เราเป็นพลเมืองก็ต้องเสียภาษีตามกำหนด แต่คนอายุมากหน่อยรัฐสนับสนุนให้มีการออมไว้กินตอนแก่ ก็เลยให้สิทธิทางภาษีกับการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF ผมได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่กองทุน และได้ถามข้อข้องใจต่างๆก็ได้คำตอบพอสมควรก็เลยนำมาฝากพวกเราเป็นข้อมูลดังนี้

 1.ถ้า 3 %ของรายได้ทั้งปีน้อยกว่า 5000 บาท สามารถซื้อต่ำสุดที่ 3 %ของรายได้ทั้งปี

 2.ถ้า 3 %ของรายได้ทั้งปีมากกว่า 5000 บาท ต้องซื้อต่ำสุดที่ 5000 บาท

 3.สูงสุดที่ซื้อและลดหย่อนภาษีได้เท่ากับ 300000 บาท หักด้วยเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ กบข.ของหน่วยงานท่าน

 4.ถ้าเอาไปลดหย่อนภาษีต้องถือนาน 5 ปี โดยนับวันที่ซื้อชนวันที่ซื้อเป็น 1 ปีและต้องอายุครบ 55 ปีด้วยจึงขายได้ อย่าลืมต้องซื้อทุกปีตาม 1-3 ดีที่สุด (จริงๆเขายอมให้เว้น 1 ปีได้ต้องระวังสิทธิทางภาษีเอาเอง)

 5.เมื่อครบตามข้อ 4 อยากถือต่อในปีที่ 6 และต้องการลดหย่อนภาษีต้องซื้อก่อนขายทีหลังยอดที่นำไปลดหย่อนภาษีเท่ากับผลต่างระหว่างยอดซื้อและยอดขาย

 6.ยอดขายในข้อ5 ถ้าไม่เกินยอดซื้อปีแรกไม่ต้องเสียภาษีรายได้ ถ้าขายเกินต้องเสียภาษีรายได้

 7.หลังข้อ 5 ถ้าถือยอดสุดท้ายครบ 1 ปีจะขายทั้งหมดก็ได้

  แนวคิดคนที่จะซื้อให้ดูว่าเราเสียภาษีอัตราสูงสุดที่เท่าไรเช่น  30 % เป็นเงิน250000แล้วดูว่าเราอีกกี่ปีจะถึงอายุ 55 เช่น 6 ปีให้เอา%อัตราที่เสียภาษีสูงสุดมาหารด้วย 6  เท่ากับ 30/6=5% ก็จะเป็น%ที่เป็นผลตอบแทนต่อปี ถ้าอายุปัจจุบันห่างจาก55 น้อยกว่า 5 ปี ก็ให้หารด้วย5แทน คือจะได้ผลตอบแทนต่อปี 30/5= 6% ถ้าพอใจในผลตอบแทนก็ซื้อตามจำนวน เช่น   ถ้าหักกองทุน กบข.ไป 50000 บาทก็ซื้อได้250000 บาท ผลตอบแทนนี้ยังไม่รวมผลการดำเนินการของแต่ละกองทุนแต่ก่อนซื้อควรศึกษาว่าจะซื้อกองทุนใด ใครบริหาร ผลงานที่ผ่านมาเข้าตาหรือไม่ ตัวใครตัวมันครับ