ต่อจากตอนที่ 1 ค่ะ blogของครูบา เรื่อง บ่ายนี้ มีนัดกันที่สวนดอกไม้
........บางคนอ่านแล้วก็ผ่านเลยไป แต่อาจเป็นแง่คิดสำหรับอีกหลายๆ คน ว่าท่านครูบามาทำแล้วประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องใช้เชิงทฤษฎีเข้าไปวัด ขอยืมสำนวนของท่านครูบาที่บอกราณีว่า
ท่านครูบาตอบราณี ที่blog จิตใจพอเพียงได้หรือยัง http://gotoknow.org/blog/Ranee/77629
.....บางคน จบ ป.4 ก็สามารถทำธุรกิจ 100 ล้านพันล้านได้ แต่บางคน จบดอกเตอร์สอนด้านการบริหารธุรกิจ แต่ไม่ได้มีธุรกิจเป็นของตนเอง เพราะคนที่จบ ป.4 ไม่มีอะไรจะเสีย เสี่ยงที่จะทำได้ก็ทำทันที่ ไม่รีรอ ถ้ามีจังหวะและเวลามา โอกาสเกิดก็รีบ คว้า (แต่ก็ดูที่ตนเองมีความพร้อมแค่ไหน ก็เทหมดน่าตัก ) ....... แต่คนบางคนจบด้าน บริหารธุรกิจ มัวแต่นั่งทำ SWOT หาข้อดีข้อเสีย หาโอกาส หาข้อจำกัด ดูแล้วดูเล่ามีความเสี่ยงตรงไหน ทำวิจัย ก่อน เฮ้อ ม.ค.ป.ด.(ย่อมาจาก มัวคิดไปได้ค่ะอย่านึกไปถึงไหนๆละ) เขียนต่อเดี๋ยวลืม! ธุรกิจนั้นคนอื่นทำไปเรียบร้อยแล้วเพราะมัวแต่หาทางหนีทีไล่ เลยไล่คนอื่นไม่ทันเฮ้อนอกเรื่องมาเสียนานกลับมากลับมาเขียนต่อเดี๋ยวนี้ราณีเอ้ย
อีกเรื่องนึงที่อยากเก็บมาเล่า
ราณีเคยอ่านblog เรื่องนักวิชาการ จะสู้กับ นักวิชาเกิน ได้อย่างไร ของดร.แสวง รวยสูงเนิน http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/ 79376 ท่านได้กล่าวไว้ว่าคนเราอยู่ที่มุมมอง ถึงแม้ ราณี และดร.แสวงจะดูและเห็นในสิ่งเดียวกัน แต่คิดไม่เหมือนกัน ราณีก็แอบแซวท่านไปเหมือนกันว่าแอบมาเขียนชิงตัดหน้า (แค่แซวเล่นๆ เท่านั้น) แต่ท่านก็ได้ให้แง่คิดที่เราอ่านว่าใช่เลยค่ะ
ทุกคนเคยส่องกระจกไหมค่ะ ถ้าเรามองมือขวาของเรา แต่ในกระจกเป็นด้านซ้ายของคนที่อยู่ในกระจก หรือแม้แต่เคยมองตัวเองวันนี้ฉันดูดีกว่าเมื่อวาน หรือสวยกว่าเมื่อวาน หรืออาจดูกระจกแล้วดูเพรียวลง เอ๊ะวันนี้กระจกหลอกเรารึเปล่า เปล่าเลย เราเนี่ยหลอกตัวเองทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะใจที่มาจากจิตใต้สำนึกของแต่ละคน อย่าให้ความคิดไม่ดีมาครอบงำเราเลย เราเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร ราณีคิดว่าเข้าใจคนนั้นอยู่ที่เราจะเข้าใจ คิดดี ชีวิตก็เป็นสุข คิดร้ายก็รังแต่จะทำให้เราร้อนใจ และไม่เป็นสุข (อาเมน....)
สติมาปัญญาเกิด สติเตลิด.......(เติมด้วยนะค่ะรู้แล้วบอกด้วย)......
