอเวลาผ่านไปประมาณ  บ่ายสามโมงกว่า  ๆ กองผ้าป่าก็เคลื่อนตัวไปวัดกุดสวาย  พวกเรารำหน้าต้นผ้าป่ากันอย่างสนุกสนาน  ครูอ้อยก็รำด้วย  เพราะมีตำนานว่า  หากรำร่ายแบบนี้  จะได้เกิดเป็นนางฟ้า   ครูอ้อยอยากสนุก  และอยากเป็นนางฟ้า  จึงรำไปด้วย  ครูอ้อยตกใจ  คนเล่นดนตรี  จะเป็นชาวต่างประเทศก็ไม่ใช่  เขาเป็นชายเผือก  เล่นดนตรี  ตีกลองเก่งมาก 
เดินวนรอบโบสถ์  ผ่านลูกนิมิต  3 รอบ  จึงนำต้นผ้าป่าไปถวาย   เห็นน้าเขยของพ่อบ้านนั่งรออยู่แล้ว  แต่พ่อบ้านของครูอ้อยหายไปไหน  นั่งรอสักพักหนึ่ง  ก็โผล่เข้ามา   จุดเทียนธูป บูชาพระรัตนตรัย  ถวายผ้าป่า  กรวดน้ำ  แล้ว  จึงแยกย้ายไปเที่ยวเตร่ได้ 
ครูอ้อยไปดูกรรมการเขาดึงเอาเงินออกมาจากต้นผ้าป่า  และเดินดูรอบผนังหลังคาโบสถ์ที่สวยงาม....ครูอ้อยขอจบเพียงแค่นี้ก่อน  บันทึกหน้าจะเป็นเรื่อง....การปิดทอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 80110
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  • กินลาบเลือดด้วย นึกถึงหน้าตาและปากของครูอ้อยแล้วสยองจัง หน้าตายิ่งน่ากลัวอยู่ด้วยดิ
  • สมาชิกจะมาพิสูจน์ว่า...พ่อบ้านของครูอ้อยมีภรรยาเป็นคนแก่  และขี้เหร่ 555 ในส่วนนี้ ไม่มีรายละเอียดหรือครับ ดูเหมือนจะตกหล่น hilight สำคัญไปนาครับ
  • ภาพโหลดช้ามากๆ ไม่เห็นใจคนใช้ net ช้าๆมั่งเลย
  • ลาบเลือด..กินแบบสดๆก็มีนะคะ..บางคนคิดว่าไม่สะอาด...ไม่มีประโยชน์..แต่วันนั้นพ่อบ้านนำไปตั้งเตา..แล้วคั่วไปมาให้เจอความร้อนแล้ว...ซูดส์ค่ะ  กินแล้วก็อร่อยดี  เจริญอาหารด้วย..คงจะไม่เกี่ยวกับหน้าตาที่ขี้เหร่อยู่แล้วค่ะ...ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
  • เรื่อง..แก่และขี้เหร่...เป็นเสียงลือออกไป..พอมาพบตัวจริง  สมาชิกเหล่านั้นก็...อ้าปากค้างค่ะ  คิดดูว่า..การอ้าปากค้างนี่  น่าจะมีความคิดเป็นบวก  หรือ ลบคะ
  • ภาพยังไม่หมดนะนี่  เกรงใจลงแค่นี้ก่อนค่ะ  ง่วงนอน..แสดงว่า  รักกันจริง  จึงรอโหลดจนสำเร็จ

ขอบคุณ