การวิเคราะห์ การวิจัย เป็นเรื่องที่ต้องใช้ข้อมูล ต้องใช้ความรู้ แต่ "การวิปัสสนา" เป็นเรื่องที่ต้องใช้ "การดูตนอง" ...เป็นการดูตนจนเกิด "ปัญญา" สามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามที่เป็นจริง !

 

...มีคนบอกผมว่าการทำ KM โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่อง (Storytelling) นั้น ใช้ได้เฉพาะในบางวงการ จากประสบการณ์ของหลายๆ ท่านพบว่า บรรดานักวิจัยหรือผู้ที่อยู่ในแวดวงวิชาการ มักจะรู้สึก "อึดอัด" กับการเล่าเรื่อง ...มองว่าการเล่าเรื่องเป็นอะไรๆ ที่ไม่ได้ประโยชน์ ...เสียเวลา ...ไร้สาระ พูดๆ กันไป แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  ...ส่วนใหญ่มักจะเคยชินอยู่กับรูปแบบที่ค่อนข้างเป็นทางการ ติดอยู่กับกระบวนการที่ต้องมีข้อสรุปที่ชัดเจน ต้องให้คำตอบอย่างแจ่มแจ้งว่า "จะต้องไปทำอะไรต่อ.."

...จากการสังเกตของผมพบว่า ...การใช้เรื่องเล่านั้นจะได้ผลก็ต่อเมื่อคนรู้จักที่จะฟังอย่างตั้งใจ ...ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายนั้นมักจะมีจุดแข็งทางด้านการพูด ทางด้านการใช้ภาษา เรียกได้ว่าเป็น "นักพูด" ชั้นเซียนเลยทีเดียว หลายท่านเป็นผู้ที่มีสำนวนโวหารคมคาย แต่ก็น่าเสียดายที่หลายท่านนั้นขาด "ทักษะการฟัง" ...ไม่ได้เป็น "นักฟัง" ที่ดีเท่าใดนัก

การฟังที่ว่านี้ถ้าจะให้ดี จะต้องเป็นการฟังแบบที่ไม่มีความคิดเข้ามาแทรกด้วย ...ผมไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องคิดนะครับ ...ฟังเสร็จแล้วนำมาคิดคงไม่ผิดอะไร ...แต่ที่สำคัญคืออย่าไปคิดดักทางไว้ก่อน หรือคิดระหว่างทาง ในขณะที่กำลังฟังอยู่นั้น ...ตรงนี้แหละครับที่อยากจะทักท้วงเอาไว้

...มีหลายท่านอาจจะชำนาญเรื่องการคิดวิเคราะห์ วิจัย จนอาจจะได้ชื่อว่าเป็น "นักวิจัย นักวิเคราะห์ นักวิพากษ์วิจารณ์" ที่เชี่ยวชาญ แต่สิ่งที่ท่านเหล่ากลับไม่มีก็คือ ... การเป็น "นักวิปัสสนา" ...การวิเคราะห์ การวิจัย เป็นเรื่องที่ต้องใช้ข้อมูล ต้องใช้ความรู้ แต่ "การวิปัสสนา" เป็นเรื่องที่ต้องใช้ "การดูตนอง" ...เป็นการดูตนจนเกิด "ปัญญา" สามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามที่เป็นจริง !