24 พ.ย.2548

สวัสดีค่ะ...วันนี้เวลา 09.30 น. พี่ด๊องได้ทำการสอนการแต่งหน้าโดยทำให้เห็นจริง โดยที่จะมีนางแบบนั่นก็คือ เอ้ นักศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผู้อาสาเป็นหุ่นให้เพื่อนๆได้ศึกษา (ตอนแรกหนูกะจะเป็น แต่ต้องโดนกันคิ้วด้วย เลยสละสิทธิ์ค่ะ) เอ้จะเป็นคนค่อนข้างผิวคล้ำและก็คิ้วหนา ปากข้างล่างใหญ่กว่าข้างบน หน้ากลม ซึ่งในลักษณะนี้ เราจำเป็นที่จะต้องเสริมแต่งให้ดูเป็นรูปเป็นร่างที่สมบูรณ์ อันแรกเราก็ต้องทำการกันคิ้วเสียก่อนเพราะเอ้จะเป็นคนขนคิ้วเยอะและก็คิ้วตรงกลางจะชิดติดกัน (ซึ่งถ้าไม่กันออกแล้วคิ้วเค้าก็จะเหมือนคนขมวดคิ้ว) การกันก็ต้องกันด้านล่างของคิ้วห้าม!กันข้างบนเด็ดขาดเพราะจะทำให้รูปทรงของคิ้วเสียและอีกอย่างก็จะทำให้คิ้วอยู่สูงไปอีกด้วย เมื่อกันคิ้วได้รูปทรงที่พอดีแล้ว จากนันก็เข้าสู่ขั้นตอนการทำความสะอาดหน้าก่อนที่จะแต่ง

1.ทำความสะอาดหน้า เช็ดหน้าให้สะอาดด้วยครีมล้างหน้า ตามด้วยโทนเนอร์อีกที

2.ทาครีมบำรุงผิว ถ้าผิวมันต้องเลือกที่เป็น Oil Control (แต่ส่วนเอ้แล้วเอ้จะเป็นคนผิวหน้าแห้ง) จึงไม่จะป็นต้องใช้

3.ลงครีมกันแดด (ห้ามลืมโดยเด็ดขาด)

@...เมื่อเสร็จขั้นตอนการรองพื้นแล้วเอ้จะมีรูปหน้า 2 ด้านที่ไม่เท่ากันเราจึงต้องทำการลบบริเวณที่เป็นส่วนเกินทิ้งหรือที่เรียกว่า การเชดดิ้ง

@...การลงสีตาแล้วส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้สีกลางๆคือสีน้ำตาลเพื่อที่จะเข้ากับสีเสื้อผ้าได้ทุกสี

@...เอ้จะมีรูปหน้ากลม จึงต้องปัดแก้มให้เป็นรูปสามเหลี่ยมและต้องลงสีแก้มให้เข้ากับสีตาด้วย

@...การลงสีปากเอ้มีรูปร่างปากล่างจะใหญ่กว่าปากบน เพราะฉะนั้นในการลงสีปาก เราจะต้องเขียนเส้นเหนือเส้นปากขึ้นมาหน่อย เพื่อที่จะทำให้ปากดูเล็กลง             

 

                        

                        @....พักกลางวัน....@

ช่วงบ่าย

เมื่อขึ้นมาถึงห้องแล้วก็ลงไปจัดสตูสำหรับถ่ายทำรายการ(อบรมครู)ในวันพรุ่งนี้ ยกของบ้าง ดึงผ้าบ้างแล้วแต่อาจารย์วิจิตรจะสั่ง เพราะหนูไม่ค่อยรู้เรื่องรายละเอียดของงานมากนักว่าจะต้องเอาอันไหนไว้ตรงไหน

 

          

 

                 

 

ช่วง16.00น.อาจารย์ดุสิตทำการสอนเกี่ยวกับเทคนิคและความเหมาะสมว่าเราไม่ควรมีเทคนิคการ Dissolve ตลอดทั้งเรื่อง การ  Dissolve   เหมาะสำหรับการการสื่อถึงเรื่องในยุคของอดีตมาจนถึงปัจจุบันมากกว่า (เพราะอาจารย์ดูงานจากที่พวกหนูตัดแล้วส่วมมากมีแต่การ Dissolve )   

จากนั้นอาจารย์วิจิตรก็สอนตัวหนังสือที่เราควรมีใน วีดีทัศน์ 1 เรื่องควรประกอบด้วย              (เปิด Powwer point ทำการสอน)

   - Main Title ชื่อเรื่องและคำขึ้นต้นเรื่อง

   - Introduction Title แนะนำวีดีทัศน์

   - Sub Title อธิบายความเป็นไปของเรื่อง

   - Credit Title ผู้สร้าง ผู้แสดง ผู้เกี่ยวข้อง

   - End Title จบ

 การทำ Make movie   ในการตัดต่อนั้นจะมีอยู่หลายคลิปแล้วจะทำให้เปลืองเนื้อที่บน Time line และเปลืองเวลาอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงทำการ Make movie   ซะเพื่อที่จะให้งานแต่ละคลิปรวมกันเป็นก้อนเดียว เพื่อความสะดวกในการตัดต่อและประหยัดเนื้อที่บนฮาร์ดดิส (เมื่อทำMake movie แล้วเราจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขคลิปนั้นได้อีก นอกจากจะตัดต่องานมาวางใหม่  )

วันนี้เลิกเย็นหน่อยประมาณ 17.30 น.น่ะค่ะเพราะรอเก็บความรู้จากอาจารย์วิจิตรกันอยู่ค่ะ