สุดท้ายขอฝากแง่คิดนะค่ะ “ในความไม่มีสาระ มักมีสาระแอบแฝง” อยู่ที่แต่ละคนจะตีโจทย์แตกแค่ไหน ราณีอาจเป็นนักเขียนblog มือใหม่ที่อ่านแล้วไม่ได้สาระนะค่ะ มีอะไรเขียนไปอย่างที่ใจสั่งมา (ไม่ใช่เพลงนะค่ะ) อาจมองเหมือนคนนอกกรอบ หรือคนอิงกรอบ หรือจะราณีจะเป็นคนกรอบนอกนุ่มในเนี่ย(ล้อเล่นค่ะ) ผิดพลาดประการใด โปรดชี้แนะจะขอบพระคุณมาก และขอขอบคุณทุกท่านที่ทนนั่งอ่านจนจบนะค่ะ ตาแฉะหรือยังค่ะ
http://gotoknow.org/blog/Ranee/80092 ตอนที่1 ต่างมุม ต่างมอง
เพื่อนแวะมาทักทายจ้ะ คอมฯเราไม่รู้เป็นอะไรเข้าระบบไม่ได้ ไม่ว่างเลย เดี๋ยวต้องพาแขกท่านอธิการบดีไปเลี้ยงรับรอง แล้วพรุ่งนี้ต้องเข้าประชุมแทนท่านที่ศาลากลางด้วยจ้ะ อาจจะไม่เจอกันเลย…ไม่ต้องคิดถึงเรามากนะ
เรียนอาจารย์Ranee
แนะนำตัวครับ ผมชื่อ เขต ครับอาจารย์ราณี เขียนได้ดี สไตล์นี้ผมชอบอ่าน เขียนมาอีกนะครับ แต่อย่าลืมแวะไปอ่าน Blog ผมด้วย อยากให้สุภาพสตรีช่วยวิจารณ์ จะได้มีมุมมองอีกด้านหนึ่งครับ
ถูกต้องเลยครับ อาจารย์
ในความไม่มีสาระ มักมีสาระแอบแฝง
คำๆนี้ มีอยู่จริง ใครบอกคนชอบบอกว่าทำอะไรไม่มีสาระ แต่มองเข้าไปในสิ่งพูด สิ่งที่แสดงออก เราจะมองเห็นแง่ิคิดดี มุมมองบางอย่าง และสาระเล็กๆอยู่เสมอ
บางสิ่งที่เกิดกับคนหนึ่งแล้วเค้ามาเล่าให้เราฟัง เราอาจจะไม่อยากฟัง แต่บางครั้ง เรื่องที่เล่านั้นอาจจะเป็น ข้อคิด ข้อปฏิบัติได้ในอนาคต
เรียกง่ายๆ ฟังผู้ใหญ่ ผู้รู้ บ่นนิดน้อย โม้มากน้อย ก็มีประโยชน์ครับ อย่างนี้ ผมเรียกว่า การเรียนรัด ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ ที่มาให้ช่วยกันมองต่างมุม
มุมผม 180 องศาด้านหน้าครับ อีกที่เหลือ อยู่ด้านหลัง ผมคงต้องให้คนอื่นช่วยมองให้ละครับ
สวัสดีจ้าอ.ลูกหว้า เพื่อนคนสวยของเรา ขนาดงานเยอะยังเสียสละเวลามาอ่านของเพื่อนเลยข้าน้อยขอคารวะ
อย่าลืมอ่านตอนที่1นะค่ะ เขียนวิจารณ์ด้วยจะดีมาก
ตามมาอ่านจริงจังเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านไปผ่านมาเพราะเวลาจำกัดค่ะ
ขอบอกว่าเขียนแบบคุณRanee นี่แหละค่ะ ยอดเยี่ยมแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าไม่ชอบเขียน แสดงว่าต้องเป็นคนที่คุยด้วยสนุกแน่เลย ใช่ไหมคะ
คุณRanee เขียนสิ่งที่คิดได้สื่อสารมากเลยค่ะ รู้สึกเข้าใจสิ่งที่คุณ Ranee ต้องการสื่อและเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ เขียนต่อไปเรื่อยๆนะคะ วันไหนมีเวลาเยอะๆจะแวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ เชื่อว่าสิ่งที่คุณ Ranee เขียนให้อะไรกับพวกเราใน GotoKnow เสมอแน่นอนค่ะ
ลูกล้อ ลูกชน เต็มเปรี่ยมครับ
ขอบคุณค่ะคุณออต ถือเป็นคำชมนะค่ะ
อาจารย์ราณีครับ เข้ามาสนับสนุนครับว่าอาจารย์เขียนได้สนุกดีครับ และก็มีข้อคิดอยู่ข้างในด้วย ชื่อเรื่องก็น่าสนใจดีนะครับ เอาชื่อนี้สัก 5 ตอนดีไหมครับ อะไรที่อาจารย์เห็นว่ามีการเกิดขึ้นของ "ต่างมุมต่างมอง"
จะติดตามนะครับ
แวะมาเชียร์เพื่อนค่ะ ไม่เสียแรงที่ชวนเพื่อนเข้ามา เรารู้ว่าเธอเขียนจากความรู้สึกจริงๆ เขียนจากใจ เราเองอาจจะไม่ค่อยมีเวลามากนัก เข้ามาในg2k ก็เหมือนแวะมาเจอเพื่อนๆ คลายเครียด เขียนแทนเราด้วย…เห็นด้วยกับคุณหมอมาโนชนะ ลองเขียนตอนต่อไปอีก เพราะเรื่องนี้ต้องโดนใจใครอีกหลายคน บางคนเขาอาจมองพวกเราอย่างหนึ่ง ด้วยเพราะเขามองโดยยึดตัวเขาเป็นหลัก เราอย่าให้ความคิดของคนอื่นมาบั่นทอนจิตใจของเราเลย…เชื่อมั่นในสิ่งที่เราคิด จะเป็นกำลังใจให้เสมอจ้ะ
เรื่องในหัวข้อนี้เราจะพอโยงเข้าประเด็นในแง่โลกียธรรม ----> โลกุตรธรรม ตามแต่เรื่องที่มากระทบใจได้หรือเปล่าครับ ?